หลักเกณฑ์ตามแนวคำพิพากษาฎีกาในส่วนของการเลิกจ้างที่ไมเป็นธรรม พอสรุปได้ดังนี้
๑. กรณีเลิกจ้างโดยไม่มีสาเหตุ
๒.กรณีเลิกจ้างที่กระทำผิด แต่ยังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเลิกจ้างแม้ลูกจ้างจะมีความผิดอยู่บ้างแต่ยังไม่สมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างได้ การเลิกจ้างนั้นต้องถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ฎ.๑๓๔๗/๒๕๒๕
๓.กรณีเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด
• หนังสือเตือนฉบับที่นายจ้างมอบให้ลูกจ้างเป็นเพียงหนังสือแจ้งให้ลูกจ้างทราบว่านายจ้างกระทำผิดเท่านั้น ลูกจ้างฉีกหนังสือเตือนนั้นถือไม่ได้ว่าเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายหากนายจ้างเลิกจ้างก็เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
• นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยอ้างเหตุเพื่อความเหมาะสม เนื่องจากสามีลูกจ้างไปทำงานบริษัทอื่นซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งขันทางธุรกิจกับนายจ้างถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ฎ.๓๔๓๒/๒๕๒๔
• กรณีจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ต้องพิจารณาถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างเป็นสำคัญว่ามีเหตุอันจำเป็นหรือสมควรเพียงพอทีจะเลิกจ้างหรือไม่ เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดทั้งเหตุแห่งการเลิกจ้างก็เป็นเพียงการกล่าวอ้างว่าเป็นนโยบายของนายจ้างที่ลดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แม้นายจ้างจะได้บอกกล่าวการเลิกจ้างล่วงหน้าแล้ว ก็เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ฎ.๔๗๙๙/๒๕๔๑
๔.กรณีเลิกจ้างโดยเหตุอื่นนอกจากที่กำหนดในสัญญาจ้าง
๕.กรณีเลิกจ้างอันเป็นการลงโทษเกินระดับที่กำหนดไว้
• ลูกจ้างเล่นการพนันนอกสถานที่ทำงานและนอกเวลาทำงานซึ่งตามระเบียบพิจารณาการลงโทษของนายจ้างให้ถือเป็นเพียงลดขั้นเงินเดือน มิได้ถือเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกการที่นายจ้างไล่ลูกจ้างออกจากงานเพาะเหตุดังกล่าวจึงเป็นการลงโทษเกินระดับเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ฎ.๑๖๘๔/๒๕๒๖
๖.กรณีเลิกจ้างอันเป็นการลงโทษข้ามลำดับหรือข้ามขั้นตอน
เช่น การกระทำที่หากกระทำความผิดซ้ำจะถูกไล่ออกแต่นายจ้างไล่ออกตั้งแต่การกระทำผิดครั้งแรก
๗. กรณีเลิกจ้างอันเป็นการลงโทษขัดต่อระเบียบของนายจ้าง
๘.กรณีเลิกจ้างโดยอ้างว่าลูกจ้างกระทำความผิดแต่ไม่มีพยานหลักฐาน
๙.กรณีเลิกจ้างด้วยเหตุเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้าง
|