คดีผู้ใหญ่ห้ามปรามเด็กโดยละม่อม
(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2444)
*************
คดีนี้เกิดขึ้นในงานวัดกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ สมุทรปราการเมื่อ 112 ปีที่แล้ว
เรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2442 วัดกิ่งแก้วได้จัดงานทอดกฐินขึ้น เมื่อเวลาดึก นายหงอได้ชกต่อยกับนายเริญ นายบุญกับนายหรี่ซึ่งเป็นญาติของนายเริญได้เห็นจึงได้ถือไม้วิ่งไล่ตามนายหงอไป เพื่อจะช่วยนายเริญ
.. นายด้วง ซึ่งเป็นเจ้าของงานกับสมีไข่ซึ่งเป็นพระภิกษุในวัดนั้น (และเป็นจำเลยทั้งคู่ในคดีนี้) ได้ใช้ไม้ตีเพื่อห้ามปรามพวกที่กำลังทะเลาะวิวาทกันนั้น แต่ปรากฎว่าได้ตีหนักมือไปหน่อยจนนายหรี่ซึ่งเป็นพวกที่กำลังวิวาทได้ถึงแก่ความตาย
..ศาลชั้นต้น(ศาลอาญา) ตัดสินให้จำคุกนายด้วง 3 ปี ส่วนสมีไข่ซึ่งเป็นพระภิกษุนั้นจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป..
..นายด้วงและสมีไข่(จำเลย) ได้ยื่นอุทธรณ์ว่า "ต้นเหตุแห่งการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นด้วยนายหงอ นายเริญ นายบุญ นายหรี่ วิวาทกัน...นายด้วงและสมีไข่เป็นเพียงเจ้าของงานและได้เข้าห้ามปรามการวิวาทนั้น โจทก์ควรฟ้องผู้ที่เป็นต้นเหตุแห่งการวิวาท แต่มาฟ้องร้องผู้ห้ามปรามจึงไม่สมควรขอให้ยกฟ้อง"
..ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดและไม่ควรมีโทษ
..โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานอัยการได้ยื่นฎีกา ว่าศาลอุทธรณ์ตัดสินไม่ตรงรูปความ
..ศาลฎีกาตัดสินว่า
1. ต้นเหตุแห่งการวิวาทไม่ได้เกิดขึ้นจากนายด้วง (เจ้าของงาน) และสมีไข่ (ซึ่งเป็นพระภิกษุในวัดนั้น เมื่อนายหงอ นายเริญ นายบุญและนายหรี่ได้วิวาทกันขึ้นแล้ว นายด้วงและสมีไข่จึงเป็นผู้ห้ามปราม โจทก์ไม่ได้ฟ้องผู้เป็นต้นเหตุแห่งการวิวาท แต่มาฟ้องผู้ห้ามปราม
2. ทางพิจารณาได้ความแล้วว่า นายด้วงและสมีไข่ได้ตีพวกวิวาทบ้างก็เพราะว่า ผู้วิวาทได้วิ่งถือไม้มา และไล่จับเพื่อจะห้ามปราม การที่ทำก็เป็นการธรรมดาของผู้หลักผู้ใหญ่ในที่นั้น ถึงแม้ว่าจะหนักแรงไปบ้างเล็กน้อย ก็เห็นได้ว่าไม่ได้ตั้งใจ ก็เรียกได้ว่าทำแต่โดยละม่อม เมื่อการที่ทำนั้นไปเป็นเหตุให้นายหรี่ถึงแก่ความตาย นายด้วงและสมีไข่ก็ไม่มีความผิด
คดีนี้ตัดสินเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2444 ซึ่่งมีผู้พิพากษาศาลฎีกาที่เป็นองค์คณะได้แก่...
-รพีพัฒนศักดิ์
-สีหราชฤทธิไกร
-ศิริธัชสังกาศ
นับว่าเป็นคำพิพากษาฎีกาที่ทรงคุณค่ายิ่ง ที่พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ได้ร่วมตัดสินคดีนี้ด้วย และถือว่าเป็นคำพิพากษาที่มีเหตุผลเหมาะควรในยุคหนึ่งๆ
อ้างอิงที่มา : Turkjung Law