หัวข้อ : ศีลธรรมกับกฎหมาย
หมวดหมู่ : บทความกฎหมาย
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับบทความกฎหมาย เกี่ยวกับ การคิด วิคราะห์ หลักการทางกฎหมาย อื่นๆ





ศีลธรรมกับกฎหมาย

***********


 
บทนำ
      เมื่อคราวที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึงเรื่องความสมดุลในองค์ธรรมและกฎหมาย โดยยกตัวอย่างเรื่องความสมดุลในพรหมวิหาร 4 อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และอุเบกขาซึ่งหมายถึงการวางใจเป็นกลางเพื่อรักษาธรรมถือว่าเป็นข้อสำคัญที่สุดและเป็นข้อธรรมทางปัญญาในการปรับสมดุลกับการใช้ความเมตตา กรุณา มุทิตา กับกรณีหนึ่งๆ ดังเช่น บิดามารดาจะรักบุตรของตนก็ไม่ควรทำให้บุตรของตนเป็นผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งความสมดุลในองค์ธรรมดังกล่าวเปรียบเทียบกับกฎหมาย กฎหมายก็มีบทบัญญัติต่างๆมาปรับสมดุลให้เกิดความเป็นธรรมแก่กรณีต่างๆเช่นกัน ดังเช่นหลักสิทธิสุจริต หลักประโยชน์สาธารณะ หลักเรื่องความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน 
ศีลธรรมและกฎหมายคือเนื้อเดียวกัน
ศีลธรรมและกฎหมายถือได้ว่าเป็นเนื้อเดียวกันเพราะตามคำบรรยายธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านได้อธิบายคำว่าศีลแปลว่า “ปกติ” ธรรมแปลว่า “การทรงตัวอยู่” ศีลธรรมจึงหมายถึง สิ่งที่ทรงตัวอยู่โดยปกติที่เป็นธรรมชาติหรือสิ่งที่ทำความปกติซึ่งก็คือปกติสุข ไม่วุ่นวาย ไม่โกลาหล เป็นทุกข์เป็นร้อน [1]
กฎหมายก็เป็นสิ่งที่มุ่งหมายให้มีการบังคับใช้เพื่อให้ครอบครัวสังคมเกิดความปกติสุขเช่นเดียวกัน และกำหนดการกระทำที่ผิดถูกชั่วดีไว้ สอดคล้องกับศีลธรรมเสมอ
ศีลธรรมอันเป็นสิ่งทำความปกตินั้นในทางปฏิบัติของพุทธศาสนาคือ ศีลห้า ซึ่งเป็นการปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตอยู่อย่างถูกต้องปกติสุขและส่งผลไปยังคนรอบข้างและสังคม ศีลห้า นี้เป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่ในกฎหมาย ซึ่งถ้าหากจะพิจารณาจากธรรมบรรยายของท่านพุทธทาสภิกขุ ก็จะเห็นความเป็นเนื้อเดียวกันที่ชัดเจนมากขึ้นดังคำอธิบายต่อไปนี้
“ศีลข้อที่ 1 การประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายอวัยวะผู้อื่น นี้ไม่ใช่ปกติต้องเลิกเสียจึงจะมีความปกติ
ศีลข้อที่ 2 การลักการขโมยประทุษร้ายทรัพย์สมบัติของเขาก็ไม่ใช่ภาวะปกติ เป็นภาวะยุ่งยาก 
ภาวะกระทบกระทั่ง ก็เลิกเสียจึงจะปกติ
ศีลข้อที่ 3 ไม่ประทุษร้ายของรักของผู้อื่น คือไม่ประพฤติล่วงกาเมสุ มิจฉาจาร นี้ก็เพราะว่านั่นมันไม่ปกติ ลองไปทำเข้าเถอะ มันวุ่นวายทั้งภายนอกภายใน มันเกิดเรื่องภายนอกจะฆ่ากันฟันกันเพราะเหตุนั้น หรือภายในก็ร้อนไปด้วยกิเลส ไม่ปกติได้ มันต้องหยุดเสียเลิกเสีย จึงจะปกติ
ศีลข้อที่ 4 การพูดเท็จ ก็ไม่ใช่เรื่องปกติ ต้องละเลิกเสีย จึงจะมีความปกติ
ศีลข้อที่ 5 การเสพของเมาทุกชนิดก็ไม่ใช่เรื่องปกติ ทำให้เกิดความยุ่งยาก ฟั่นเฟือน ลำบาก ผิดปกติไปหมดทั้งจิตใจและการกระทำทางกายวาจา เป็นต้น
ถ้าเลิกการกระทำทุกประการดังกล่าวมาอย่างนั้นเสียก็เรียกว่าปกติ จึงเรียกว่าศีล”
ศีลห้านี้ ถ้าพิจารณาตามหลักกฎหมายอาญาเห็นได้ชัดเจนว่า การประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายอวัยวะผู้อื่น (ตามศีลข้อ 1) เป็นข้อต้องห้ามตามกฎหมาย การประทุษร้ายต่อทรัพย์สินผู้อื่นรวมทั้งทรัพย์สินของแผ่นดินและการได้ทรัพย์สินจากการทุจริตคอร์รัปชั่นย่อมเป็นภาวะไม่ปกติ ภาวะกระทบกระทั่ง (ตามศีลข้อ 2) ก็เป็นข้อห้ามตามกฎหมาย การทำผิดในเรื่องเพศ การทำอนาจาร (ตามศีลข้อ 3)ก็เป็นข้อต้องห้ามของกฎหมายเช่นเดียวกัน การให้การเท็จ การแจ้งเท็จ การแสดงเอกสารเท็จต่างๆ (ตามศีลข้อ 4) ก็เป็นการผิดกฎหมายอาญา การเสพของมึนเมา ยาเสพติด (ตามศีลข้อ 5) ก็เป็นข้อห้ามตามกฎหมาย สำหรับการเสพของมึนเมามีข้อสังเกตว่าแม้การดื่มสุราจะไม่เป็นความผิดอาญาแต่ความมึนเมาจากการดื่มสุราก็มักเป็นเหตุให้เกิดการทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าโดยเจตนาหรือประมาท และทำผิดศีลข้ออื่นๆอยู่เสมอ ในศีลข้อ 5 นี้จึงน่าจะเป็นข้อสำคัญที่สุดเพราะเป็นศีลข้อที่สร้างสติให้กับเรา 
ศีลธรรมเพื่อความมีสติในการดำรงชีวิต
การปฏิบัติศีลห้า ดังกล่าวมาข้างต้นนั้น ศีลข้อ 5 เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดสำหรับการป้องกันตนเองไม่ให้ทำผิดศีลข้ออื่นๆ เนื่องจากเป็นข้อแห่งการสร้างสติ และสติจะทำหน้าที่ในการนำเอาปัญญาที่ตนมีอยู่มาแยกแยะความผิดชอบชั่วดีได้ ณ ขณะที่เรากระทำการต่างๆ ซึ่งเราต้องฝึกให้มีสติที่เร็วก็จะช่วยให้การดำรงชีวิตของเราไปในทิศทางที่ถูกต้อง 
นอกจากนี้ศีลข้อ 5 หากพิจารณาตามความหมายของหลักธรรม การงดเสพของมึนเมาทุกชนิดนั้นมีนัยกว้างว่าความเข้าใจของคนโดยทั่วไปที่หมายถึงเพียงการงดดื่มสุราของมึนเมาเท่านั้น เนื่องจากการที่ศีลข้อที่ 5 เป็นข้อแห่งการสร้างสติ การที่เราเสพข้อมูลข่าวสารที่มอมเมาทำให้เราขาดสติปัญญาก็ถือว่าเป็นการเสพของมึนเมาแล้วอันเป็นการต้องห้ามตามศีล 5 เช่น การเสพโดยดูภาพลามกต่าง ๆ การเสพโฆษณาต่างๆที่เชิญชวนให้ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการดูภาพยนตร์ที่เป็นการแสดงความรุนแรงต่าง ๆ ปัจจุบันการเสพข้อมูลข่าวสารจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้สติปัญญาแยกแยะอย่างยิ่ง
กฎหมายมุ่งป้องกันความเสื่อมถอยของศีลธรรม
สำหรับด้านกฎหมายในการแก้ปัญหาใหม่ๆที่เกิดขึ้นอย่างสลับซับซ้อนนั้น กฎหมายพยายามบังคับใช้ในลักษณะเพื่อคุ้มครองสังคมให้อยู่กันโดยปกติสุขให้มากขึ้น พยายามสร้างมาตรการและกลไกเพื่อลดการเอารัดเอาเปรียบของผู้คนในสังคม พยายามคุ้มครองผู้ด้อยโอกาสหรือผู้อ่อนแอกว่า หรือเพื่อคุ้มครองผู้อ่อนเยาว์ เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 กฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ กฎหมายได้กำหนดมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันมิให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ง่ายจนเกินไปและป้องกันมิให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างแพร่หลายกว้างขวาง จากการใช้โฆษณาสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นการสื่อสารการตลาดมาเป็นเครื่องมือมาเพิ่มยอดขายและยอดผู้บริโภค อันเป็นสภาพกระแสวัตถุนิยมที่ก่อให้เกิดความเสื่อมถอยทางศีลธรรมอย่างรวดเร็วในขณะนี้
ดังนั้น การจะบังคับใช้กฎหมายใหม่ๆดังกล่าวที่เป็นลักษณะมุ่งคุ้มครองสังคมหรือกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมให้สังคมอยู่ได้โดยปกติสุขมากขึ้น กฎหมายจะบรรลุวัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์หรือไม่เพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับผู้บังคับใช้กฎหมายได้รู้เท่าทันปัญหาสภาพสังคมที่เกิดขึ้นใหม่ๆและที่สลับซับซ้อนมากน้อยเพียงใดด้วย รวมทั้งความเข้าใจเข้าถึงเหตุแห่งปัญหาของความตกต่ำของทางศีลธรรมอีกด้วย เพื่อที่จะได้ใช้กฎหมายนั้น ตามความมุ่งหมายในการป้องกันเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่ต้องแปลความกฎหมายให้ไปถึงสิ่งที่เรียกว่าคุณธรรมทางกฎหมาย ซึ่งหมายถึง “ประโยชน์ที่กฎหมายคุ้มครอง” อันเป็นเรื่องสภาวะที่พึงปรารถนาในทางสังคมที่กฎหมายต้องการจะประกันจากการล่วงละเมิด[2]ฉะนั้น เห็นได้ว่ากฎหมายกับศีลธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยธรรมชาติและกฎหมายที่มนุษย์ได้บัญญัติขึ้นรวมทั้งผู้บังคับใช้กฎหมายนั้นล้วนมีภารกิจในการยกระดับศีลธรรมคุณงามความดีของสังคม
    
[1] พุทธทาสภิกขุ อริยศีลธรรม หนังสือชุดธรรมโฆษณ์ ธรรมทานมูลนิธิ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2538 หน้า 41-43

[2] คณิต ณ นคร พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอาญา บริษัทสำนักพิมพ์วิญญูชน ธันวาคม 2553 หน้า 93

 

อ้างอิง เรียงเรียง/เขียน โดย : จันทิมา ธนาสว่างกุล 
อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด





ศีลธรรมกับกฎหมาย | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 8272 ครั้ง
ลงวันที่ 11/02/2016 15:53:48


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน