ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ1 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (สนามเล็ก)


ชื่อข้อมูล : หลักและทฤษฎีกฎหมายแพ่ง หลัก ความรับผิดในภัยพิบัติในสัญญาต่างตอบแทน เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก)
หมวด : ข้อ1 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (สนามเล็ก)
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 



รายละเอียด

หลักและทฤษฎีกฎหมาย

 

 เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก)

หลักและทฤษฎีกฎหมายแพ่ง เรื่องความรับผิดในภัยพิบัติในสัญญาต่างตอบแทน
 
……..

ความรับผิดในภัยพิบัติในสัญญาต่างตอบแทน (มาตรา 370, 371,372)

                    - สัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่ง (มาตรา 370)
                    - ถ้าสัญญาต่างตอบแทนมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการก่อให้เกิด หรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์
เฉพาะสิ่ง และทรัพย์นั้นสูญหรือเสียหายไปด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษลูกหนี้มิได้ไซร้
ท่านว่าการสูญหรือเสียหายนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ (มาตรา 370 วรรคหนึ่ง)
                    - ถ้าไม่ใช่ทรัพย์เฉพาะสิ่ง ท่านให้ใช้บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้บังคับแต่เวลาที่
ทรัพย์นั้นกลายเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งตามบทบัญญัติแห่ง มาตรา 195 วรรค 2 นั้นไป (มาตรา 370 วรรคสอง)
                    - สัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์เป็นการโอนทรัพย์ มีหลักเกณฑ์ คือ
                    1.เป็นสัญญาต่างตอบแทน
                    2.สัญญานั้นก่อให้เกิดหรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่ง
                    3.กรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งโอนไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว
                    4.ทรัพย์นั้นสูญหายหรือเสียหาย
                    5.เหตุแห่งการสูญหายหรือเสียหายนั้นโทษลูกหนี้ไม่ได้
                    - สัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์เป็นการโอนทรัพย์ หากเกิดการสูญหายหรือเสียหายของทรัพย์นั้นตกเป็นพบแก่เจ้าหนี้ นั่นคือ เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์หากทรัพย์สูญหาย หรือไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากลูกหนี้หากทรัพย์เสียหาย และเจ้าหนี้ในฐานะที่เป็นลูกหนี้ยังคงต้องชำระหนี้ของตนอยู่
                    เช่น ก. ตกลงซื้อรถยนต์จาก ข. 1 คัน ราคา 100,000 บาท กําหนดชําระเงินและมอบรถกันภายใน30 วัน ก่อนส่งมอบรถยนต์ให้ ก. เกิดไฟไหม้บริเวณที่เก็บรถยนต์ รถยนต์เสียหาย เห็นได้ว่า สัญญาซื้อขายรถยนต์เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ รถยนต์ที่ซื้อขายก็ตกลงแน่นอนแล้วว่าเป็นคันใดจึงเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง เมื่อตกลงซื้อขายกัน แล้ว กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยอมโอนไปยัง ก. ซึ่งเป็นผู้ซื้อทันที ส่วนการชําระเงินและส่งมอบ รถยนต์เป็นหนี้ที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องปฏิบัติต่อกันภายหลังเท่านั้น เมื่อปรากฏว่าก่อนส่งมอบ รถยนต์สูญหายไปโดยไม่ใช่ความผิดของ ข. ผู้ขาย ย่อมตกเป็นพับแก่ ก. ผู้ซื้อ โดย ก. ไม่มีสิทธิเรียกให้ ข. ส่งมอบรถยนต์คันอื่นแทน ทั้งยังต้องชําระราคารถยนต์ให้แก่ ข. อีกด้วย


                    คําว่า “ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้” หมายถึง เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชําระหนี้ และ เจ้าหนี้ยังต้องชําระหนี้ตอบแทนให้แก่ลูกหนี้อยู่ ขณะเดียวกันลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นจากการชําร หนี้ตามมาตรา 219
                    - ทรัพย์เฉพาะสิ่ง คือ ทรัพย์ที่กำหนดไว้แน่นอนแล้ว ตามมาตรา 400 วรรคสอง หรือมาตรา 195วรรคแรก
                    - แต่ถ้าเป็นสัญญาให้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ไม่ใช่ทรัพย์เฉพาะสิ่ง กล่าวคือ ยังไม่ได้บ่งตัวทรัพย์ให้แน่นอนว่าเป็นทรัพย์อันใด
                    เช่น ก. ตกลงซื้อข้าวสารจาก ข. 1 กระสอบ ราคา 500 บาทโดยยังไม่ได้ตวงใส่กระสอบ ต่อมาเกิดไฟไหม้โกดังเก็บข้าวสารของ ข.ได้รับความ เสียหายทั้งหมด ดังนี้ จะเห็นได้ว่าข้าวสารที่ตกลงซื้อขายกันนั้นยังไม่ได้กําหนดแน่นอนว่าเป็น ข้าวสารกระสอบไหน จึงไม่เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง กรรมสิทธิ์ในข้าวสารยังไม่โอนมายัง ก. ผู้ซื้อ ดังนี้ แม้เหตุไฟไหม้จะโทษ ข. ผู้ขายไม่ได้ก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ตกเป็นพับแก่ ก. ผู้ซื้อ ข. จึงยังมีหน้าที่จัดหาข้าวสารมาส่งมอบให้ ก. ตามสัญญา


                    - ในกรณีตามตัวอย่างข้างต้น ถ้าปรากฏว่าเมื่อตกลงซื้อขายกันแล้ว ได้มีการคัดเลือกบรรจุข้าวสารใส่กระสอบไว้แล้ว แต่ ก. บอกว่าจะมาเอาในวันรุ่งขึ้น ถือว่าข้าวสารเป็นทรัพย์ เฉพาะสิ่งนับแต่บรรจุใส่กระสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรรมสิทธิ์ในข้าวสารจึงโอนมายัง ก. ผู้ซื้อนับแต่บัดนั้น ดังนี้ถ้าก่อนส่งมอบ
เกิดฟ้าผ่า ไฟไหม้โกดังของ ข.ข้าวสารกระสอบที่ตกลงซื้อขายกันนั้นเสียหายหมด ความเสียหายตกเป็นพับแก่ ก. ผู้ซื้อ โดย ก. ผู้ซื้อไม่มีสิทธิเรียกให้ ข. ส่งมอบข้าวสารให้ตนอีก ทั้งยังต้องชําระราคาให้ ข.ผู้ขายด้วยทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 370 วรรคสองประกอบมาตรา 370 วรรคหนึ่งและมาตรา 195 วรรคสอง

                    - ข้อยกเว้นไม่ใช้บังคับมาตรา 370 (มาตรา 371)
                    มาตรา 371 บทบัญญัติที่กล่าวมาในมาตราก่อนนั้น ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าเป็นสัญญาต่างตอบแทนมีเงื่อนไขบังคับก่อนและทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งสัญญานั้นสูญหรือทำลายลงในระหว่างที่เงื่อนไข
ยังไม่สำเร็จ
                    ถ้าทรัพย์นั้นเสียหายเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษเจ้าหนี้มิได้  และเมื่อเงื่อนไข
นั้นสำเร็จแล้ว  เจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้โดยลดส่วนอันตนจะต้องชำระหนี้ตอบแทนนั้นลงหรือเลิกสัญญานั้นเสียก็ได้ แล้วแต่จะเลือก แต่ในกรณีที่ต้นเหตุเสียหายเกิดเพราะฝ่ายลูกหนี้นั้นท่านว่าหากระทบกระทั่งถึงสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนไม่


                    - สัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการโอนทรัพย์ แต่มีเงื่อนไขบังคับก่อน คือ ถ้าเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มีเงื่อนไขบังคับก่อน และระหว่างเงื่อนยังไม่สำเร็จ ทรัพย์นั้นสูญหายหรือเสียหายไป ความสูญหรือเสียหายจะไม่ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ เช่น การซื้อขายรถยนต์ หากตกลงว่ากรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยังไม่โอนจนกว่าจะส่งมอบและผู้ซื้อชำระราคาครบถ้วน เช่นนี้ผลก็จะเป็นว่าผู้ขายซึ่งยังมีกรรมสิทธิ์และเป็นลูกหนี้ต้องรับภาระในความเสียหายไป เช่นนี้เมื่อผู้ขายไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ได้ ผู้ขายก็ไม่มีสิทธิเรียกให้ผู้ซื้อ
ชำระราคา และหากรับมัดจำมาแล้วก็ต้องคืน ตามหลักสัญญาต่างตอบแทน มาตรา 372 ไม่นำมาตรา 370
มาใช้บังคับ


                    ฎีกาที่ 149/2506 โจทก์ขายรถยนต์ให้จําเลย 1 คันจําเลยชําระเงินสดให้จํานวนหนึ่ง และเอารถยนต์คันหนึ่ง มาตีราคาตอบแทนให้แก่โจทก์ ทั้งสองฝ่ายได้มอบรถยนต์และเงินสด ให้แก่กันแล้วแต่เนื่องจากรถยนต์ของโจทก์ที่ขายให้จําเลยนั้น โจทก์ยังผ่อนชําระราคาไม่หมด และยังไม่ได้รับโอนทะเบียนมาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงจะไปโอนทะเบียนให้แก่กันเมื่อโจทก์ผ่อน ชําระราคาหมดและโอนทะเบียนมาแล้ว ดังนี้แสดงว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่มีเจตนาโอนกรรมสิทธิ์ รถยนต์กันจนกว่าจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขแล้ว
                ระหว่างที่เงื่อนไขยังไม่สําเร็จ รถยนต์ของโจทก์ซึ่งอยู่ในความครอบครองของจําเลย ถูกไฟไหม้
ใช้การไม่ได้โดยไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใด เป็นการพ้นวิสัยที่โจทก์จะโอนกรรมสิทธิ์ รถยนต์ให้จําเลยได้
โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จําเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ของจําเลยให้โจทก์ เพราะสัญญาต่างตอบแทน
ตามมาตรา 372 วรรคแรก อนึ่งเมื่อสัญญาระหว่างโจทก์จําเลยยัง มีเงื่อนไขบังคับอยู่ กรรมสิทธิ์ยังไม่โอน
มายังโจทก์ ก็ยังไม่เรียกว่าสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็น การก่อให้เกิดหรือโอนทรัพย์นั้นตามมาตรา 370
ทั้งมาตรา 371 ก็บัญญัติว่าสัญญาต่างตอบแทน ถ้ามีเงื่อนไขบังคับก่อนและทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งสัญญา
นั้นสูญหรือทําลายลงในระหว่างเงื่อน ไขยังไม่สําเร็จ จะนํามาตรา 370 มาใช้บังคับไม่ได้อีกด้วย
               ถ้าทรัพย์นั้นเสียหายโดยเหตุที่โทษเจ้าหนี้มิได้ เมื่อเงื่อนไขสําเร็จแล้วเจ้าหนี้จะเรียกให้ชําระหนี้
โดยลดส่วนอันตนจะต้องชําระหนี้ตอบแทนลงหรือเลิกสัญญาเสียก็ได้ แล้วแต่จะ เลือก แต่ถ้าต้นเหตุ
ความเสียหายเกิดจากฝ่ายลูกหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ ด้วย (มาตรา 371 วรรคสอง)
เช่น ก. ตกลงซื้อรถยนต์จาก ข. โดยมีเงื่อนไขให้สัญญาซื้อขาย มีผลบังคับกันได้เมื่อ ก. ถูกย้ายไปรับราชการที่ต่างจังหวัด ก่อนเงื่อนไขสําเร็จไฟไหม้รถยนต์เสียหายบางส่วนโดยมิใช่ความผิดของฝ่ายใดแต่รถยังใช้งานได้ เมื่อ ก. ถูกย้ายไปรับราชการ ต่างจังหวัดถือว่าเงื่อนไขสําเร็จแล้ว ก. มีสิทธิเรียกให้ ข. ส่งมอบรถยนต์นั้นให้ตนได้โดยลดราคาลงตามส่วนของความเสียหายของรถ หรือ ก. จะบอกเลิกสัญญาก็ได้ เป็นสิทธิของ ก.ที่จะเลือก 


                    ฎีกาที่ 368/2554 จําเลยทําคันดินริมแม่น้ำแควน้ำน้อยมีผลทําให้ที่ดินที่โจทก์ตกลงจะซื้อจากจําเลยมีสภาพด้อยลงกว่าในขณะทําสัญญา ถือได้ว่าเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ตามสัญญาจะซื้อจะขายซึ่งเป็นสัญญาต่างตอบแทนโดยจะโทษโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ไม่ได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 371 วรรคสอง โจทก์จึงมีสิทธิเลือกที่จะเลิกสัญญาหรือเรียกให้จําเลยชําระหนี้ ด้วยการจดทะเบียนโอนที่ดินและบ้านแก่โจทก์ตามสภาพที่เป็นอยู่โดยลดส่วนหนี้ค่าราคาที่ดินที่ โจทก์ต้องชําระแก่จําเลยได้ เมื่อโจทก์ไม่ใช้สิทธิ
เลิกสัญญา โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิเรียกให้จําเลย ชําระหนี้ดังกล่าว

                    การชําระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยในสัญญาต่างตอบแทนที่ไม่มีวัตถุที่ประสงค์เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่ง (มาตรา 372)


                    มาตรา 372  "นอกจากกรณีที่กล่าวไว้ในสองมาตราก่อน  ถ้าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ไม่ได้ไซร้ ท่านว่าลูกหนี้หามีสิทธิจะรับชำระหนี้ตอบแทนไม่
                    ถ้าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษเจ้าหนี้ได้  ลูกหนี้ก็หาเสียสิทธิที่จะรับชำระหนี้ตอบแทนไม่ แต่ว่าลูกหนี้ได้อะไรไว้เพราะการปลดหนี้ก็ดี หรือใช้คุณวุฒิความ
สามารถของตนเป็นประการอื่นเป็นเหตุให้ได้อะไรมา หรือแกล้งละเลยเสียไม่ขวนขวายเอาอะไรที่สามารถ
จะทำได้ก็ดี มากน้อยเท่าไร จะต้องเอามาหักกับจำนวนอันตนจะได้รับชำระหนี้ตอบแทน  วิธีเดียวกันนี้ท่าน
ให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่การชำระหนี้อันฝ่ายหนึ่งยังค้างชำระอยู่นั้นตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอัน
หนึ่งซึ่งฝ่ายนั้นมิต้องรับผิดชอบในเวลาเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งผิดนัดไม่รับชำระหนี้"


                    ตามบทบัญญัติมาตรานี้ ที่ว่านอกจากกรณีตามมาตรา 370 และ 371 หมายความว่าถ้าเป็นกรณีตามมาตราทั้งสองดังกล่าว ก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติมาตรานั้น ๆ จะบังคับตามมา ตรา 372 ได้ต่อเมื่อข้อเท็จจริงไม่เข้ากรณีตามมาตรา 370 และ 371


                     ดังนี้ ตามบทบัญญัติมาตรา 372 จึงหมายถึงสัญญาต่างตอบแทนที่ไม่มีวัตถุที่ประสงค์เป็น
การก่อให้เกิด หรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่ง และการชําระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย เพราะเหตุอันจะโทษ
ฝ่ายใดไม่ได้ ลูกหนี้ไม่มีสิทธิได้รับชําระหนี้ตอบแทน


                    เช่น ก. ตกลง ว่าจ้าง ข. ซ่อมรถยนต์ คิดค่าจ้าง เป็นเงิน 5,000 บาท ก่อนที่ ข. ทําการซ่อมรถยนต์เกิดเพลิง ไหม้รถยนต์ของ ก. เสียหายทั้งคันโดยไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใด การชําระหนี้ของ ข. ในการซ่อมรถยนต์จึงตกเป็นพ้นวิสัย ข. ย่อมหลุดพ้นการชําระหนี้ดังกล่าว ไม่ต้องซ่อมรถให้ ก. อีก ต่อไปตาม
ป.พ.พ.มาตรา 219 แต่ขณะเดียวกัน ข. ก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างจาก ก. ตอบแทน ตามมาตรา 372 วรรคหนึ่งถ้า ข. ได้รับค่าจ้างไปแล้วก็ต้องคืนให้ ก.


                    ฎีกาที่ 229/2526 โจทก์ว่าจ้างจําเลยทําเฟอร์นิเจอร์ ระหว่างที่จําเลยยังมิได้ทําเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดแล้วเสร็จและมิได้แจ้งการส่งมอบให้แก่โจทก์ ได้เกิดเพลิงไหม้โรงงาน ผลิตเฟอร์นิเจอร์ของจําเลยโดยเหตุสุดวิสัยเฟอร์นิเจอร์ที่โจทก์ว่าจ้างให้ทําถูกไฟไหม้หมด ดังนี้ ความเสียหายย่อมตกเป็นพับแก่จําเลย และจําเลยต้องคืนเงินสินจ้างที่จําเลยรับมาจากโจทก์แล้วบางส่วนให้แก่โจทก์
                   

                   หรือกรณีสัญญาเช่าเป็นเพียงสัญญาที่ให้ผู้เช่าได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าระยะเวลาหนึ่งไม่เป็นสัญญาที่ก่อให้เกิดหรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์ที่เช่า ถ้าในระหว่างที่ยังไม่ครบอายุการเช่า ทรัพย์สินที่เช่าถูกไฟไหม้โดยมิใช่ความผิดของฝ่ายใด ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าอีกต่อไป ถ้าผู้เช่าได้ชําระค่าเช่าไปทั้งหมดแล้ว ผู้ให้เช่าต้องคืนค่าเช่าตามส่วนของระยะเวลาการเช่าที่เหลือที่ผู้เช่ายังไม่ได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่า (ฎีกาที่ 1346/2517 (ประชุมใหญ่))


                    ฎีกาที่ 14493/2557 โจทก์เช่าที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารตึกแถวโดยโจทก์จะได้ผลประ โยชน์จากการจําหน่ายสิทธิการเช่าให้บุคคลทั่วไป ส่วนจําเลยได้กรรมสิทธิ์ในอาคารและค่า เช่าตามที่ตกลงกันจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน หลังจากทําสัญญาเช่าจําเลยส่งมอบพื้นที่ให้ แก่โจทก์แล้ว แต่ในปี 2540 ทางราชการได้ประกาศให้ผังเมืองรวมมีผลให้ที่ดินที่จะปลูกสร้าง อาคารอยู่ในแนวถนนผังเมือง ไม่สามารถปลูกสร้างอาคารได้ ถือได้ว่าโจทก์และจําเลยต่าง ไม่สามารถปฏิบัติการชําระหนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ
สัญญาเช่าได้ การชําระหนี้จึง ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจําเลยไม่ต้องรับผิดโจทก์จึงไม่มีสิทธิ เรียกค่าเสียหายจากจําเลยในส่วนผิดสัญญาได้


                     สัญญาเช่าซื้อก็เช่นกัน ตราบใดที่ยังชําระค่าเช่าซื้อไม่ครบถ้วน กรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของ
ผู้ให้เช่าซื้อ ถ้าทรัพย์ที่เช่าซื้อถูกเวนคืนระหว่างนั้นเป็นเหตุให้ผู้ให้เช่าซื้อไม่อาจส่งมอบให้ผู้เช่าซื้อได้
ใช้ประโยชน์ ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่จะโทษฝ่ายใดไม่ได้ แม้ผู้ให้เช่าซื้อจะหลุด พ้นจากการชําระหนี้ โดย
ไม่ต้องส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อให้ผู้เช่าซื้อได้ใช้ประโยชน์ตามมาตรา 219 แต่ผู้ให้เช่าซื้อก็ไม่มีสิทธิได้รับ
ค่าเช่าซื้อตอบแทนตามมาตรา 372 วรรคหนึ่ง ถ้าผู้ให้ เช่าซื้อได้รับชําระค่าเช่าซื้อไปแล้วก็ต้องคืนให้
ผู้เช่าซื้อไป (ฎีกาที่ 282/2525)


                    - คู่สัญญาอาจตกลงยกเว้นบทบัญญัติมาตรา 372 วรรคหนึ่งได้ (ฎีกาที่ 3728/2535)


                    ฎีกาที่ 3728/2535 รถยนต์ที่ซื้อขายถูกคนร้ายลักไปโดยไม่ปรากฏว่าเป็นความผิด ของผู้ขายหรือผู้ซื้อก็ตาม แต่ตามสัญญาซื้อขายระบุไว้ชัดว่าหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ซื้อ ย่อมไม่หมดสิ้นไปเนื่องจากการสูญหาย ของรถยนต์ดังกล่าว ผู้ซื้อจึงยังคงต้องรับผิดชําระราคา รถยนต์แก่โจทก์จนครบถ้วน เพราะข้อสัญญาดังกล่าวเป็นการยกเว้นบทบัญญัติมาตรา 372 วรรคแรก แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน คู่สัญญาย่อมตกลงเป็นอย่างอื่นได้ไม่เป็นโมฆะ

                    กรณีการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยอันจะโทษเจ้าหนี้ได้ (มาตรา 372 วรรคสอง)
                    หมายความว่า หากในสัญญาต่างตอบแทนปรากฏว่าลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ได้เป็นพ้นวิสัยโดยเหตุอันเนื่องมาจากความผิดอันจะโทษเจ้าหนี้ได้ ลูกหนี้ (ในฐานะเจ้าหนี้) ยังมีสิทธิเรียกให้ชำระหนี้ได้


                    ฎีกาที่ 149/2506
                    โจทก์ขายรถยนต์เฟี้ยตให้จำเลยราคา 55,000 บาทโดยให้จำเลยชำระราคาด้วยเงินสด 20,000 บาทกับรถยนต์ออสตินของจำเลยตีราคา 35,000 บาท.โจทก์จำเลยส่งมอบรถยนต์และเงินสดให้แก่กันแล้วและตกลงจะไปโอนทะเบียนรถยนต์ให้กันเมื่อโจทก์ผ่อนชำระราคาครบและรับโอนทะเบียนมาจากกรมสวัสดิการฯแล้ว.ดังนี้แสดงว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่มีเจตนาโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้กันจนกว่าการจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขแล้ว
                    ระหว่างที่เงื่อนไขยังไม่สำเร็จรถยนต์เฟี้ยตซึ่งอยู่ในครอบครองของจำเลยถูกเพลิงไหม้ใช้การไม่ได้โดยไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใด.เป็นการพ้นวิสัยที่โจทก์จะโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์เฟี้ยตให้จำเลยได้.ดังนี้ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะเรียกร้องให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ออสตินให้โจทก์ได้เพราะเป็นสัญญาต่างตอบแทนกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 372 วรรคแรก และเมื่อกรรมสิทธิ์ยังไม่โอนมายังโจทก์ก็ไม่เรียกว่าเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการก่อให้เกิดหรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์นั้นตามมาตรา 370 และมาตรา 371 ก็บัญญัติว่าสัญญาต่างตอบแทนถ้ามีเงื่อนไขบังคับก่อนและทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งสัญญานั้นสูญหรือทำลายลงในระหว่างที่เงื่อนไขยังไม่สำเร็จ.จะนำมาตรา 370 มาใช้บังคับไม่ได้อีกด้วย


                    ฎีกาที่ 508/2540 กองทัพบกจําเลยทําสัญญาซื้อเลื่อยโซ่ยนต์ที่เป็นของนําเข้าจาก ต่างประเทศที่เป็นของใหม่จากโจทก์ โดยตกลงให้จําเลยมีหน้าที่ขออนุญาตต่อทางราชการใน การนําสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรและขอยกเว้นค่าภาษีอากรขาเข้าให้แก่โจทก์ เมื่อสินค้า ที่จําเลยสั่งซื้อได้เดินทางเข้ามาถึงประเทศไทยแต่ยังไม่ถึงกําหนดส่งมอบให้แก่จําเลย โจทก์ ได้แจ้งให้จําเลยดําเนินการขออนุญาตนําสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร แต่จําเลยเพิกเฉยจน สินค้าถูกกรมศุลกากรยึด จึงถือได้ว่าการนําเข้าสินค้าเพื่อส่งมอบให้แก่จําเลยไม่อาจกระทําได้ เพราะเหตุขัดข้องจากทางฝ่ายจําเลย จําเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต้องรับผิดชําระราคาเลื่อยโซ่ยนต์ที่ถูกยึดให้แก่โจทก์

                    ข้อตกลงยกเว้นความรับผิด (มาตรา 373)
                     มาตรา 373 "ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น  ท่านว่าเป็นโมฆะ"
                    มาตรา 220 “ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในความผิดของตัวแทนแห่งตนกับทั้งของบุคคลที่ตนใช้ในการชำระหนี้นั้นโดยขนาดเสมอกับว่าเป็นความผิดของตนเองฉะนั้น แต่บทบัญญัติแห่งมาตรา 373 หาใช้
บังคับแก่กรณีเช่นนี้ด้วยไม่”

 


                    ข้อตกลงที่จะเป็นโมฆะตามมาตรา 373 นี้ ต้องเป็นการตกลงไว้ล่วงหน้า คือ ก่อนลูกหนี้มีความรับผิดเกิดขึ้น หากมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เจ้าหนี้และลูกหนี้สามารถตกลงยกเว้นความรับผิดหรือลดความรับผิดลงได้
                    คำว่า “กลฉ้อฉล” ตามมาตรานี้หมายถึง เป็นการทำให้อีกฝ่ายเสียหายโดยจงใจ มิใช่กลฉ้อฉลที่ทำให้นิติกรรมเป็นโมฆียะ และ คำว่า “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” หมายความว่าหากลูกหนี้ได้ใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อยในการชำระหนี้ ความเสียหายก็จะไม่เกิดขึ้น


                   กรณีตามมาตรา 220 นั้น เป็นกรณีที่การชำระหนี้นั้นลูกหนี้ไม่ต้องทำเองเป็นการเฉพาะตัว เช่น นักร้อง ลูกหนี้อาจตั้งตัวแทนของตนทำการชำระหนี้นั้นได้ แต่การที่มาตรา 220 บัญญัติว่ามาตรา 373 นำมาใช้บังคับไม่ได้ หมายความว่า ลูกหนี้อาจตกลงกับเจ้าหนี้ว่า กรณีลูกหนี้ใช้ให้บุคคลอื่นชำระหนี้แทนลูกหนี้นั้น หากบุคคลที่ลูกหนี้ใช้ให้เป็นเป็นชำระหนี้แทนทำกลฉ้อฉลหรือทำการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงทำให้เจ้าหนี้เสียหาย ลูกหนี้ในฐานะตัวการไม่ต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ได้ตามมาตรา 220 แม้ขัดกับหลักการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามมาตรา 373 ก็ไม่เป็นโมฆะ


                    ฎีกาที่ 518/2545 สัญญาจ้างขนย้ายเครื่องใช้สำนักงานที่กำหนดว่าโจทก์ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดจากความบกพร่องของพนักงานถือว่าเป็นความตกลงยกเว้นความรับผิดของโจทก์  แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์  ความตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นมิให้โจทก์ต้องรับผิดเพื่อความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373 โจทก์ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย


                    ความตกลงที่ทําไว้ล่วงหน้า เป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตน ตกเป็นโมฆะ(มาตรา 373) มีข้อสังเกต คือ
                    1. ข้อตกลงยกเว้นความรับผิดของลูกหนี้ตามมาตรานี้ ต้องเป็นข้อตกลงที่ทําไว้ล่วงหน้า
                    กล่าวคือต้องตกลงกันก่อนเกิดความรับผิด ถ้ามีความรับผิดเกิดขึ้นแล้ว แม้จะเกิดจากลูกหนี้
จงใจหรือลูกหนี้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แล้วจึงมาตกลงให้ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย
ที่เกิดขึ้น ดังนี้ ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรานี้ ข้อตกลงนั้นใช้บังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะ
                    2. ข้อยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดตามมาตรานี้มี 2 กรณีด้วยกัน คือ ความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล
และความรับผิดที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกหนี้
                    - ความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หมายถึง ข้อตกลงยกเว้นความรับผิดที่เกิดจากลูกหนี้จงใจ
ทําให้เกิดความเสียหาย
                    ส่วนความรับผิดเนื่องจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นการละเลย ไม่ใส่ใจ เป็นการกระทําไปโดยปราศจากความระมัดระวังอย่างมาก จนเกิดความเสียหาย


                    ฎีกาที่ 518/2545 สัญญาจ้างขนย้ายเครื่องใช้สํานักงานที่กําหนดว่าโจทก์ไม่ต้องรับ ผิดในความเสียหายอันเกิดจากความบกพร่องของพนักงาน ถือว่าเป็นความตกลงยกเว้นความ รับผิดของโจทก์ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของ โจทก์ ความตกลงล่วงหน้าเพื่อยกเว้นมิให้โจทก์ต้องรับผิดเพื่อความประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรงของตนดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 373โจทก์ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่จําเลย


                    ฎีกาที่ 6784/2549 ตามป.พ.พ.มาตรา 373 ความตกลงทําไว้ล่วงหน้าที่จะตกเป็นโมฆะจะต้องมีข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรงของตน เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์กับจําเลยที่ 2 เป็นสัญญาที่จําเลยที่ 2 ยินยอมรับผิด ต่อโจทก์กรณีเกิดการทุจริตในการขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรของจําเลยที่ 1 และเกิดความ เสียหายแก่โจทก์ไม่ว่ากรณีใดๆ จึงมิใช่สัญญาที่ยกเว้นให้โจทก์ไม่ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ สัญญาดังกล่าวจึงไม่ตกเป็นโมฆะ

 


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1842 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 

หลักและทฤษฎีกฎหมายแพ่ง หลัก ความรับผิดในภัยพิบัติในสัญญาต่างตอบแทน เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก) | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ1 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (สนามเล็ก) ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]