ปรัชญา กฎหมาย โธมัส ฮอบส์ (Thomas Hobbes) และ จอห์น ล็อค (John Locke)
ฐานรากของปรัชญาของกฎหมายสองแนวในขณะนี้ คือ ความคิดของโธมัส ฮอบส์ (Thomas Hobbes) และ จอห์น ล็อค (John Locke) โดยความคิดของฮอบส์เป็นฐานรากทางปรัชญาของ ทฤษฎีกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งมีอิทธิพลในยุคที่ฝ่ายนิติบัญญัติรุ่งเรือง ส่วนความคิดของ ล็อคเป็นความคิดที่จะถ่วงดุลย์อำนาจรัฐ ทฤษฎีของล็อค คือ ทฤษฎีว่าด้วยทรัพย์สินส่วนบุคคลและรัฐบาลที่มีอำนาจจำกัด ตามทฤษฎีนี้ ประชาชนมิได้ถูกมองในฐานะเป็นข้าแผ่นดินหรือคนในบังคับอย่างทฤษฎีของ ฮอบส์ แต่เป็นประชากรที่มีส่วนได้เสียหรือแม้ กระทั่งมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของรัฐ และถืออีกว่า ผู้ปกครองอยู่ภายใต้ความยินยอมของประชาชน ล็อคยืนยันว่า สิทธิในทรัพย์สินเป็นสิ่งคักดิ์สิทธิ์และล่วงละเมิดโดยรัฐมิได้ และ ยืนยันอีกว่ารัฐบาลมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ การปกป้องสิทธิในทรัพย์สินของ เอกชน ทฤษฎีของล็อคเป็นรากฐานทางปรัชญาของกภหมายเกี่ยวกับ “สิทธิขั้นพื้นฐาน”
ทฤษฎีเสรีนิยมเกิดในอังกฤษ แต่ในอังกฤษทฤษฎีมีพลังน้อย เพราะสู้ทฤษฎีของ ฮอบส์ไม่ได้โดยเฉพาะตั้งแต่ ค.ศ. 1688 ที่รัฐสภาเข้ายึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์ได้ สำเร็จและสถาปนาหลัก parliamentary supremacy ทฤษฎีนี้เกือบหมดความสำคัญไป ในฝรั่งเศส ทฤษฎีนี้มีพื้นที่น้อยในทำนองเดียวกัน ทฤษฎีของล็อคกลับไปเจริญและรุ่งเรือง สุดขีดในสหรัฐอเมริกา จากอเมริกา ทฤษฎีนี้แพร่หลายไปทั่วโลก และในที่สุด ก็กลับมา มีอิทธิพลในยุโรป และจากยุโรป เมื่ออังกฤษเข้าร่วมเป็นสมาชิกประชาคมยุโรป (European Union) หรือ EU อังกฤษก็ต้องปรับกฎหมายและจารีตทางนิติศาสตร์ให้ลงรอยกับกฎหมายของประเทศยุโรป มีการกล่าวกันว่า การปรับกฎหมายและจารีตทางนิติศาสตร์ของอังกฤษเป็นการได้รับอิทธิพลของกฎหมายและจารีตทางนิติศาสตร์ของ สหรัฐอเมริกา แต่ไม่ใช่เป็นการรับอิทธิพลโดยตรง มันเป็นการได้รับอิทธิพลผ่านประเทศ ยุโรปอีกทีหนึ่ง กฎหมายและจารีตทางนิติศาสตร์ของอังกฤษขณะนี้จึงแตกต่างจาก กฎหมายและจารีตทางนิติศาสตร์ที่นักกฎหมายไทยรุ่นบรมครูของเราศึกษามาและนำมาสั่งสอนนักกฎหมายไทย
ที่มา อ้างอิงจาก : หนังสือรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต 2/67 วิชา สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม(อ.วิชัย วิวิตเสวี) เล่มที่1