|
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ6 วิชาเลือก (เลือก 1 วิชา) 6.4 กฎหมายแรงงาน
ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน |
|
ประเด็น หากนายจ้างกับลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานเจรจากันแล้ว ตกลงกันได้เพียงบางข้อ ยังตกลงกันไม่ได้ทั้งหมด มีข้อเรียกร้องบางข้อที่ยังตกลงกันไม่ได้ จะถือว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้แล้วหรือไม่ เคยมีคําพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๐๑/๒๕๕๗ วินิจฉัยว่า นายจ้างกับลูกจ้างเจรจาข้อเรียกร้องแล้วตกลงกันได้บางข้อ ยังไม่มีถือว่าข้อเรียกร้องหรือข้อพิพาทแรงงานตกลงกันได้ คดีนี้เกิดจากสหภาพแรงงานยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ต่อโจทก์ (นายจ้าง) หลายข้อ แต่ผู้แทนโจทก์ยินยอมตกลงตามข้อเรียกร้องเพียง ๒ ข้อ ตามที่พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้ไกล่เกลี่ยในครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๔ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้แทนสหภาพแรงงานมิได้ยอมรับ ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีการเจรจาตกลงเกี่ยวกับข้อเรียกร้องอื่น ๆ ที่เหลือต่อไปอีก ฉะนั้น การเจรจาตกลงกันในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๔ จึงสิ้นสุด โดยที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ต่อมาในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ผู้แทนโจทก์ไม่ไปเจรจาตามนัด และไม่มีการเจรจาตกลงกัน ในวันดังกล่าว การที่ผู้แทนสหภาพแรงงานไปลงชื่อในบันทึกข้อตกลงตามที่ผู้แทนโจทก์ได้ ตกลงไว้ เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๔ นั้น ไม่มีผลทําให้ข้อตกลงที่สิ้นผลไปแล้ว กลับมามีผลได้อีก จึงต้องถือว่าข้อพิพาทแรงงานตามข้อเรียกร้องดังกล่าวยังเป็นข้อที่ตกลงกันไม่ได้ การใช้สิทธิแจ้งปิดงานงดจ้างของโจทก์ จึงชอบด้วย พ.ร.บ.แรงงาน สัมพันธ์ฯ มาตรา ๓๔ โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 29/08/2021 |
| |
ประเด็น หากดําเนินไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขหรือขั้นตอนตามที่ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ กําหนดไว้ แต่ต่อมาทั้งฝ่ายยื่นข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้ ปัญหาว่าข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลมีผลบังคับได้หรือไม่ คำตอบ มีคําพิพากษาฎีกาวินิจฉัยว่า หากข้อตกลงนั้นไม่ขัดต่อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ก็มีผลผูกพันบังคับได้ คําพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๕๑ - ๓๔๕๒/๒๕๔๙ (เน้น*) ลูกจ้างยื่นข้อเรียกร้องขอ เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง มีการแต่งตั้งผู้แทนลูกจ้างเข้าร่วมในการเจรจา ๘ คน ในวันเดียวกันได้มีการเจรจาข้อเรียกร้อง โดยมีพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน เข้าร่วมเจรจาด้วย ผลการเจรจาสามารถตกลงกันได้ โดยโจทก์ตกลงจะจ่ายเงินโบนัสและไม่เอาความผิดแก่ลูกจ้างที่ไม่เข้าทํางาน ทั้งได้นําข้อตกลงฯ ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน แรงงานสัมพันธ์แล้ว ต่อมาโจทก์จ่ายเงินโบนัสตามข้อตกลงให้แก่ลูกจ้าง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อบรรดาลูกจ้างของโจทก์ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างแล้วเจรจาตกลงกันและจัดทําข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โดยที่ข้อตกลงฯ ไม่มีวัตถุประสงค์ เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย พ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๐ การที่ลูกจ้างได้รวมตัวกันหยุดงานเมื่อยังไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้อง ก็ดี จํานวนผู้แทนของลูกจ้างผู้เข้าร่วมในการเจรจามีจํานวนเกินกว่าเจ็ดคนก็ดี พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานเข้าดําเนินการไกล่เกลี่ยในวันเดียวกับที่บรรดาลูกจ้างยื่นข้อเรียกร้อง ก็ดีนั้น แม้จะเป็นการผิดแผกแตกต่างจากขั้นตอนที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ ก็ตาม แต่ก็ไม่มีผลเป็นเหตุให้ข้อตกลงนั้นตกเป็นโมฆะ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 29/08/2021 |
| |
ก่อนที่นายจ้างจะใช้สิทธิปิดงานหรือลูกจ้างจะใช้สิทธินัดหยุดงาน นายจ้างหรือลูกจ้างจะต้องแจ้งการปิดงานหรือนัดหยุดงานให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและอีกฝ่ายทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมงนับแต่เวลาที่แจ้ง (มาตรา ๓๔ วรรคท้าย) จากนั้นจึงจะปิดงานหรือนัดหยุดงานได้ หากไม่ดําเนินการดังกล่าวให้ถูกต้อง จะทําให้การปิดงานหรือนัดหยุดงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๐๑/๒๕๔๗ สหภาพแรงงานแจ้งข้อเรียกร้อง นายจ้างกับสหภาพแรงงานเจรจาข้อเรียกร้องกันแล้ว แต่ตกลงกันไม่ได้ จนเกิดเป็นข้อพิพาทแรงงาน พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานเข้าไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานหลายครั้ง ในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๔ นายจ้างยอมตกลงตามข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน บางข้อตามที่พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้ไกล่เกลี่ย มีการนัดไกล่เกลี่ยวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๔๔ แต่ผู้แทนนายจ้างไม่ได้ไปเจรจาตามนัด จึงไม่มีการเจรจาตกลงกัน นายจ้างแจ้งหนังสือใช้สิทธิปิดงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและสหภาพ แรงงานให้มีผลวันที่ ๓๐ และ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๔ ถือเป็นการใช้สิทธิแจ้งปิดงาน ชอบด้วย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๓๔ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 29/08/2021 |
| |
คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๘๙ - ๑๖๕๐/๒๕๔๓ โจทก์ทั้งหกสิบสองซึ่งเป็นลูกจ้าง ใช้สิทธินัดหยุดงาน ในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๐ เวลา ๘ นาฬิกา โดยแจ้งเป็นหนังสือให้นายจ้างทราบเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๐ เวลา ๑๕ นาฬิกา เป็นการแจ้งล่วงหน้าก่อนนัดหยุดงานเป็นเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่รับแจ้ง เป็นการนัดหยุดงานโดยไม่ชอบ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 29/08/2021 |
| |
คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๙๖๖ - ๑๗๖๕๘/๒๕๕๖*** สหภาพแรงงานแจ้ง ข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ โดยผู้แทนสหภาพแรงงานและผู้แทนจําเลยซึ่งเป็นนายจ้างเข้าร่วมไกล่เกลี่ยรวม ๒ ครั้ง คือในวันที่ ๒๒ และวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ โดยครั้งที่ ๒ คือ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ผู้แทนจําเลยแจ้งความประสงค์ต่อผู้แทนสหภาพแรงงานและพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานแล้วว่า จําเลยไม่ประสงค์จะเจรจา คือไม่ประสงค์จะให้มีการไกล่เกลี่ยต่อไป กรณีจึงถือว่าข้อพิพาทแรงงานนั้น เป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ตามมาตรา ๒๒ วรรคสาม จําเลยย่อมใช้สิทธิปิดงานได้เท่าที่ไม่ขัดต่อมาตรา ๓๔ การที่ผู้แทนจําเลยจัดทําหนังสือแจ้งใช้สิทธิปิดงานมามอบให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน และผู้แทนสหภาพแรงงานเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการใช้สิทธิตามกฎหมายแล้ว แต่ผู้แทน สหภาพแรงงานปฏิเสธไม่ยอมรับหนังสือนั้นเอง ผู้แทนจําเลยจึงอ่านข้อความในหนังสือ ให้ผู้แทนสหภาพแรงงานรับฟังเพื่อให้ทราบถึงการใช้สิทธิปิดงานตามกฎหมาย เท่ากับว่าจําเลยได้แจ้งการใช้สิทธิปิดงานเป็นหนังสือให้ผู้แทนสหภาพแรงงานทราบแล้ว เมื่อสหภาพแรงงานเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้องแทนลูกจ้าง ผู้เป็นสมาชิกตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ดังนั้น การที่ผู้แทนจําเลยแจ้งการปิดงานให้ผู้แทนสหภาพแรงงานถือว่าแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่ง ทราบตามมาตรา ๓๔ วรรคสองแล้ว |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 29/08/2021 |
| |
|
||
|
||
|
||
|
![]() |
||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||
| คำแนะนำ 1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท 2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด) 3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้ 4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected] |