ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง เลียนแบบเครื่องหมายการค้า / จิตฤดี วีระเวสส์
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3620/2537   

    
 
ป.อ. มาตรา 83, 274

  
   แถบป้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมที่จดทะเบียนไว้แล้วใช้ผ้าพื้นสีกรมท่าตัวอักษรคำว่า KIKADA สีเหลือง แต่ที่จำเลยทำขึ้นใช้ผ้าพื้นสีขาว ตัวอักษรคำว่า KIKDA สีดำ ซึ่งต่างกันแต่เพียงสีของแถบป้ายกับสีของตัวอักษรและลีลาการเขียนอักษรเท่านั้นแต่ชื่อที่เรียกขานเป็นอย่างเดียวกัน เครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วม ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับสินค้าประเภทเดียวกันแล้ว อาจทำให้ผู้ซื้อหลงผิดได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้น   ในความรับผิดทางอาญานั้น หากนิติบุคคลกระทำความผิดนอกจากนิติบุคคลนั้นจะต้องรับผิดแล้ว ผู้ที่มีส่วนในการกระทำความผิดนั้นย่อมต้องรับผิดด้วย โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้นั้นจะเป็นกรรมการของนิติบุคคลนั้นหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการของบริษัท ก. ที่กระทำความผิดฐานเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น จำเลยจึงมีความผิดด้วย แม้จำเลยจะมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนมาแสดงว่าจำเลยมิใช่กรรมการของบริษัทก. ก็ตาม

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องว่า ผู้เสียหายได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า "KIKADA" สำหรับสินค้าจำพวกป้ายคอเสื้อไว้ในราชอาณาจักรเมื่อปี 2529 โดยกำหนดรูปแบบพื้นสีน้ำเงินและตัวอักษรสีทอง วันที่18 มีนาคม 2534 จำเลยได้เลียนแบบเครื่องหมายการค้าดังกล่าวของผู้เสียหายสำหรับสินค้าจำพวกป้ายคอเสื้อ โดยทำเป็นเนื้อผ้าต่วนพื้นสีขาว ตัวอักษรสีดำเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274, 33และริบของกลาง

 
จำเลยให้การปฏิเสธ

 
ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

 
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง แต่ของกลางให้ริบ

 
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 1,000 บาทจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง

 
จำเลยฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ร่วมมีอาชีพค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ภายใต้เครื่องหมายการค้าว่าคิคาด้า (KIKADA) ซึ่งเป็นแถบป้ายติดไว้ที่คอเสื้อผ้าและได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้แล้ว โจทก์ร่วมว่าจ้างให้บริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัด หรือร้านแกมม่าสไตล์เป็นผู้จัดทำแถบป้ายเครื่องหมายดังกล่าวตลอดมาหลายครั้ง ต่อมามีลูกค้า แจ้งให้โจทก์ร่วมทราบว่ามีผู้ปลอมแปลงสินค้าของโจทก์ร่วมโดยใช้แถบป้ายเครื่องหมายการค้าปลอมที่มีข้อความยี่ห้อ เดียวกับโจทก์ร่วมส่งไปขายยังต่างประเทศ โจทก์ร่วมสืบเสาะทราบว่าที่ร้านแกมม่าสไตล์ได้ทำแถบป้ายเครื่องหมายการค้ามีข้อความว่าคิคาด้า (KIKADA)เช่นเดียวกับของโจทก์ร่วม แต่ต่างกันเฉพาะพื้นผ้ากับสีเท่านั้นจึงแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลย เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นร้านแกมม่าสไตล์พบแถบป้ายเครื่องหมายการค้าซึ่งมีข้อความว่าคิคาด้า(KIKADA) จำนวน 41 ม้วน จึงยึดเป็นของกลาง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำความผิดดังโจทก์ฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าจำเลยมิใช่กรรมการผู้จัดการบริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัด จำเลยเป็นเพียงลูกจ้างของบริษัทดังกล่าว ไม่มีส่วนรู้เห็นในการทำแถบป้ายเครื่องหมายการค้าของกลางนั้น เห็นว่าโจทก์และโจทก์ร่วมมีตัวโจทก์ร่วมเบิกความยืนยันว่า พยานได้ติดต่อว่าจ้างจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการของร้านแกมม่าสไตล์เป็นผู้จัดทำแถบป้ายเครื่องหมายการค้าคำว่าคิคาด้า (KIKADA) ซึ่งพยานได้ติดต่อกับจำเลยให้ทำแถบป้ายเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาหลายครั้งแล้ว ทั้งยังได้ความจากโจทก์ร่วมอีกว่า ร้านของโจทก์ร่วมและจำเลยอยู่ในบริเวณศูนย์การค้าอินทราด้วยกัน ห่างกันประมาณ 100 เมตร ซึ่งจำเลยเบิกความรับว่ารู้จักโจทก์ร่วมมาประมาณ 7 ปีแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าโจทก์ร่วมย่อมรู้ดีว่าร้านดังกล่าวใครเป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้ตามคำของร้อยตำรวจเอกชาติชาย เทียมฉัตร พยานโจทก์ผู้ตรวจค้นและจับกุมจำเลยก็ได้ความว่า เมื่อพยานแสดงหมายค้น จำเลยยินยอมและเป็นผู้นำค้นร้านแกมม่าสไตล์จนยึดได้ของกลาง เมื่อพยานสอบถามจำเลยก็ทราบจากจำเลยว่าจำเลยเป็นเจ้าของร้านแกมม่าสไตล์ จึงแจ้งข้อหาแก่จำเลยและจับกุมมาดำเนินคดีตามบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเอกสารหมาย จ.6 ยิ่งไปกว่านั้นตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.8 จำเลยก็หาได้ให้การปฏิเสธว่าจำเลยมิใช่เจ้าของร้านที่ค้นพบเครื่องหมายการค้าของกลางไม่ กลับให้การว่าจำเลยนำค้นพบของกลางวางอยู่ที่ตู้โชว์หน้าร้านของจำเลย พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวจึงรับฟังได้อย่างปราศจากสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการบริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัด หรือร้านแกมม่าสไตล์ที่รับทำแถบป้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วม และถือโอกาสทำเลียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวขึ้นมาจำหน่ายแก่ผู้ที่นำไปติดปลอมสินค้าของโจทก์ร่วมกล่าวคือ แถบป้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมที่จดทะเบียนไว้แล้วใช้ผ้าพื้นสีกรมท่า ตัวอักษรคำว่า KIKADA สีเหลือง แต่ที่จำเลยทำขึ้นใช้ผ้าพื้นสีขาว ตัวอักษรคำว่า KIKADA สีดำ ซึ่งต่างกันแต่เพียงสีของแถบป้ายกับสีของตัวอักษรและลีลาการเขียนตัวอักษรเท่านั้น แต่ชื่อที่เรียกขานเป็นชื่ออย่างเดียวกัน เครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วม ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับสินค้าประเภทเดียวกันแล้วอาจทำให้ผู้ซื้อหลงผิดได้การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้น จำเลยจึงต้องมีความผิดดังโจทก์ฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนมาแสดงว่าจำเลยมิใช่กรรมการของบริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัด จึงน่าเชื่อยิ่งกว่าคำพยานโจทก์นั้น เห็นว่า  ในความรับผิดทางอาญานั้น หากนิติบุคคลกระทำความผิดนอกจากนิติบุคคลนั้นจะต้องรับผิดแล้ว ผู้ที่มีส่วนในการกระทำความผิดนั้นย่อมต้องรับผิดด้วย โดยไม่คำนึงว่าผู้นั้นจะเป็นกรรมการของนิติบุคคลนั้นหรือไม่ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการของบริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัด ที่ยึดได้เครื่องหมายการค้าที่เลียนแบบเป็นของกลาง จำเลยจึงต้องมีความผิด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้ว"

 
พิพากษายืน

    
(สุวรรณ ตระการพันธุ์ - นาม ยิ้มแย้ม - สุรินทร์ นาควิเชียร)

  
หมายเหตุ

  
 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 ที่ระบุว่าผู้ใดเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้น ต้องระวางโทษ

 
 จากข้อความที่ระบุไว้ในมาตราดังกล่าวข้างต้น สามารถเห็นจุดมุ่งหมายในการลงโทษการฉ้อโกงทางการค้าชนิดที่ทำการเลียนแบบเครื่องหมายการค้าอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อหลงเข้าใจผิดไปโดยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบนั้น แต่เมื่อพิจารณาดูรวมกันแล้วจะมองเห็นคล้ายของจริง อันทำให้ประชาชนหลงเชื่อได้ว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้อื่น

 
 การเลียนจะมีลักษณะใกล้เคียงเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นเพียงใดนั้นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป การเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้นต้องมีเจตนาพิเศษคือมีมูลเหตุจูงใจเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเครื่องหมายการค้าที่เลียนนั้นเป็นของผู้อื่น ฉะนั้นจึงต้องมีการนำเครื่องหมายการค้าที่เลียนของผู้อื่นนั้นไปประทับหรือติดไว้กับสินค้าของตนแล้ว เพราะถ้าทำเลียนไว้แต่ไม่นำไปติดกับสินค้าของตนก็ไม่มีข้อเท็จจริงที่จะให้ประชาชนหลงเชื่อได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2506,779/2506,1480/2506)

 
 ส่วนการวินิจฉัยว่าประชาชนจะหลงเชื่อว่าเครื่องหมายการค้าอันหนึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าอีกอันหนึ่งหรือไม่นั้น ศาลมีอำนาจพิจารณาดูเองจากวัตถุพยานที่ปรากฏต่อศาล โดยไม่จำต้องอาศัยพยานบุคคลหรือผู้เชี่ยวชาญก็ได้เพราะวัตถุพยานแสดงให้เห็นได้ดีกว่าพยานบุคคล (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2476,591-592/2477)นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงความรู้สึกของวิญญูชนทั่วไป มิใช่จากความรู้สึกของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2470,97/2512)

 
 องค์ประกอบความผิดที่สำคัญของมาตรานี้อีกอย่างหนึ่งก็คือเครื่องหมายการค้าที่ถูกเลียนนี้ จะต้องเป็นเครื่องหมายที่ผู้อื่นได้จดทะเบียนไว้ภายในหรือนอกราชอาณาจักรแล้ว และผู้เลียนเครื่องหมายการค้านั้นจะต้องรู้ด้วยว่าเครื่องหมายที่ตนเลียนนั้นเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นด้วย

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2507 เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นรูปเครื่องหมายตรา "คนขี่ควาย" ซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ส่วนสินค้าของจำเลยใช้เครื่องหมายตรา "ลิงขี่ควาย" ไม่ได้จดทะเบียน เมื่อมองดูเห็นได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยมีลักษณะเกือบเหมือนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ซึ่งบุคคลธรรมดาอาจหลงเข้าใจผิดได้ว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของโจทก์ได้จึงเป็นการเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ มีความผิดตามมาตรา 274

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298-299/2510 เครื่องหมายการค้าบริษัทโจทก์จดทะเบียนไว้บนแค๊ปซูล ตัวอักษรโรมันตัวเขียนเล็กมา12 ปีแล้ว จำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นอักษรโรมันตัวพิมพ์ใหญ่ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเดียวกันและมี 7 ตัวเท่านั้นแต่เวลาจำเลยนำมาใช้บนแค๊ปซูลใช้อักษรโรมันตัวเขียน 7 ตัวอย่างของบริษัทโจทก์ ทำขนาด ทำลักษณะและลีลาในการเขียนอย่างบริษัทโจทก์โดยขนาดเดียวกันเหมือนอย่างของบริษัทโจทก์ ย่อมเป็นการเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยเจตนาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทโจทก์ฉะนั้นไม่ว่าจำเลยจะควบคุมผู้ขายปลีกหรือผู้ซื้อหรือไม่ เจ้าพนักงานจะยอมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้จำเลยหรือไม่ จะมีประชาชนได้ซื้อโดยผิดหลงหรือยัง จำเลยก็มีความผิดตามมาตรา 274

 
  จิตฤดี วีระเวสส์


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1868 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง เลียนแบบเครื่องหมายการค้า / จิตฤดี วีระเวสส์ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  




คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]