สกัดหลัก วิเคราะห์ ข้อสอบอัยการผู้ช่วย
(บัตรอิเล็กทรอนิกส์)
อ.วีระวัฒน์ ปวราจารย์ (คำบรรยายเนติฯ สมัยที่ ๗๔)
มาตรา ๒๖๙/๖ ผู้ใดมีไว้เพื่อนําออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น โดยมิชอบตามมาตรา ๒๖๙/๕ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ข้อพิจารณา
๑. ในส่วนของการกระทำตามมาตรา ๒๖๙/๖ นี้ คือ การมีไว้เพื่อนําออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ตามมาตรา ๒๖๙/๕
๒. ต้องมีเจตนา ตามมาตรา ๕๙ คือ รู้ว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น และมีเจตนาพิเศษคือเพื่อนําออกใช้ด้วย จึงจะเป็นความผิด
๓. ท่านศาสตราจารย์ ดร.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ ยกตัวอย่างการมีไว้เพื่อนําออกใช้โดยมิชอบ เช่น
นายแดง สะสมรหัสเอทีเอ็มของบุคคลต่าง ๆ ไว้เป็นจํานวนมาก** หาก พิสูจน์ได้ว่ามีไว้เพื่อนําออกใช้โดยมิชอบ เช่น กําลังจะไปขโมยบัตรเอทีเอ็มของบุคคล ต่าง ๆ เหล่านั้น แล้วนํามากดถอนเงินจากเครื่อง การสะสมดังกล่าวก็เป็นความผิด ตามมาตรา ๒๖๙/๖ นี้
ซึ่งหากไม่มีบทบัญญัติมาตรานี้ การสะสมของนายแดงดังกล่าว ยังไม่เป็นความผิด เพราะเป็นเพียงการตระเตรียมไปกระทำความผิดเท่านั้น***
ตัวอย่าง ข้อสอบอัยการผู้ช่วย
ธนาคารกรุงสยามได้ออกบัตรเครดิตที่มีแถบแม่เหล็กบันทึกข้อมูลให้แก่นายเก่ง เพื่อใช้เป็นบัตรที่สามารถซื้อสินค้าโดยใช้เครื่องรูดบัตรอัตโนมัติบันทึกรายการซื้อสินค้าโดยไม่ต้องจ่ายเงินสด หรือใช้เบิกเงินสดจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติหรือจากธนาคารได้ ต่อมา นายกาจพี่ชายของนายเก่งต้องการมีบัตรเครดิตใช้ โดยต้องการให้นายเก่งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจึงไปแจ้งต่อพนักงานธนาคารกรุงสยามว่าตนเองคือนายเก่ง ทำบัตรเครดิต ดังกล่าวหายไปเกรงว่าผู้อื่นจะนําไปใช้จึงขอยกเลิกการใช้บัตรเครดิตฉบับเดิม และขอให้ ธนาคารออกบัตรเครดิตฉบับใหม่แทน พนักงานธนาคารกรุงสยามหลงเชื่อจึงดําเนินการ ยกเลิกบัตรเครดิตฉบับเดิมและออกบัตรเครดิตฉบับใหม่ในชื่อของนายเก่งให้แก่นายกาจไป เป็นเหตุให้นายเก่งไม่สามารถใช้บัตรเครดิตฉบับเดิมได้ตามปกติ
ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่านายกาจและพนักงานธนาคารกรุงสยามจะมีความผิดฐานใด หรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
บัตรเครดิตเป็นเอกสารที่ผู้ออกได้ออกให้ผู้มีสิทธิใช้ ถือเป็นหลักฐานแห่งการก่อให้เกิดสิทธิจึงเป็นเอกสารสิทธิ การที่นายกาจแจ้งต่อพนักงานธนาคารกรุงสยามว่าตนเอง คือ นายเก่ง และขอยกเลิกการใช้บัตรเครดิตฉบับเดิมและให้ธนาคารออกบัตรเครดิตฉบับใหม่ให้แทน เมื่อพนักงานของธนาคารกรุงสยามหลงเชื่อ และได้ยกเลิกบัตรเครดิต ฉบับเดิม และออกบัตรเครดิตฉบับใหม่ในชื่อของนายเก่งให้นายกาจไป จึงเป็นการหลอกลวงผู้อื่น โดยทุจริตด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น ทำให้ผู้ถูกหลอกลวง ถอนซึ่งเอกสารสิทธิและทำขึ้นซึ่งเอกสารสิทธิ์ การกระทำของนายกาจ จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๒ (๑)
บัตรเครดิตดังกล่าวมีการบันทึกข้อมูลโดยใช้วิธีการทางแม่เหล็ก ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ในการชําระค่าสินค้าแทนการชําระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดได้ จึงเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ธนาคารเจตนาออกให้แก่นายเก่งผู้มีสิทธิใช้ เมื่อนายกาจได้ ครอบครองบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของนายเก่งโดยมิชอบ โดยมีเจตนาเพื่อนําออกใช้ อันจะทำให้เกิดความเสียหายแก่นายเก่ง นายกาจ จึงมีความผิดฐานมีไว้เพื่อนําออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙/๖ และ ๒๖๙/๗
เมื่อพนักงานธนาคารกรุงสยามยกเลิกการใช้บัตรเครดิตฉบับเดิม เป็นเหตุให้นายเก่งใช้บัตรเครดิตฉบับเดิมไม่ได้ ย่อมทำให้บัตรเครดิตดังกล่าวไร้ประโยชน์ เกิดความเสียหายแก่นายเก่ง แต่พนักงานธนาคารกรุงสยามผู้ยกเลิกบัตรเครดิตไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด จึงขาดเจตนา
ส่วนนายกาจหลอกใช้พนักงานธนาคารเป็นเครื่องมือในการกระทำผิด นายกาจจึงมิใช่ผู้ใช้แต่ถือเป็นตัวการในการกระทำความผิด ฐานทำให้เอกสารผู้อื่นไร้ประโยชน์ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ และฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘
ส่วนพนักงานของธนาคารกรุงสยามขาดเจตนา ในการกระทำความผิด จึงไม่มีความผิด
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 487 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|