หัวข้อ : ศาลเยาวชนและครอบครัว
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ





ศาลเยาวชนและครอบครัว คือ ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดี ดังต่อไปนี้

1. คดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด
2. คดีอาญาที่ศาลซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาโอนมาตามมาตรา 61 วรรคหนึ่ง
3. คดีครอบครัว ได้แก่ คดีแพ่งที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาล หรือกระทำการใดๆ ในทางศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์หรือครอบครัว แล้วแต่กรณี ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
4. คดีที่ศาลจะต้องพิพากษาหรือสั่งเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนตามบทบัญญัติของ กฎหมาย ซึ่งบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลเยาวชนและครอบครัว
ศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วราชอาณาจักรมีอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบ ครัวกลางเป็นผู้บังคับบัญชา โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ฝ่าย คือ

 

1. ฝ่ายตุลาการ มีผู้พิพากษาประจำและผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี
2. ฝ่ายธุรการมีผู้อำนวยการศาลและข้าราชการธุรการของศาล ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานด้านธุรการทั่วไปของศาล เขตอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีเขตอำนาจตลอดท้อง ที่กรุงเทพมหานคร สำหรับศาลเยาวชนและครอบครัวในส่วนภูมิภาคนั้นมีเขตอำนาจตลอดท้องที่ของ จังหวัดที่เป็นที่ตั้งของศาลเยาวชนและครอบครัว แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดมีเขตอำนาจเช่นเดียวกับศาลที่ตั้งแผนก คดีเยาวชนและ
ครอบครัวนั้น

เจตนารมณ์ของศาลเยาวชนและครอบครัว
1. เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน (ในคดีส่วนอาญา)
เด็ก หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 7 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่เกิน 14 ปี บริบูรณ์
เยาวชน หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 14 ปี บริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
2. เพื่อคุ้มครองส่วนได้เสียของผู้เยาว์ (ในคดีส่วนแพ่ง) ผู้เยาว์ หมายความถึง บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ กล่าวคือ อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ และยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
3. เพื่อให้มีวิธีการสำหรับการใช้แก่เด็กและเยาวชนให้เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อช่วยสงเคราะห์เด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัวสามารถแก้ไขเด็กและเยาวชนที่ประพฤติผิดหรือกระทำผิด ให้ประพฤติหรือกลับตนเป็นคนดีได้ อาชญากรที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าก็ย่อมจะลดจำนวนลง และเป็นผลให้สังคมได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมีสวัสดิภาพและความปลอดภัย
หลักการดำเนินการของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งมุ่งไปทางด้านหามูลเหตุที่ทำให้เด็กกระทำผิด แล้วดำเนินการแก้มูลเหตุนั้น ๆ ยิ่งกว่าที่จะมุ่งทำโทษเด็กและเพื่อระวังรักษาผลประโยชน์เกี่ยวกับสิทธิและ ทรัพย์สินของผู้เยาว์ นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้เด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า

แนะนำศาลเยาวชนและครอบครัว
แบ่งงานออกเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่
1. ฝ่ายตุลาการ มีผู้พิพากษาประจำ และผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับ การพิจารณาพิพากษา คดีที่อยู่ในเขตอำนาจผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตุลาการสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่าย ตุลาการซึ่งมีอัธยาศัยและความประพฤติเหมาะสม ที่จะปกครองและอบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชนผู้พิพากษาสมทบ คือ บุคคลธรรมดาซึ่งได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวงและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยมี ีอำนาจหน้าที่เป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีเด็กและเยาวชน ในคดีอาญาและคดีครอบครัวกฎหมายอื่นที่ถือเป็นความผิดอาญา ร่วมกับผู้พิพากษาประจำ ซึ่ง จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1. มีอายุไม่น้อยกว่า 30 ปีบริบูรณ์
2. มีหรือเคยมีบุตรมาแล้ว หรือเคยทำงานเกี่ยวกับการสงเคราะห์หรืออบรมเด็กมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
3. ได้รับการอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลเยาวชนและครอบครัว และหน้าที่ ตุลาการมาแล้วตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
4. มีคุณสมบัติที่จะเป็นข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายตุลาการสามัญได้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ เว้นแต่ในเรื่องพื้นความรู้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งขณะนี้กำหนดพื้นความรู้อย่างน้อยชั้น ม.6 หรือ ม.ศ.3 (ตามหลักสูตรเดิม) นอกจากนี้แล้วบุคคลที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบ ต้องมิใช่ข้าราชการประจำ ข้าราชการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือทนายความ ผู้พิพากษาสมทบดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี แต่จะทราบพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกก็ได้

2. ฝ่ายธุรการ มีผู้อำนวยการศาลและข้าราชการธุรการของศาล ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานด้านธุรการของศาลทั่วไป
ขอบเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว
- ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีเขตอำนาจตลอดท้องที่กรุงเทพมหานคร
- สำหรับศาลเยาวชนและครอบครัวในส่วนภูมิภาคนั้นมีเขตอำนาจตลอดท้องที่ของจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของศาลเยาวชนและครอบครัว
- แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดมีเขตอำนาจเช่นเดียวกับศาลที่ตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวนั้น

เจตนารมณ์ของศาลเยาวชนและครอบครัว
1. เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน (ในส่วนคดีอาญา)

- เด็ก หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 7 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์
- เยาวชน หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 14 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
2. เพื่อคุ้มครองส่วนได้เสียของผู้เยาว์ (ในคดีส่วนแพ่ง) ผู้เยาว์ หมายความถึง บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ กล่าวคือ อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ และยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
3. เพื่อให้มีวิธีการสำหรับใช้แก่เด็กและเยาวชนให้เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อช่วยสงเคราะห์เด็กและเยาวชน
ให้เป็น พลเมืองดีถ้าศาลเยาวชนและครอบครัวสามารถแก้ไขเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัวสามารถแก้ไขเด็กและเยาวชนที่ประพฤติผิดหรือกระทำผิด ให้ประพฤติ หรือกลับตนเป็นคนดีได้ อาชญากรที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าก็ย่อมจะลดจำนวนลง และเป็นผลให้สังคมได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมีสวัสดิภาพและความปลอดภัย

หลักการดำเนินงานของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งมุ่งไปทางด้านในการหามูลเหตุที่ทำให้เด็กกระทำผิด แล้วดำเนินการแก่มูลเหตุนั้น ๆ ยิ่งกว่าที่จะมุ่งทำโทษเด็ก และเพื่อระวังรักษาผลประโยชน์เกี่ยวกับสิทธิและทรัพย์สิน ของผู้เยาว์ นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้เด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า

ลักษณะพิเศษของศาลเยาวชนและครอบครัว
ลักษณะพิเศษของศาลเยาวชนและครอบครัวที่ไม่เหมือนกับศาลธรรมดาอาจพิจารณาได้จากลักษณะสำคัญที่เด่นชัด 8 ประการ คือ
1. มีการแยกพิจารณาคดีเด็กต่างหาก จากห้องพิจารณาคดีธรรมดา คือไม่ปะปนกับคดีผู้ใหญ่ และเป็นการพิจารณาลับ
2. การพิจารณาไม่เคร่งครัดตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
3. มีการคุมประพฤติเพื่อสืบเสาะข้อเท็จจริงและสอดส่องความประพฤติ
4. มีบริการสถานแรกรับเพื่อแยกการควบคุมตัวในระยะแรก ไม่ปะปนกับผู้ใหญ่ในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณา
5. บริการของแพทย์และจิตแพทย์เพื่อตรวจพิเคราะห์ทางกายและทางจิตแก่เด็กและเยาวชน
6. ศาลมีสำนวนประกอบการพิจารณาทั้งในด้านกฎหมายและในด้านประวัติทางสังคมและเด็กเยาวชน
7. คำพิพากษาหรือคำสั่งเด็ดขาดให้ลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน ศาลมีอำนาจที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือคำสั่งได้
8. มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีครอบครัว

ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทคืออะไร
การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท คือ การยุติข้อพิพาทด้วยการเจรจาต่อรองระหว่างคู่ความโดยมีบุคคลที่สาม ซึ่งเรียกว่า “ผู้ไกล่เกลี่ย” หรือ “ผู้ประนีประนอม” ซึ่งอาจจะเป็นผู้พิพากษาหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นคน กลาง เพื่อช่วยเหลือแนะนำ ชี้ประเด็น ให้คำปรึกษา หรือหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่คู่ความ อันจะเป็นการช่วยเหลือคู่ความ และเกิดผลดีต่อสังคมโดยรวม ซึ่งเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่สังคมประการหนึ่งด้วย

ประเภทคดีที่จะเข้าสู่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ปัจจุบันศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้กำหนดประเภทคดีที่จะเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้นั้น คือ คดีครอบครัว

วิธีการและขั้นตอนการนำคดีเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
1. ในชั้นรับฟ้อง โดยงานรับฟ้องจะสอบถามความประสงค์ของฝ่ายโจทก์ในขณะที่ยื่นฟ้อง หากโจทก์ประสงค์จะเข้าไกล่เกลี่ยข้อพิพาท งานรับฟ้องก็จะสอบถามความประสงค์ของฝ่ายจำเลยต่อไป ซึ่งหากฝ่ายจำเลยประสงค์ที่จะเข้าไกล่เกลี่ย ศูนย์ไกล่เกลี่ยจะกำหนดวันนัดไกล่เกลี่ยให้
2. ในระหว่างการพิจารณาคดี เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์จะขอเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และสอบถามคู่ความอีกฝ่ายแล้ว คู่ความอีกฝ่ายได้แจ้งความประสงค์จะเข้าไกล่เกลี่ยเช่นเดียวกัน ทางศูนย์ไกล่เกลี่ยจะให้คู่ความมากำหนดวันนัดไกล่เกลี่ยที่ศูนย์ ฯ
3. การสอบถามความประสงค์ ก่อนกำหนดวันนัดสืบพยานครั้งแรก ศูนย์ไกล่เกลี่ยจะส่งแบบสอบถามความประสงค์ไปยังคู่ความทั้งสองฝ่าย โดยกำหนดวันนัดไกล่เกลี่ยให้ ถ้าคู่ความทั้งสองฝ่ายแจ้งความประสงค์ตรงกันว่าจะเข้าไกล่เกลี่ย คู่ความก็สามารถมาไกล่เกลี่ยได้ในวันดังกล่าว

ประโยชน์ของการไกล่เกลี่ย
1. สะดวก
2. รวดเร็ว
3. ประหยัด
4. เป็นธรรม
5. สามารถรักษาความลับของคู่ความ
6. สร้างความพอใจให้แก่คู่ความ ถือเป็นผู้ชนะทั้งสองฝ่าย
7. ยุติความบาดหมาง
8. สร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรแก่คู่ความ
9. เสริมสร้างความสงบสุขให้แก่สังคม และความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่ประเทศ

ผลการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
จำแนกได้ 2 กรณี ดังนี้
1. ประนีประนอม เป็นกรณีที่คู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ โดยคู่ความร่วมกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลจะพิจารณาพิพากษาตามยอมให้เสร็จไปในวันนั้น
2. งดไกล่เกลี่ย เป็นกรณีที่คู่ความไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ หรือมีแต่คู่ความบางฝ่ายมาศาลตามวันนัด ผู้ไกล่เกลี่ยจะบันทึกรายละเอียดนั้น และสั่งให้งดไกล่เกลี่ยแล้วนำคดีเข้าสู่การพิจารณาตามปกติ

การเป็นความลับของการไกล่เกลี่ย
ข้อเท็จจริงและการดำเนินการในชั้นไกล่เกลี่ยนั้น ไม่อาจนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ได้ ให้ถือว่าข้อเท็จจริงในการไกล่เกลี่ยนั้นเป็นความลับ และคู่ความทั้งสองฝ่ายสละสิทธิที่จะอ้างเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี ทั้งนี้เพื่อให้คู่ความมั่นใจได้ในชั้นหนึ่งว่าแม้คดีจะตกลงกันไม่ได้ คดีของตนก็จะไม่เสียหายหรือเสียเปรียบในชั้นการพิจารณาคดีตามปกติ ทำให้คู่ความกล้าเปิดเผยข้อเท็จจริงในระหว่างการไกล่เกลี่ยได้อย่างเต็มที่

 

ที่มา http://www.coj.go.th/jvnc/index.php





ศาลเยาวชนและครอบครัว | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 5619 ครั้ง
ลงวันที่ 17/06/2010 14:11:54


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน