เทคนิคการสอนหนังสือ
ท่านขุนภูริพงศ์ศึกษากร (ศิริ ภูริพงศ์)
************
ตำราเทคนิคการสอนหนังสือของท่านขุนภูริพงศ์ศึกษากร (ศิริ ภูริพงศ์) ที่จะสอนศิษย์อย่างไรให้จำข้อความ หรือตำราที่อ่านได้อย่างแม่นยำ ซึ่งหลักสำคัญประการหนึ่งที่ท่านอรรถาธิบายก็คือ "ให้จำเป็นเรื่องราวที่น่าพิศวงชวนจำ" เช่น จำแบบหนังโป๊ หรือจำแบบหนังโรแมนติก ที่เราคิดว่าเราชอบที่สุด...
ในวันนี้เลยอยากลองแต่งเรื่องราวเกี่ยวกับ "นิติกรรมอะไรบ้างที่มีวัตถุประสงค์เป็นโมฆะ" ลองมาชมตัวอย่างเรื่องราว อาจจะไม่ค่อยดีเท่ากับท่านขุนแต่ง แต่ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดีเลยทีเดียวสำหรับผู้ศึกษากฎหมาย
เรื่องก็มีอยู่ว่า
..เช้าวันหนึ่งนาย ก. คนต่างด้าวไปที่บ้านนาย ข. เพื่อจะยืมเงินจำนวน 10 ล้านบาท โดยนาย ข. ให้ยืมและคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อวันซึ่งขัดต่อ พรบ. เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ อีกทั้งยังตกลงว่าให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระอีกด้วย
..เมื่อได้เงินแล้ว นาย ก. ได้นำเงินนั้นไปซื้อที่ดินกับบุคคลดังต่อไปนี้คือ
๑. นาย ก. ทำสัญญาซื้อที่ดินมีโฉนดกับนาย ค. โดยที่นาย ค. รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนต่างด้าว และรู้ว่านาย ก. ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก รมต. กระทรวงมหาดไทยให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
๒. ต่อมานาย ก. ก็ได้ไปทำสัญญาซื้อที่ดินมี นส. ๓ / สค.๑ ซึ่งมีเพียงสิทธิครอบครองจากนาย ง. โดยนาย ง. รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนต่างด้าว และก็รู้อีกด้วยว่ายังไม่ได้รับอนุญาตจาก รมต. กระทรวงมหาดไทยให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
๓. หลังจากนั้นนาย ก. ก็ได้ไปทำสัญญาซื้อที่ดินมีโฉนดกับนาย จ. โดยมีเงื่อนไขในสัญญากันว่า "นาย ก. ต้องได้รับอนุญาติจาก รมต. กระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะทำสัญญาซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์"
คำถามก็คือนิติกรรมที่นาย ก. ทำทั้งหมดมีผลเป็นโมฆะหรือไม่?
คำตอบ ก็คือ
๑.สัญญากู้ในส่วนดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะ เพราะเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา อันขัดต่อ พรบ. เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน (ฎีกา 1321/2500) และการเรียกดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ก็ย่อมตกเป็นโมฆะ เพราะขัดต่อ ปพพ. ม. 655 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน (ฎีกา 543/2510)
๒.สัญญาซื้อขายที่ดินกับนาย ค. ตกเป็นโมฆะ เพราะถือว่าสัญญามีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เนื่องจาก ป. ที่ดิน ม. 86 ห้ามคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทย เว้นแต่จะได้มีการอนุญาตจาก รมต. กระทรวงมหาดไทย (ฎีกา 344/2511)
๓.สัญญาที่ทำกับนาย ง. ตกเป็นโมฆะ เพราะสัญญามีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เนื่องจาก ป.ที่ดิน ม. 86 ห้ามคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์..ฯ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก รมต. กระทรวงมหาดไทย (ฎีกา 344/2511) และการห้ามถือกรรมสิทธิ์นั้นไม่ได้ห้ามเฉพาะที่ดินที่มีโฉนดเท่านั้น ยังห้ามถึงที่ดินซึ่งมีเพียงสิทธิครอบครองด้วย (ฎีกา 2960/2517)
๔. สัญญาที่ทำกับนาย จ. มีผลสมบูรณ์ เพราะ เมื่อ ป.ที่ดินไม่ได้บัญญัติห้ามเด็ดขาดไม่ให้คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน การทำสัญญาดังกล่าวโดยมีเงื่อนไขว่าต้องให้นาย ก. ไปขออนุญาตจาก รมต. มหาดไทยก่อนจึงจะทำสัญญาซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์กัน จึงไม่ใช่สัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยผลของกฎหมาย (ฎีกา 312/2511 ประชุมใหญ่)
...ซึ่งถ้าจำเป็นเรื่องราวพร้อมคำตอบและเหตุผลที่อาจจะสั้นกว่านี้ได้ ก็ย่อมทำให้จำฎีกาพร้อมเหตุได้ตั้งหลายฎีกา อีกทั้งยังสามารถมาจัดให้แต่ละฎีกามาอยู่ในเรื่องเดียวกันได้เช่น
อ้างอิงที่มา : Turkjung Law