มาตราเคยออกสอบ แพ่ง ข้อ ๖
(ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี พ.ศ. ๒๕๕๙)
---------------------------
มาตราที่เคยออกสอบ
มาตรา ๓๖๖ (วรรคสอง ออกสอบ ข้อ ๖ ปี ๒๕๕๙) ข้อความใด ๆ แห่งสัญญาอันคู่สัญญาแม้เพียงฝ่ายเดียวได้แสดงไว้ว่าเป็นสาระสำคัญอันจะต้องตกลงกันหมดทุกข้อนั้น หากคู่สัญญายังไม่ตกลงกันได้หมดทุกข้ออยู่ตราบใด เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกัน การที่ได้ทำความเข้าใจกันไว้เฉพาะบางสิ่งบางอย่าง ถึงแม้ว่าจะได้จดลงไว้ก็หาเป็นการผูกพันไม่
ถ้าได้ตกลงกันว่าสัญญาอันมุ่งจะทำนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือไซร้ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำขึ้นเป็นหนังสือ (ออกสอบ ข้อ ๖ ปี ๒๕๕๙)
สกัดหลัก เจาะประเด็นที่น่าสนใจ
ประเด็นที่ ๑
กรณีสัญญาที่มีข้อตกลงเป็นข้อ ๆ ซึ่งแต่ละข้อเป็นสาระสำคัญและ สัญญานั้นยังมิได้ตกลงกันจนครบทุกข้อ (มาตรา ๓๖๖ วรรคหนึ่ง)
มาตรา ๓๖๖ บัญญัติว่า “ข้อความใด ๆ แห่งสัญญาอันคู่สัญญาแม้เพียง ฝ่ายเดียวได้แสดงไว้ว่าเป็นสาระสำคัญอันจะต้องตกลงกันหมดทุกข้อนั้น หาก คู่สัญญายังไม่ตกลงกันได้หมดทุกข้ออยู่ตราบใด เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านนับว่า ยังมิได้มีสัญญาต่อกัน การที่ได้ทำความเข้าใจกันไว้เฉพาะบางสิ่งบางอย่าง ถึงแม้ว่า จะได้จดลงไว้ก็หาเป็นการผูกพันไม่
ถ้าได้ตกลงกันว่าสัญญาอันมุ่งจะทำนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือไซร้ เมื่อ กรณีเป็นที่สงสัย ท่านนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำขึ้นเป็นหนังสือ”
โดยปกติแล้วแม้สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อคำเสนอถูกต้องตรงกับคำสนอง แต่หากเป็นกรณีสัญญานั้นได้กำหนดกันไว้เป็นข้อ ๆ และแต่ละข้อล้วนเป็นสาระสำคัญของสัญญานั้น คู่สัญญาจะต้องตกลงให้ตรงกันทุกข้อก่อน สัญญาจึงจะเกิดขึ้น โดยข้อความที่ถือเป็นสาระสำคัญของสัญญาอาจแบ่งได้เป็น ๒ กรณี ดังนี้
๑. ข้อตกลงที่เป็นสาระสำคัญโดยสภาพของสัญญา หมายถึง ข้อสัญญาที่โดยสภาพของสัญญาแล้วจะขาดข้อตกลงนั้นเสียไม่ได้และไม่มีบทสันนิษฐานใด ๆ ของ กฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าหากคู่สัญญาไม่ได้ตกลงกันเอาไว้จะให้บังคับอย่างกันอย่างไร เช่น สัญญาจ้างว่าความข้อตกลงเรื่องสินจ้างที่ลูกจ้างจะต้องชำระให้แก่ทนายความ ย่อมถือเป็นสาระสำคัญ ดังนั้น ถ้ายังมิได้ตกลงในส่วนของค่าจ้างว่าความกันสัญญาย่อม ยังไม่เกิด
๒. ข้อตกลงที่เป็นสาระสำคัญตามเจตนาของคู่สัญญา หมายถึง ข้อตกลงที่เกิดจากการกำหนดของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้เป็นสาระสำคัญของสัญญาซึ่งหากมิได้ตกลงกันในข้อสัญญาเช่นว่านั้นสัญญาจะยังไม่เกิด ทั้งนี้แม้จะมีกฎหมายบัญญัติ ข้อสันนิษฐานเอาไว้แล้วว่าหากคู่สัญญาไม่ได้ตกลงกันไว้จะให้มีผลอย่างไรกันก็ตาม เช่น สัญญาซื้อขายทรัพย์ทั่วไป แม้โดยปกติแม้คู่สัญญาจะมิได้ตกลงราคากันไว้กฎหมายก็ให้ใช้ราคาพอสมควร ในการซื้อแม้จะยังไม่ได้ตกลงกันไว้ว่าราคาเท่าไร สัญญาก็ย่อมเกิดขึ้นแล้ว แต่หากการซื้อขายนั้น คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้กำหนดเอาไว้ในสัญญาราคาของทรัพย์นั้นเป็นข้อสำคัญของสัญญา เช่นนี้ ตราบใดที่ผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ตกลงกัน ในส่วนของราคาทรัพย์นั้น สัญญาย่อมยังไม่เกิดขึ้น
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๘๗๔/๒๕๕๙ โจทก์กับ ร. ร่วมกันกู้ยืมจากจำเลยนั้นไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ จำเลยจึงไม่อาจอ้างการกู้ยืมเงินดังกล่าวขึ้นต่อสู้โจทก์เพื่อยึดถือโฉนดที่ดินของโจทก์ไว้ได้ และการที่โจทก์กับ ร. ตกลงโอนที่ดินให้แก่จำเลยเป็นการตีใช้หนี้ โดยจำเลยจะต้องชำระเงินเพิ่มให้แก่โจทก์กับ ร. อีกจำนวนหนึ่ง เห็นได้ว่าจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชำระเพิ่มนั้นเป็นสาระสำคัญที่จะต้องตกลงกัน แต่จำเลยก็ยังไม่มีการตกลงกันในรายละเอียดว่า จำเลยจะต้องชำระเงินเพิ่มให้แก่โจทก์กับ ร. เป็นจำนวนเท่าใด จึงนับว่ายังมิได้มีสัญญา ต่อกันตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๖๖ วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยึดหน่วงโฉนดที่ดิน ของโจทก์ไว้ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๘๒๗/๒๕๕๒ ตามสัญญาแม้ใช้ถ้อยคำว่าเป็นสัญญาซื้อขาย แต่เงื่อนไขของสัญญาดังกล่าว ข้อ ๑ ระบุว่าจำนวนสินค้าที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นการประมาณการเท่านั้น การปรับปรุงราคาสินค้าที่ต้องชำระจะคิดคำนวณตามจำนวนสินค้าที่แท้จริง และข้อ ๓ มีใจความว่า วันกำหนดส่งสินค้า และ/หรือกำหนดเวลาส่งมอบสินค้าตามที่ระบุในสัญญา เป็นการกำหนดวันที่โดยประมาณ เช่นนี้ จำนวนสินค้า ราคาและกำหนดเวลาส่งสินค้าซึ่งจะมีผล ไปถึงกำหนดวันที่ต้องชำระเงินจึงหาได้กำหนดไว้แน่นอนไม่ โดยเฉพาะราคาสินค้านั้น ทั้งโจทก์และจำเลยมีการเจรจาโดยต่างเสนอข้อต่อรองเพื่อกำหนดราคาสินค้า เมื่อไม่ตกลงกัน ทำให้ราคาสินค้าไม่อาจกำหนดจำนวนที่แน่นอนได้ ราคาสินค้าจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของสัญญาซื้อขายที่ยังไม่อาจตกลงกันได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๖๖ วรรคหนึ่ง นอกจากนี้เงื่อนไขของสัญญาข้อ ๑๓ ระบุว่าการลงนามทั้งหลายจะมีผลสมบูรณ์เมื่อกรรมการผู้จัดการของจำเลยลงนามแล้วเท่านั้น แต่กรรมการผู้จัดการของจำเลยหาได้ ลงนามใน Sales Contract (สัญญาซื้อขาย) ไม่ ทั้งไม่ปรากฏว่า ส. ลงนามในเอกสาร ดังกล่าว โดยได้รับมอบอำนาจจากกรรมการผู้จัดการของจำเลยแล้ว ดังนั้นสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยยังไม่เกิดขึ้น ทำให้ Sales Contract (สัญญาซื้อขาย) หาได้มีผลเป็นสัญญา ซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยไม่
๓. แม้จะเป็นสัญญาที่มีข้อกำหนดเป็นข้อ ๆ แต่ละข้อเป็นสาระสำคัญและ คู่กรณียังมิได้ตกลงกันทุกข้อ แต่หากมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนาจะผูกพันกันตามที่ตกลงแล้ว ก็ย่อมถือว่าสัญญาเกิดขึ้นแล้ว เช่น สัญญาจ้างว่าความแม้ข้อตกลงเรื่องสินจ้างที่ลูกจ้างจะต้องชำระให้แก่ทนายความจะถือเป็นสาระสำคัญ และ คู่สัญญายังมิได้ตกลงกันในส่วนของสินจ้างนั้น แต่หากทนายความนั้นได้เข้าว่าความให้แก่ลูกความแล้วตามพฤติการณ์ย่อมชี้ให้เห็นว่าทนายความและลูกความมีเจตนาผูกพันกัน ตามสัญญาจ้างว่าความนั้นแล้วแม้จะยังมิได้ตกลงกันในส่วนของค่าจ้างว่าความก็ตาม
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๒๐๗/๒๕๒๕ จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความฟ้องคดี และโจทก์ได้ทำการงานสำเร็จแล้ว แม้จะมิได้ตกลงกันในเรื่องสินจ้าง ก็มีสัญญาผูกพันจำเลยที่จะต้องจ่ายสินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการงานที่ทำนั้น และการคิดจำนวนสินจ้างในกรณีดังกล่าว จำเป็นต้องตีความสัญญาให้เป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณี ด้วย
ประเด็นที่ ๒
กรณีสัญญาที่คำเสนอ คำสนอง ถูกต้องตรงกันแล้ว แต่มีข้อตกลง กันไว้ด้วยว่า คู่สัญญาจะต้องทำเป็นหนังสือก่อน (มาตรา ๓๖๖ วรรคสอง)
มาตรา ๓๖๖ วรรคสอง บัญญัติว่า “ถ้าได้ตกลงกันว่าสัญญาอันมุ่งจะทำนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือไซร้ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกัน จนกว่าจะได้ทำขึ้นเป็นหนังสือ”
สัญญาประเภทนี้แม้คำเสนอคำสนองจะถูกต้องตรงกันแล้วแต่ตราบใดที่ คู่สัญญายังมิได้ทำสัญญาเป็นหนังสือกันที่กำหนดไว้สัญญาก็ย่อมยังไม่เกิดขึ้น โดยการตกลงให้มีข้อกำหนดเช่นว่านี้คู่สัญญาต้องตกลงด้วยกันทั้งสองฝ่ายจะตกลงเพียงฝ่ายเดียว ไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๐/๒๕๒๐ โจทก์เป็นบริษัทจำกัดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จำเลยที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดใน ประเทศไทย ซ. ผู้แทนโจทก์ติดต่อกับจำเลยที่ ๑ ตกลงซื้อขายปอกัน ซ. และจำเลยที่ ๑ ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบปริมาณและราคาที่จะขาย โจทก์มีหนังสือยืนยันมายัง จำเลยที่ ๑ พร้อมทั้งส่งสัญญาซื้อขายมาด้วย เพื่อให้จำเลยที่ ๑ ลงชื่อในฐานะผู้ขาย โจทก์เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตส่งมาแต่ล่าช้าและผิดพลาด จำเลยที่ ๑ จึงไม่ลงชื่อในสัญญาซื้อขาย การซื้อขายปอระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ครั้งก่อน ๆ ต้องทำเป็นหนังสือทุกครั้ง พฤติการณ์ที่ปฏิบัติกันในการซื้อขายปอรายพิพาทเห็นได้ว่าโจทก์ และจำเลยที่ ๑ มีเจตนาที่จะให้สัญญาซื้อขายมีผลผูกพันกันเมื่อได้ทำหนังสือแล้ว จำเลยที่ ๑ ยังมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายจึงถือไม่ได้ว่าสัญญาซื้อขายได้ทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๖ สัญญาซื้อขายยังไม่มี
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๑๕/๒๕๑๖ (ประชุมใหญ่) โจทก์เป็นข้าราชการครูและเป็นสมาชิกสหกรณ์จำเลย ได้ยื่นคำขอกู้เงินจำเลย ๖,๕๐๐ บาท โดยมอบอำนาจให้ ว. ศึกษาธิการอำเภอซึ่งเป็นกรรมการคนหนึ่งของจำเลยเป็นผู้รับเงินแทน ในหนังสือมอบอำนาจนั้นระบุไว้ด้วยว่าเมื่อโจทก์ได้รับเงินกู้จากผู้รับมอบอำนาจ โจทก์จะลงลายมือชื่อในหนังสือกู้และให้ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อ ในหนังสือค้ำประกันตามแบบของสหกรณ์ให้เสร็จไปจำเลยยอมให้กู้เพียง ๖,๓๐๐ บาท น้อยกว่าที่โจทก์เสนอ และได้มอบเงินให้ ว. รับไปโดย ว. ทำคำรับรองให้ไว้ต่อจำเลยว่า จะนําเงินรายนี้ไปจ่ายให้ผู้กู้ และเมื่อจ่ายเงิน จะได้จัดให้ผู้กู้และผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อ ในหนังสือกู้และหนังสือค้ำประกันต่อหน้า ว. ซึ่งจะได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานไว้ด้วย แล้วจะได้จัดส่งหนังสือกู้และค้ำประกันต่อจำเลยโดยเร็วที่สุด ว. จึงมีฐานะเป็นตัวแทน ของจำเลยอยู่ด้วย เมื่อ ว. ยังไม่ได้มอบเงินให้โจทก์ จะถือว่าจำเลยได้ส่งมอบเงินที่ยืมให้โจทก์แล้วยังไม่ได้ ทั้งตามหนังสือมอบอำนาจ และคำรับรองของ ว. ก็มีข้อความแสดงอยู่ว่า การกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์จำเลยอันมุ่งจะทำนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๖ วรรคท้าย ให้นับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำเป็นหนังสือ การกู้ยืมเงินระหว่าง โจทก์จำเลยจึงยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๒๕๒/๒๕๓๙ โจทก์ได้ตกลงซื้ออาคาร วางเงินมัดจำจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ไว้แก่จำเลย มีข้อตกลงว่าเมื่อโจทก์ชำระเงินให้ครบ ๓๘๘,๐๐๐ บาท แล้วจึงจะทำสัญญาจะซื้อขาย กันเป็นหนังสือกำหนดวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้ เมื่อคู่สัญญากำหนดจะทำสัญญากัน โดยวิธีทำเป็นหนังสือ ให้มีข้อตกลงทุกข้อก็ต้องเป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญา กรณีจึงยังเป็นที่สงสัยถือไม่ได้ว่าได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ ทำหนังสือสัญญาต่อกันแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๖ วรรคสอง จะอ้างว่า โจทก์ไม่ยอมทำสัญญาเป็นหนังสือกับจำเลยเป็นการผิดสัญญาจะซื้อขายไม่ได้ เพราะสัญญายังไม่เกิด จำเลยจึงไม่มีสิทธิรับเงินมัดจำ
อ้างอิง วิชา นิติกรรม-สัญญา (อ.ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) เนติฯ สมัยที่ ๗๔
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 560 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|