คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๔๓/๒๕๖๓
จำเลยที่ ๑ จ้างโจทก์เข้าทำงานตำแหน่งผู้ควบคุมนั่งร้าน ซึ่งเป็นงานที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของจำเลยที่ ๑ในการประกอบกิจการด้านให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมและอำนวยความสะดวกด้านธุรการให้แก่ลูกค้าและจำเลยที่ ๑ ส่งโจทก์ไปทำงานกับจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ จ่ายค่าตอบแทนการทำงานให้แก่โจทก์
เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลง จำเลยที่ ๑ เป็นผู้แจ้งโจทก์สิ้นสุดสัญญาจ้าง แสดงว่าจำเลยที่ ๑ ตกลงรับโจทก์เข้าทำงาน โดยจ่ายค่าจ้างให้และเป็นผู้มีอำนาจในการเลิกจ้างโจทก์
การที่โจทก์ต้องปฏิบัติตามและการบังคับบัญชาของจำเลยที่ ๒ ก็ด้วยคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ที่มอบอำนาจบังคับบัญชาบางส่วนไปให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทนในระหว่างที่โจทก์ไปปฏิบัติงานให้จำเลยที่ ๒ เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปตามสัญญาจ้างระหว่างจำเลยทั้งสอง
จำเลยที่ ๑ จึงเป็นนายจ้างโจทก์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕
อนึ่งที่ศาลแรงงานภาค ๒ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชยเป็นเงินไทยโดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์...ในวันที่มีคำพิพากษา...เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๖ วรรคสอง ที่กำหนดให้การเปลี่ยนเงินต่างประเทศเป็นเงินไทย ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ณ สถานที่และในเวลาที่ใช้เงิน อันเป็นสิทธิของลูกหนี้ในการเลือกปฏิบัติการชำระหนี้
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 329 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|