|
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ6 แพ่ง บททั่วไป (นิติกรรม สัญญา หนี้ มาตรา 1-452)
ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน |
|
หลัก สัญญาประกันภัยค้ำจุน คือสัญญาซึ่งผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดในความวินาศภัยที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอกต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 23/09/2021 |
| |
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๖๔/๒๕๓๘ สัญญาประกันภัยค้ำจุน คือสัญญาซึ่งผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดในความวินาศภัยที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอกต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ตามกรมธรรม์ประกันภัยเรื่องคุ้มครองผู้ขับขี่ แม้โจทก์จะได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ค้ำจุนที่จะขับรถไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้โจทก์สวมสิทธิของผู้เอาประกันภัยได้โดยปริยาย โจทก์ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยและไม่ปรากฏว่าโจทก์มีนิติสัมพันธ์อันใดกับผู้เอาประกันภัยในอันที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดในการกระทําละเมิดของโจทก์ต่อบุคคลภายนอก เมื่อโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณีผู้ถูกละเมิดซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โจทก์จึงไม่มีอํานาจฟ้องให้จำเลยชดใช้เงินที่โจทก์จ่ายเป็นค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกคืนได้ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 23/09/2021 |
| |
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๓๙๙/๒๕๒๖ จำเลยที่ ๑ ขับรถชนรถของ ป. เสียหายจึงทําข้อตกลงค่าเสียหายในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีความว่า ป. เรียกร้องให้ จำเลยที่ ๑ นํารถของ ป. ไปซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพดี จำเลยที่ ๑ ตกลงตามที่ ป. เรียกร้อง คู่กรณีตกลงกันได้ ไม่ประสงค์จะฟ้องร้องกันในทางแพ่งและทางอาญาต่อกันอีกต่อไป ข้อตกลงดังกล่าวนี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ มีผลให้มูลหนี้ละเมิดที่จำเลยที่ ๑ ทําระงับสิ้นไป ดังนั้น จำเลย ที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ผู้รับประกันภัยรถของจำเลยที่ ๒ จึงพลอยหลุดพ้น ความรับผิดไปด้วย (ผู้รับประกันภัยค้ำจุนฝ่ายละเมิดหลุดพ้นไปด้วย) |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 23/09/2021 |
| |
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๑๕๙/๒๕๓๙ แม้โจทก์ผู้ได้รับความเสียหายจากการที่คนขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ชนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์ของโจทก์เสียหายกับจำเลยที่ ๑ จะได้ทําบันทึกข้อตกลงในเรื่องค่าสินไหมทดแทนต่อกันอันเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความทําให้ความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ผู้เอาประกันภัยที่มีต่อโจทก์เปลี่ยนแปลงไปเป็น ความรับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ก็หาทําให้ความรับผิดของจำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจำเลยที่ ๑ ที่มีอยู่ก่อนแล้วตามกรมธรรม์ประกันภัยต้องเปลี่ยนแปลง หรือต้องระงับไปด้วยไม่ จำเลยที่ ๒ จึงยังคงต้องรับผิดต่อโจทก์ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 23/09/2021 |
| |
ข้อสังเกต ฎ.๑๓๙๙/๒๕๒๖ กับ ฎ.๗๑๕๙/๒๕๓๙ เกิดข้อเปรียบเทียบกันได้ว่า หากผู้ต้องเสียหายทําสัญญาประนีประนอมยอมความกับฝ่ายผู้เอาประกันภัยค้ำจุน อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ทําละเมิด ตาม ฎ.๑๓๙๙/๒๕๒๖ คือ ลูกจ้างของผู้เอาประกันภัย สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้ต้องเสียหายซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยและโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถของผู้ต้องเสียหายในมูลละเมิดนั้นเป็นอันระงับสิ้น โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงไม่อาจรับช่วงสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากอีกฝ่าย รวมทั้งจำเลยที่ ๒ นายจ้าง และจำเลยที่ ๓ ผู้รับประกันภัยค้ำจุนด้วยเนื่องจากสิทธินั้นระงับไปแล้ว หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นเรื่องโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ของ ป. จะขอรับช่วงสิทธิที่ผู้เอาประกันภัยของตน ถูกทําละเมิดเป็นไปในทางที่มูลหนี้ ป. ไม่ต้องรับผิดชอบไม่ได้ ซึ่งต่างจาก ฎ.๗๑๕๙/๒๕๓๙ เป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๑ ผู้ทําละเมิดมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุน จำเลยที่ ๑ ทําสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ผู้ต้องเสียหาย ถ้าเป็นเรื่องความรับผิด หรือความเปลี่ยนแปลงในความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่จำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยค้ำจุนยังคงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่จำเลยที่ ๒ มีกับจำเลยที่ ๑
อ้างอิง : วิชา ตัวแทน (อ.ธีรวัฒน์ ไตรวารี) เนติฯ สมัยที่ ๗๔ |
| โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 23/09/2021 |
| |
|
||
|
||
|
||
|
![]() |
||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||
| คำแนะนำ 1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท 2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด) 3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้ 4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected] |