การโพสต์ข้อความโดยไม่ระบุชื่อและนามสกุลของผู้ถูกพาดพิงโดยตรง ยังคงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ หากพฤติการณ์ในโพสต์นั้นสามารถทำให้บุคคลอื่นระบุตัวตนของผู้เสียหายได้ โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา ตามแนวฎีกาที่ 7497/2568 ดังนี้:
- การระบุข้อเท็จจริงที่เฉพาะเจาะจงเชื่อมโยงถึงตัวบุคคล: แม้ไม่เอ่ยชื่อ แต่หากมีการระบุรายละเอียดที่ทำให้คนใกล้ชิดหรือคนรู้จักเข้าใจได้ว่าเป็นใคร เช่น การระบุอาการเจ็บป่วย (เช่น ในคดีตามแหล่งข้อมูลคือการระบุว่าป่วยเป็นโรคมะเร็ง) หรือระบุพฤติกรรมการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ที่ตรงกับความเป็นจริงของผู้เสียหาย
- บุคคลภายนอกอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที: หากบุคคลที่รู้จักทั้งผู้โพสต์และผู้ถูกพาดพิง เมื่อได้อ่านข้อความทั้งหมดแล้วสามารถทราบได้ทันทีว่าหมายถึงใคร ถือว่าเป็นการใส่ความที่ระบุตัวบุคคลได้แล้ว
- มีเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน: ศาลจะนำประวัติความขัดแย้ง หรือการมีคดีฟ้องร้องกันมาก่อนหน้าระหว่างคู่กรณี มาประกอบการพิจารณาว่าข้อความนั้นมีเจตนาเล็งถึงผู้เสียหายรายดังกล่าว
ผลทางกฎหมาย:
- ความผิดอาญา: หากข้อความนั้นมีลักษณะใส่ความให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง (เช่น การด่าว่า "เคยเป็นกระหรี่") และเป็นการโพสต์ในลักษณะสาธารณะ จะถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328,
- บทลงโทษ: มีโทษจำคุกและปรับ (จากตัวอย่างในแหล่งข้อมูล ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้)
- ความรับผิดทางแพ่ง: ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการทำละเมิดต่อชื่อเสียงของผู้เสียหายด้วย
|