ศาลปกครองสูงสุดวางหลักคุ้มครองข้าราชการถูก ป.ป.ช. ตัดสินความผิด
----------------------------

“ใบตองแห้ง” ชี้ คำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุดวานนี้ วางหลักถ่วงดุลอำนาจ ป.ป.ช. เปิดทางให้ข้าราชการร้องศาลปกครองได้ หากรู้สึกถูก ป.ป.ช. ตัดสินไม่เป็นธรรม
นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ “ใบตองแห้ง” กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยวานนี้ (29 พ.ย. 2559) ว่าศาลปกครองมีอำนาจรับฟ้องคดีที่ขอให้ตรวจสอบการชี้มูลผิดวินัยร้ายแรงของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นั้นเป็นการวางบรรทัดฐานหลักถ่วงดุลอำนาจขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ซึ่งผ่านมามีลักษณะการใช้อำนาจ เหมือนเป็นทั้งอัยการและผู้พิพากษาในตัวเอง
คดีที่ทำให้เกิดบรรทัดฐานโดยศาลปกครองสูงสุดครั้งนี้คือกรณีที่พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจากการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพิลงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร และ ป.ป.ช. ได้ออกคำสั่งลงโทษไล่ออก จากนั้น พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ได้ร้องต่อศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งวินิจฉัยไปในทางเดียวกันกับ ป.ป.ช. หากแต่ ป.ป.ช. ได้ร้องแย้งว่า ศาลปกครองชั้นต้น ไม่มีอำนาจในการรับคำร้องดังกล่าว
และศาลปกครองได้ชี้วานนี้ว่า ศาลปกครองมีอำนาจในการรับคำร้องดังกล่าวไว้วินิจฉัย โดยวางหลักว่า การใช้อำนาจในกรณีดังกล่าวของ ป.ป.ช.เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 ซึ่งหากรัฐธรรมนูญ 50 ต้องการให้การวินิจฉัยของ ป.ป.ช.เป็นที่สุด ควรต้องบัญญัติไว้ในทำนองเดียวกับมาตรา 236 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 235 วรรคสอง และมาตรา 239 วรรคหนึ่ง ที่ให้การวินิจฉัยให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.หรือ ส.ว. ของ กกต.เป็นที่สุด
“ป.ป.ช. ไม่ใช่องค์กรผู้วิเศษเพียงองค์กรเดียวที่จะสอบสวนเองตัดสินเองในกรณีความผิดทางวินัยเพราะฉะนั้นศาลปกครองก็สามารถที่จะมาไต่สวนและรีวิวได้” นายอธึกกิตกล่าวและว่าคำวินิจฉัยนี้ชัดเจนว่า วางบรรทัดฐานว่า ต่อไปนี้ข้าราชการที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำวินิจฉัยสามารถร้องศาลปกครองได้
เรียงพิมพ์/อ้างอิง : 2016-11-30 03:06:57--Voicetv
|