ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค2 อ.ประเสริฐ เนติฯ สมัยที่ 71 | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- อัพเดท
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.แพ่ง >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.แพ่ง วิธีพิจารณาสามัญฯ (ม. 170 - 188)

ชื่อข้อมูล : ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค2 อ.ประเสริฐ เนติฯ สมัยที่ 71
หมวด : รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.แพ่ง วิธีพิจารณาสามัญฯ (ม. 170 - 188)
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 11, 12, 14 ,16 ,17 ,18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.แพ่ง และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

  ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค2 อ.ประเสริฐ เนติฯ สมัยที่ 71

    คำพิพากษาที่ 4716/2561 (ภาคทบทวน) วินิจฉัยว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้อง ต.และจำเลยเรียกทรัพย์มรดกคืน อ้างว่าบุคคลทั้งสองมีเจตนาทุจริตร่วมกันฉ้อฉลโจทก์ทำนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส. 3 (ก) เป็นของจำเลยและ ต. โดยไม่แบ่งให้ทายาทอื่น ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวกลับเข้าสู่กองมรดก ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นบุตรของ ถ .เจ้ามรดกจึงเป็นทายาทโดยธรรมซึ่งมีสิทธิรับมรดก เมื่อ ต. ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกให้จำเลยแล้ว จำเลยย่อมมีความชอบธรรมที่จะรับไว้ด้วยสิทธิความเป็นทายาทและย่อมจะครอบครองทรัพย์มรดกได้ด้วยอำนาจของตน กรณีไม่เข้าข่ายการปิดบังยักย้ายทรัพย์มรดก และไม่ถือเป็นการครอบครองทรัพย์มรดกแทนโจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเพื่อรับเอาทรัพย์มรดกจึงเป็นคดีมรดกและโจทก์ฟ้องคดีเกิน 10 ปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย คดีในส่วนของจำเลยขาดอายุความและพิพากษายกฟ้องในส่วนของจำเลย โจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษา คดีดังกล่าวจึงถึงที่สุด มีผลผูกพันโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทระหว่าง ต. กับจำเลยโดยอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกันกับคดีก่อน แม้จะอ้างเหตุแห่งการเพิกถอนว่าเป็นนิติกรรมอำพรางก็ด้วยมีความประสงค์อย่างเดียวกันคือให้ที่ดินพิพาทกลับสู่กองมรดกของ ถ. และนำมาแบ่งปันแก่โจทก์รวมทั้งทายาทอื่นต่อไป ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้และคดีก่อนจึงเป็นข้ออ้างเดียวกัน คือการโอนที่ดินพิพาทระหว่าง ต. กับจำเลยกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดังนี้แม้คดีก่อนศาลแขวงได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ในส่วนจำเลยเพราะเหตุขาดอายุความ แต่ศาลแขวงก็ได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีด้วยว่าจำเลยเป็นทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิรับมรดก การที่ ต. ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยมิใช่การปิดบังยักยอกทรัพย์มรดกและไม่ถือว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ย่อมถือได้ว่าศาลแขวงได้วินิจฉัยในเนื้อหาของเรื่องที่ฟ้องร้องกันแล้ว ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148

 

      ในเรื่องฟ้องซ้ำนั้น เป็นกรณี หากศาลในคดีก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว กฎหมายห้ามมิให้คู่ความนำคดีเรื่องเดียวกันมาฟ้องร้องกันอีก แต่คำพิพากษาของศาลในคดีก่อนที่ถึงที่สุดนั้น ศาลจะต้องได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดีแล้วด้วย ปัญหาจึงมีว่าหากศาลในคดีก่อน ยกฟ้อง เพราะเห็นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความและคดีถึงที่สุด ดังนั้นการที่ศาลยกฟ้องเพราะเห็นว่าคดีขาดอายุความจะถือได้หรือไม่ว่าศาลได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคดี และหากโจทก์นำคดีมาฟ้องอีกในเรื่องเดียวกัน จะถือว่าเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่

       คำพิพากษาฎีกาที่ 4716/2561 (ภาคทบทวน) วินิจฉัยว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้อง ต.และจำเลยเรียกทรัพย์มรดกคืน อ้างว่าบุคคลทั้งสองมีเจตนาทุจริตร่วมกันฉ้อฉลโจทก์ทำนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการ
ทำประโยชน์ น.ส. 3 (ก) เป็นของจำเลยและ ต. โดยไม่แบ่งให้ทายาทอื่น ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวกลับเข้าสู่กองมรดก ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นบุตรของ ถ .เจ้ามรดกจึงเป็นทายาทโดยธรรมซึ่งมีสิทธิรับมรดก เมื่อ ต. ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกให้จำเลยแล้ว จำเลยย่อมมีความชอบธรรมที่จะรับไว้ด้วยสิทธิความเป็นทายาทและย่อมจะครอบครองทรัพย์มรดกได้ด้วยอำนาจของตน กรณีไม่เข้าข่ายการปิดบังยักย้ายทรัพย์มรดก และไม่ถือเป็นการครอบครองทรัพย์มรดกแทนโจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเพื่อรับเอาทรัพย์มรดกจึงเป็นคดีมรดกและโจทก์ฟ้องคดีเกิน 10 ปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย คดีในส่วนของจำเลยขาดอายุความและพิพากษายกฟ้องในส่วนของจำเลย โจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษา คดีดังกล่าวจึงถึงที่สุด มีผลผูกพันโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทระหว่าง ต. กับจำเลยโดยอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกันกับคดีก่อน แม้จะอ้างเหตุแห่งการเพิกถอนว่าเป็นนิติกรรมอำพรางก็ด้วยมีความประสงค์อย่างเดียวกันคือให้ที่ดินพิพาทกลับสู่กองมรดกของ ถ. และนำมาแบ่งปันแก่โจทก์รวมทั้งทายาทอื่นต่อไป ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้และคดีก่อนจึงเป็นข้ออ้างเดียวกัน คือการโอนที่ดินพิพาทระหว่าง ต. กับจำเลยกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดังนี้แม้คดีก่อนศาลแขวงได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ในส่วนจำเลยเพราะเหตุขาดอายุความ แต่ศาลแขวงก็ได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีด้วยว่าจำเลยเป็นทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิรับมรดก การที่ ต. ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยมิใช่การปิดบังยักยอกทรัพย์มรดกและไม่ถือว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ย่อมถือได้ว่าศาลแขวงได้วินิจฉัยในเนื้อหาของเรื่องที่ฟ้องร้องกันแล้ว ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันคำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148

 

       คำพิพากษาฎีกาที่ 3337/2561 (ภาคทบทวน) โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในฐานะที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้เข้าชำระหนี้แก่ ส. เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแทนจำเลยที่ 1 แล้วโจทก์เข้าสู่ฐานะ เป็นผู้รับช่วงสิทธิของ ส. ไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยทั้งสอง ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 อ้างว่าจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่ จ. ซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดีนี้แล้ว จำเลยที่ 1 มาขอใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่โจทก์ โดยโจทก์ก็ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีที่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ จ. นั้น ย่อมเห็นได้ชัดแล้วว่าคำฟ้องแย้งเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสามและมาตรา 179 วรรคสุดท้าย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งรวมมาในคำให้การ

 

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2387/2525  (ภาคปกติ) โจทก์ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยยื่นคำขอฝ่ายเดียวในเหตุฉุกเฉิน และศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วยการให้จำเลยทั้งแปดกับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยทั้งแปดเข้าเกี่ยวข้อง ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 254(2) จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ทราบคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตาม และมิได้ยื่นคำขอโดยพลันให้ศาลชั้นต้นยกเลิกคำสั่งหรือหมายนั้นเสียตามบทบัญญัติของ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 267 วรรคสอง โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลว่า ปิดประกาศขับไล่จำเลยทั้งแปดและบริวาร บัดนี้พ้นระยะเวลาตามประกาศแล้ว ผู้แทนโจทก์แถลงว่า จำเลยทั้งแปดและบริวารยังคงอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วจึงให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 5 ให้กักขังไว้ เว้นแต่มีประกัน จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นอ้างว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ไม่เคยบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์และศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ยังคงบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ยังคงฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 มิได้กระทำความผิดดังที่โจทก์ฟ้องหรือบุกรุกที่ดินพิพาทของโจทก์แต่อย่างใด โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่รับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ศาลฎีกาย่อมไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้กักขังจำเลยที่ 2 และที่ 5 เว้นแต่มีประกัน และให้ออกหมายจับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 296 จัตวา(1) กรณีที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลในเรื่องของการขอคุ้มครองชั่วคราว โจทก์สามารถบังคับคดีโดยนำบทบัญญัติภาคบังคับคดีมาบังคับใช้บังคับได้โดยอนุโลม

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ 952/2561 (ภาคปกติ) จำเลยที่ 1 และ 2 ฎีกาว่าคำฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ ไม้ชอบด้วย ป.วิแพ่งฯ มาตรา 173 นั้น มีข้อสังเกตว่าในคดีก่อนเป็นกรณีการยื่นคำร้องขอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติม ซึ่งคำร้องขอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมไม่ถือว่าเป็นคำฟ้อง ศาลฎีกาได้ตัดสินว่าคดีนี้กับคดีก่อนที่โจทก์ขอให้ยึดทรัพย์สินอื่นเพิ่มเติมไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ยื่นคำฟ้อง ทั้งทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเพิ่มเติมคดีนี้กับคดีก่อนเป็นที่ดินคนละแปลงกันจึงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ดังนั้นคำร้องของโจทก์คดีนี้จึงไม่ต้องห้ามตามมาตรา 173 วรรคสอง(1)


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1612 ครั้ง

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  







คำแนะนำ
1. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ [email protected] (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2569)