แม้กรรมการก็เคยสอบตกเนติฯ

"ที่แรกฉันเป็นล่ามก่อนที่จะไปศาลต่างประเทศ...พอจะได้เงินเดือน ๑๖๐ บาท ก็ลาออก..แต่ไม่ได้ออก..ได้ทำงานน้อยลงมีเวลามากขึ้น...ตอนนั้นอายุ ๑๘-๑๙ ปี มันเหนื่อย...แล้วก็ตกไม่มีเวลาเรียน....เมื่ออายุ ๑๘ นั้น ฉันไล่กฎหมายตก...แต่ก็ตกอย่างประหลาด...นี่พูดกันแต่ในหมู่พวกเรา...ฉันสอบไล่เขียนได้...ไม่รู้มันฟลุ๊คได้อย่างไร...กรรมการสอบเห็นฉันเด็กพอสอบปากเปล่าเลยให้ตก...ฉันก็เลยไปฟ้องในกรมฯ (คือ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์) ว่า...
(พระยา) ..."ข้าพระพุทธเจ้าสอบข้อเขียนได้ แล้วกรรมการให้ตกสอบปากเปล่า...
(ในกรมฯ)..."เอ๊ะ!!!! อย่างนี้มันก็ไม่ถูกสิวะ...ไอ้กรรมการสอบนั่น..ถ้าให้ข้าไล่สอบมันดูบ้าง..มันก็ตกเหมือนกัน 555"
ฉันก็เรียนกับพระองค์ท่านนี้แหละ...เพราะท่านเป็นอาจารย์..ให้ท่านสอนให้รู้วิถีทางของกฎหมาย...พอฉันอายุ ๑๙ ปีเรียนเต็มที่...คราวนี้ตกจริง ๆ เมื่ออายุ ๑๘ นั้นไม่รู้มันฟลุ๊คอย่างไร...เห็นจะเป็นเพราะเรามีอาจารย์ดี...สมัยทำงานก็มีเวลาซักถาม...ท่านก็รู้จุดสำคัญเก็งถูกกระมัง....เมื่อฉันสอบตกน่ะฉันเสียใจมาก...ฉันก็ไม่กล้าไปทูลท่าน (คือ กราบทูลกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์)....ทีนี้พออายุ ๒๐ ปี อาจจะเป็นเพราะภูมิมันแน่นก็เลยสอบได้....๕๕๕๕"
(บันทึกคำสัมภาษณ์พระยามานวราชเสวี ครั้งที่ ๒ สัมภาษณ์ ณ บ้านปลอดภัย เลขที่ ๑๘๕ ถ.สาธรใต้ กรุงเทพฯ วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๒๓ เวลา ๑๖.๐๐-๑๘.๓๐ น. ฉบับถ่ายสำเนา ภาควิชานิติศึกษาฯ มธ.)
อ้างอิงที่มา : Turkjung Law