ศาลภาษีอากร
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.๒๕๒๘ ให้ความหมาย "ศาลภาษีอากร" ว่า ศาลภาษีอากรกลาง หรือศาลภาษีอากรจังหวัด ศาลภาษีอากรกลางมีเขตอำนาจตลอดกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี ทั้งมีอำนาจใช้ดุลพินิจรับคดีที่เกิดนอกเขตอำนาจข้างต้น แต่ได้นำมายื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางไว้พิจารณาพิพากษา และเนื่องจากปัจจุบันศาลภาษีอากรจังหวัดยังไม่เปิดทำการในท้องที่ใดเลย ศาลภาษีอากรกลางจึงมีเขตอำนาจทั่วราชอาณาจักร ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษาเฉพาะคดีแพ่ง คือคดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงาน หรือคณะกรรมการตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อผูกพัน ซึ่งได้ทำขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การ จัดเก็บภาษีอากร และคดีที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจศาลภาษีอากร คดีอุทธรณ์ คำวินิจฉัยข้างต้น หากมีกฎหมายบัญญัติให้คัดค้านหรืออุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยต่อเจ้าพนักงานหรือคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดไว้จะฟ้องคดีในศาลภาษีอากรได้ก็ต่อเมื่อได้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาเช่นว่านั้นเสร็จสิ้นแล้ว ในศาลภาษีอากรกลาง ผู้บริหารศาล ได้แก่ อธิบดีผู้พิพากษา และรองอธิบดีผู้พิพากษา โดยผู้บริหารศาลรวมทั้งผู้พิพากษาทั้งหมด เป็นข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการที่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องเกี่ยวกับภาษีอากร ไม่มีผู้พิพากษาสมทบ ส่วนองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีประกอบด้วยผู้พิพากษาไม่น้อยกว่า ๒ คน เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว เที่ยงธรรม อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง โดยอนุมัติประธานศาลฎีกามีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณา และการรับฟังพยานหลักฐานใช้บังคับในศาลภาษีอากรได้ เมื่อศาลภาษีอากรมีคำพิพากษา หรือคำสั่งแล้ว ถ้าคู่ความจะอุทธรณ์ ต้องอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษภายใน ๑ เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษา (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษี อากร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘)
อ้างอิง วิชา ระบบศาลและพระธรรมนูญศาลยุติธรรม(อ.อนันต์ ชุมวิสูตร) สมัยที่ 69
|