เหตุใดจึงต้องมีกฎหมายกำหนดเรื่องสถานที่ชำระหนี้ ตามมาตรา ๓๒๔ ปพพ.
(นายเสนีย์ ปราโมช)
************************
"ในเรื่องสถานที่อันพึงชำระหนี้กันนั้น เป็นข้อที่อาจเกิดโต้เถียงเกี่ยงงอนกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ได้เสมอ ๆ เช่น ก. ขึ้นไปทำสัญญาซื้อช้างจาก ข. ที่ลำปาง โดยภูมิลำเนาของ ก. อยู่ที่สงขลาและมิได้มีข้อตกลงกันไว้ว่าจะชำระหนี้ส่งมอบช้างกันที่ไหน ถึงเวลาจะชำระหนี้ส่งมอบช้างนั้น ก. เกี่ยงให้ ข. เอาไปส่งให้ที่สงขลา ฝ่าย ข. ก็ว่าตัวมันใหญ่นักเอาไปไม่ไหว ให้ ก. ไปรับเอาเองที่ลำปาง ถ้าไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เกิดเป็นคดีฟ้องร้องกันขึ้น ศาลเองก็คงไม่รู้ที่จะบังคับอย่างไร? หรือเช่น ก. ขึ้นไปกู้เงิน ข. ที่ลำปาง ถึงเวลาต้องชำระหนี้ ก. เกี่ยงให้ ข. มารับที่สงขลา ข. ว่าเวลาทีมาขอยืมเอาไปยังเสียค่ารถไฟขึึ้นไปรับเอาได้ ถึงเวลาชำระหนี้ก็ควรที่จะขึ้นรถไปหอบเอากลับไปใช้ให้เขา ดังนี้ ก็อาจเกิดโต้เถียงกันขึ้นได้อีกเหมือนกัน... ..หลักทั่ว ๆ ไปนั้น ท่านว่ากันว่าลูกหนี้ต้องเที่ยวติดตามหาเจ้าหนี้เพื่อใช้หนี้ให้เขา แต่ก็คิดดูเถิดว่าถ้าจะต้องชำระหนี้เช่นด้วยการส่งมอบช้างตัวใหญ่ ๆ จะให้ลูกหนี้หิ้วหอบเอาไปเที่ยวตามหาเจ้าหนี้เพื่อส่งมอบให้ ก็อาจจะเป็นการเหลือบ่ากว่าแรงเกินไป ด้วยความประสงค์ที่จะระงับข้อโต้เถียงและความที่อาจจะสงสัยกันได้ในเรื่องเช่นนี้ มาตรา ๓๒๔ จึงบัญญัติไว้ว่า ในกรณีชำระหนี้ด้วยการส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง ให้ส่งมอบกันที่สถานที่ที่ทรัพย์นั้นได้อยู่ในเวลาเมื่อก่อให้เกิดหนี้นั้น ในกรณีที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ ส่วนการชำระหนี้ด้วยประการอื่น ก็จำต้องชำระ ณ สถานที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของเจ้าหนี้"
อ้างอิงที่มา : Turkjung Law