กรรมเดียวหรือหลายกรรม
(โดย ท่านโชคชัย ทิฐิกัจจธรรม อัยการเชี่ยวชาญ)
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมนั้น พนักงานอัยการซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการอำนวยความยุติธรรมควรพิจารณาให้ดีก่อนฟ้องเพราะเกี่ยวข้องกับอิสรภาพของจำเลย หากการกระทำใดเป็นกรรมเดียวแต่พนักงานอัยการฟ้องหลายกรรม และศาลพิพากษาลงโทษหลายกรรมตามที่อัยการฟ้อง ซึ่งเมื่อคดีถึงที่สุดโดยไม่มีการอุทธรณ์ฎีกาหรือศาลสูงไม่เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาจะทำให้จำเลยได้รับโทษหนักว่าที่จำเลยควรได้รับ ในทางตรงกันข้ามหากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม แต่พนักงานอัยการฟ้องเพียงกรรมเดียว ก็จะทำให้จำเลยได้รับโทษน้อยกว่าที่ควรจะได้รับ การกระทำผิดในทางอาญาเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมยังมีความเห็นที่แตกต่างและถกเถียงกันตลอดมา
มีคำพิพากษาฎีกาได้อธิบายการกระทำผิดเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมดังนี้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 บัญญัติถึงการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันมิได้บัญญัติว่าการกระทำความผิดหลายกรรมนั้นจะเกิดขึ้นในวาระเดียวกันไม่ได้ การกระทำในวันเดียวกันหรือในวาระเดียวกันหรือต่อเนื่องในคราวเดียวกันก็อาจเป็นความผิดหลายกรรมบางกันได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3098/2553,4222/2545)
การพิจารณาว่า การกระทำเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน มิใช่จะพิจารณาแต่เพียงว่าถ้าเป็นการกระทำความผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวแล้วจะต้องเป็นกรรมเดียวเสมอไป การกระทำความผิดหลายฐานในครั้งเดียวอาจเป็นหลายกรรมต่างกันได้ หากผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้เกิดผลต่างกันหรือประสงค์จะให้เกิดผลเป็นความผิดหลายฐาน(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3899/2542)
ตัวอย่าง การกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกันแม้จะมีเจตนาอย่างเดียวกันแต่หากประสงค์ให้เกิดผลเป็นความผิดหลายฐานย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เช่นการที่จำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ก่อนข่มขืนกระทำชำเรา เป็นการแสดงเจตนาส่วนหนึ่งของจำเลยโดยมีเหตุจูงใจที่จะนำตัวผู้เสียหายไปกักขังไว้เพื่อข่มขืนกระทำชำเราเป็นการกระทำส่วนหนึ่งที่สำเร็จไปแล้วต่างหากจากการที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเรา จึงเป็นการกระทำความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารและหน่วงเหนี่ยวกักขังตามป.อ.มาตรา 284 วรรคแรก และมาตรา310 วรรคแรก กระทงหนึ่ง เมื่อจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจึงเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตาม ป.อ. มาตรา 276 วรรคแรก อีกกระทงหนึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน (คำพิพากษาที่ 415/2550)
ดังนั้น การกระทำความผิดเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันนั้น ต้องพิจารณาจากเจตนาของผู้กระทำความผิดว่า เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันหรือเป็นการกระทำโดยมีเจตนาต่างกันจะกระทำในวาระเดียวกันหรือต่างวาระกันไม่ใช่ข้อสำคัญ
(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2550)
ที่มา สำนักวิชาการ สำนักงานอัยการสูงสุด
|