มาตรา ๓๖ การขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบ มาตรา ๓๖ บัญญัติว่า ในกรณีที่ศาลสั่งให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓ หรือ ๓๔ ไปแล้ว หากปรากฏในภายหลังโดยนำเสนอของเจ้าของที่แท้จริงว่า ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดก็ให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินนั้นยังคงมีอยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงาน แต่คำเสนอของเจ้าของแท้จริงนั้น จะต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด
ประการแรก จะต้องร้องขอภายใน ๑ ปี นับแต่คำพิพากษา ถึงที่สุด ไม่ใช่นับแต่วันที่ศาลพิพากษา คำพิพากษาถึงที่สุดหมายถึงว่าเมื่อศาลพิพากษา แล้วถ้าคดีนั้นไม่มีอุทธรณ์ไม่มีฎีกา คดีถึงที่สุดเมื่อครบกำหนดอุทธรณ์ฎีกา ถ้ามีการอุทธรณ์ หรือฎีกาคดีถึงที่สุดเมื่อมีคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๘๑๒/๒๕๔๙ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๒ ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนธนบัตรของกลางเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ จึงเป็นการยื่นคำร้องภายหลังวันที่คำพิพากษาในคดีที่ศาลมีคำสั่งให้ริบธนบัตร ของกลางถึงที่สุดแล้วเกิน ๑ ปี จึงต้องห้าม ตาม ป.อ. มาตรา ๓๖
“คดีถึงที่สุด” หมายถึงคดีแรกที่ขอริบ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๓๑/๒๕๕๐ แม่โจทก์จะมีคำขอให้ริบรถยนต์กระบะของกลางในคดีนี้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์กระบะของกลาง ก็ไม่อยู่ในอำนาจของ ศาลในคดีนี้ซึ่งเป็นคดีหลังที่จะสั่งให้ริบรถยนต์กระบะของกลางซ้ำอีก รถยนต์กระบะของกลางจึงมิใช่ของกลางในคดีนี้ที่ศาลจะพึงวินิจฉัยสั่งด้วย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาและ มีคำสั่งให้ริบรถยนต์กระบะของกลางแล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๓๓๘/๒๕๔๖ และคดีดังกล่าวถึงที่สุดเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๖ ผู้ร้องมายื่นคำร้องในคดีนี้คืนรถยนต์กระบะของกลางเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๗ จึงเป็นการยื่นคำร้องภายหลังวันที่คำพิพากษาในคดีที่ศาลมีคำสั่งให้ริบรถยนต์กระบะของกลางถึงที่สุดแล้วเกิน ๑ ปี คำร้องของผู้ร้องจึงต้องห้ามตาม ป.อ. มาตรา ๓๖
อ้างอิง : รวมคำบรรยายเนติ 68 วิชา กฏหมายอาญา มาตรา1-58,107-208 (อ.วีระชาติ เอี่ยมประไพ) เล่มที่ 5
|