ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ6 วิแพ่ง ภาค1 บททั่วไป (มาตรา 131-169/3 และมาตรา173 วรรคสอง (1)


ชื่อข้อมูล : มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง (มาตรา 144)
หมวด : ข้อ6 วิแพ่ง ภาค1 บททั่วไป (มาตรา 131-169/3 และมาตรา173 วรรคสอง (1)
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 



รายละเอียด

  มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง 

       มาตรา ๑๔๔ (ออกสอบ ข้อ ๖ ปี ๒๕๔๑ , ๒๕๔๙ ,๒๕๕๑, ๒๕๕๗ ,๒๕๕๘ ,๒๕๕๙ , ๒๕๖๐ ,ข้อ ๗ ปี ๒๕๕๓) เมื่อศาลใดมีคำพิพากษา หรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีแล้ว ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้น เว้นแต่กรณีจะอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วย

       (๑) การแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ ตามมาตรา ๑๔๓

       (๒) การพิจารณาใหม่แห่งคดีซึ่งได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปฝ่ายเดียว ตามมาตรา ๒๐๙ และคดีที่เอกสารได้สูญหายหรือบุบสลายตามมาตรา ๕๓

       (๓) การยื่น การยอมรับ หรือไม่ยอมรับ ซึ่งอุทธรณ์หรือฎีกาตามมาตรา ๒๒๙ และ ๒๔๗ และการดำเนินวิธีบังคับชั่วคราวในระหว่างการยื่นอุทธรณ์ หรือฎีกาตามมาตรา ๒๕๔ วรรคสุดท้าย

       (๔) การที่ศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์ส่งคดีคืนไปยังศาลล่างที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้น เพื่อให้พิพากษาใหม่หรือพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามมาตรา ๒๔๓

       (๕)[1] การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา ๒๗๑

ทั้งนี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิในอันที่จะบังคับตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๖ และ ๒๔๐ ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยศาลอื่นแต่งตั้ง

 


[1] มาตรา ๑๔๔ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐

 

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ

        กรณีทั้งสองคดีมีประเด็นอย่างเดียวกันว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา แม้คดีหลังโจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มจากคดีก่อน การที่จะพิจารณาเรื่องค่าเสียหาย ศาลก็ต้องพิจารณาเสียก่อนว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๓๒๖/๒๕๕๙ คดีก่อนจำเลยฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นจำเลย ขอให้บังคับโจทก์และโจทก์ร่วมปฏิบัติตามสัญญาเช่าโดยอ้างว่า โจทก์และโจทก์ ร่วมเป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าดังกล่าว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การชําระหนี้ในการปฏิบัติตามสัญญาเช่ากลายเป็นพ้นวิสัย ถือไม่ได้ว่าจำเลยคดีนี้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยคดีนี้ให้ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากจำเลยผิดสัญญาเช่าฉบับเดียวกัน ดังนั้น คดีนี้กับคดีก่อนเป็นคู่ความเดียวกันประเด็นแห่งคดีที่ต้องวินิจฉัย คดีนี้กับคดีก่อนก็เป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยอย่างเดียวกันว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา แม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อชื่อเสียงของโจทก์เพิ่มมาจากคดีก่อน การที่พิจารณาเรื่องค่าเสียหายดังกล่าว ศาลก็ต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา ประเด็นเรื่องค่าเสียหายที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว จึงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาสืบเนื่องจากประเด็นเรื่องผิดสัญญาเช่าหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์ในคดีก่อนได้ วินิจฉัยแล้วว่าจำเลยคดีนี้ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ เมื่อความปรากฏต่อศาลฎีกาว่า คดีก่อนศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผลของคำพิพากษาศาลฎีกาคดีก่อนย่อมผูกพันทั้งโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลย ในคดีนี้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

 


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 939 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 13 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 

มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง (มาตรา 144) | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ6 วิแพ่ง ภาค1 บททั่วไป (มาตรา 131-169/3 และมาตรา173 วรรคสอง (1) ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 1


      คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๔๖/๒๕๕๖ ศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษาให้โจทก์ชําระหนี้ แก่จำเลยดังที่จำเลยอ้างสิทธิตามสัญญาขายสินทรัพย์ขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) โจทก์ ต้องผูกพันตามคำพิพากษานั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง และต้องถือว่าศาลได้วินิจฉัยสิทธิของจำเลยตามสัญญาขายสินทรัพย์ซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีนี้แล้ว การที่โจทก์มาฟ้องจำเลย เป็นคดีนี้อ้างว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์และขอให้เพิกถอนสัญญาขายสินทรัพย์ ดังกล่าว โดยยกข้ออ้างซึ่งอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าสัญญาขายสินทรัพย์เป็นโมฆะนั้น ซึ่งข้ออ้างต่าง ๆ ที่โจทก์ยกขึ้นอ้างล้วนเป็นข้ออ้างที่โจทก์สามารถยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคดี ก่อนได้อยู่แล้ว ซึ่งหากฟังได้ตามอ้าง โจทก์ก็อาจไม่ต้องรับผิดชําระหนี้ให้แก่จำเลย การที่โจทก์ยกข้ออ้างตามฟ้องเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์นําประเด็นแห่งคดีที่ศาลไว้วินิจฉัย แล้วในคดีก่อนมากล่าวอ้างให้ศาลวินิจฉัยซ้ำอีกเป็นการต้องห้ามตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ และบทบัญญัตินี้มิใช่ห้ามเฉพาะคู่ความแต่รวมทั้งห้ามมิให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นนี้ด้วย การที่ศาลในคดีนี้วินิจฉัยฟ้องของโจทก์ว่า คำพิพากษาในคดีก่อนผูกพันโจทก์ และจำเลยนั้นชอบแล้ว แต่ที่วินิจฉัยว่าสัญญาขายสินทรัพย์ตามฟ้องไม่เป็นโมฆะ จำเลยจึงไม่ได้กระทำละเมิด ต่อโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้อง เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีซึ่งมีการวินิจฉัยไปแล้ว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำไม่ชอบด้วยกฎหมาย



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 2


กรณีที่เป็นคู่ความเดียวกัน

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๒๖๘/๒๕๓๗ แม้คดีก่อนที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยกับคดีนี้คู่ความที่ฟ้องและถูกฟ้องจะผลัดกันเป็นโจทก์ จำเลย แต่คดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ในคดีก่อนกับคดีฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยในคดีนี้ก็ถือเป็นคดีประเภทเดียวกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๑) เมื่อคดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิพากษาในประเด็นแห่งคดีว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โจทก์ฟ้องคดีนี้ให้ขับไล่ จำเลยอีก โดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นเดียวกับคดีก่อนว่าโจทก์ เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ดีโจทก์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลเดียวกัน อันเกี่ยวกับประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ฟ้องโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔

 

        ข้อสังเกต คดีที่โจทก์ฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ ศาลมีอำนาจพิพากษาให้ขับไล่จำเลยได้ ตามมาตรา ๑๔๒ (๑) แม้ศาลจะได้พิพากษาขับไล่จำเลยแล้วหรือไม่ก็ตาม ถ้ามีการฟ้องขับไล่จำเลยอีกในคดีหลังย่อมเป็นดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ เพราะตามมาตรา ๑๔๒ (๑) ในคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์เป็นประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 3


          คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๘/๒๕๔๐ คดีก่อนจำเลยฟ้องโจทก์ผู้ให้เช่าเป็นจำเลย เรียกเงินค่ามัดจำการเช่าอาคารจากโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยได้ซ่อมแซม ทรัพย์สินที่เช่าตามสัญญาแล้วไม่ได้ค้างชําระค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษาให้โจทก์คืนเงินมัดจำให้แก่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ขอให้จำเลยชําระค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้าที่ค้าง ค่าขาดประโยชน์ที่ไม่สามารถใช้อาคารที่ให้เช่ารวมทั้งค่าซ่อมอาคารที่ จำเลยซ่อมไม่เสร็จโดยยอมให้หักกลบลบหนี้กับเงินมัดจำที่จำเลยวางไว้แก่โจทก์ ดังนี้คดีนี้กับคดีก่อนโจทก์และจำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกัน ประเด็นแห่งคดีที่ต้องวินิจฉัยคดีนี้กับคดีก่อนก็เป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยอย่างเดียวกันว่าโจทก์หรือจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่าจำเลยคดีนี้ไม่ได้ผิดสัญญา การที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 4


        คำร้องสอดบางกรณีมีสภาพเป็นคำฟ้อง รวมทั้งฟ้องแย้งเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่ง หากเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๔๔ ก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำได้

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๔๐๔/๒๕๕๗ ผู้ร้องสอดเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นในคดีก่อน ก็โดยกล่าวอ้างว่าผู้ร้องสอดและจำเลยร่วมกันแสดงเจตนาลวงเพื่อให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่า ก. ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยแล้วด้วย การให้จำเลยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ร้องสอดในฐานะผู้จัดการมรดกของ ก. จากนั้นทั้งสองฝ่าย แกล้งทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลเพื่อลวงให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่า ก. ไม่มีมรดกเหลืออยู่อีก สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นโมฆะ อันเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ผู้ร้องสอดกล่าวอ้างในคำร้องสอด กับมีคำขอบังคับเพื่อให้มีการยกเลิกเพิกถอนหรือให้สัญญาประนีประนอมยอมความสิ้นผลไม่อาจบังคับผู้ร้องสอดได้เช่นเดียวกัน การที่ศาล ชั้นต้นมีคำสั่งว่าการฟ้องคดีของผู้ร้องสอดเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จึงไม่มี อำนาจฟ้อง แม้เป็นในชั้นตรวจคำคู่ความ ก็ถือว่าเป็นการที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษา หรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือประเด็นข้อใดแห่งคดีแล้ว เมื่อคำร้องสอดเป็นคำคู่ความที่ผู้ร้องสอดยื่นเข้ามาเพื่อตั้งประเด็นระหว่างผู้ร้องสอดกับจำเลยในเรื่อง เดียวกันกับที่ผู้ร้องสอดฟ้องจำเลยไว้ในคดีแพ่งของศาลชั้นต้น จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง แม้ต่อมา ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องไว้พิจารณาและต่อมาผู้ร้องสอด ถอนฟ้องคดีแพ่งของศาลชั้นต้นไปแล้วก็ตาม ก็ไม่ทำให้คำร้องสอดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาแต่ต้นกลายเป็นคำร้องสอดที่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นมาได้



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 5


กรณีที่ไม่เป็นคู่ความเดียวกัน

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๔๘/๒๕๕๔ แม้โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นจำเลย ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๓๙๓๖/๒๕๔๕ ของศาลชั้นต้นในข้อหาเดียวกับคดีนี้ แต่ในคดีก่อนโจทก์ฟ้องบริษัท ย. ซึ่งเป็นผู้กู้ยืมเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากบริษัทเงินทุน ธ. เป็นจำเลยที่ ๑ และฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ คดีนี้เป็นจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ตามลำดับในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้รายนี้ โดยจำเลยที่ ๒ นําที่ดินรวม ๑๑ โฉนดจำนองค้ำประกัน ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๔ ในคดีดังกล่าวเป็น จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้กู้ยืมเงินจำนวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีจำเลยที่ ๒ และ ที่ ๓ ในคดีก่อนเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ โดยจำเลยที่ ๒ นําที่ดินทั้ง ๑๑ โฉนด ในคดีก่อน จำนองเป็นประกันหนี้ในคดีนี้ ซึ่งผู้กู้ยืมหาได้เป็นคู่ความรายเดียวกันไม่ มูลหนี้ที่กู้ยืมก็คนละจำนวนกัน แม้จำเลยที่ ๒ ในคดีก่อนเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ในคดีนี้และนําที่ดิน ทั้ง ๑๑ โฉนด ในคดีก่อนมาจำนองเป็นประกันในคดีนี้ด้วยก็หาได้มีกฎหมายห้ามมิให้เป็นผู้ค้ำประกันและนําที่ดินแปลงเดียวกันไปจำนองเป็นประกันผู้อื่นได้อีกไม่ ส่วนการบังคับจำนองจะดำเนินการบังคับได้อย่างไรย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คดีนี้จึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔



โดย ( ) อัพเดทวันที่ : 12/01/2021




  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]