หัวข้อ : การยอมความ
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ





ในเรื่องของคดีความที่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นต่อผู้เสียหายนั้น หากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ด้วยการประนีประนอมการยอมความกัน ในกรณีของคดีแพ่งก็จะเป็นเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหาย แต่ในคดีอาญานั้น ความผิดในบางข้อหาไม่สามารถยอมความกันได้ โดยจะกล่าวถึงรายละเอียดต่อไป


การยอมความในคดีอาญา

ความผิดอาญาอันยอมความได้ หมายถึง คดีอาญาประเภทซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเอกชนคนหนึ่งคนใดเป็นส่วนตัว มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือสังคมเป็นและความผิดใดจะเป็นความผิด อาญาอันยอมความได้นั้น กฎหมายจะต้องระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานยักยอก ฉ้อโกง หมิ่นประมาท ทำให้เสียทรัพย์ อนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงิน เป็นต้น ความผิดอาญาอันยอมความได้นี้เจ้าพนักงานของรัฐจะดำเนินคดีได้ก็ต่อเมื่อผู้ เสียหายร้องทุกข์ (แจ้งความ) ต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายเสียก่อน และต้องร้องทุกข์ภายในกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด สำหรับคดีความผิดอันยอมความได้นี้ หากผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป ก็สามารถถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความได้ ซึ่งก็จะเป็นผลให้คดีดังกล่าวระงับไป

คดีอาญาจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ คดีความผิดอาญาแผ่นดิน และคดีความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งสำหรับคดีความผิดต่อแผ่นดินนั้นเป็นความผิดเกี่ยวกับรัฐ เป็นส่วนได้เสียของประชาชนจะยอมความกันไม่ได้ ส่วนความผิดต่อส่วนตัวนั้นคู่กรณีสามารถตกลงยอมความกันได้ตัวอย่างเช่น คดีบุกรุกธรรมดากฎหมายได้บัญญัติให้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดไว้ ถ้าต่อมาภายหลังผู้แจ้งความจะไม่เอาเรื่องหรือไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็สามารถตกลงยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ทำให้คดีอาญาระงับลงได้

แต่ถ้าเป็นคดีบุกรุกในเวลากลางคืนหรือบุกรุกโดยมีอาวุธขู่ เข็ญซึ่งเป็นเหตุฉกรรจ์กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวไว้ การบุกรุกในเวลากลางคืนหรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญจึงเป็นความผิดอาญาแผ่น ดิน เมื่อแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วก็ไม่อาจจะยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ได้ ต้องดำเนินคดีต่อไป

ในการจะดูว่าความผิดอาญาใดยอมความได้หรือไม่นั้นจะต้องดู พฤติการณ์ลักษณะของการกระทำความผิดว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏน่าจะเป็นความผิด ตามบทกฎหมายมาตราใด ซึ่งส่วนใหญ่จะดูจากข้อหาที่จะดำเนินคดี โดยพนักงานสอบสวนแจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวพนักงานสอบสวนปรับให้เป็น ความผิดตามบทมาตราใด

แต่ก็ไม่แน่เสนอไป เพราะบางกรณีหากพนักงานอัยการมีความเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงบางประการที่ยัง ไม่ได้สอบสวนไว้ ก็อาจจะขอให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติม สอบสวนเพิ่มเติมแล้วอาจจะมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่การกระทำผิดเข้าเหตุ ลักษณะฉกรรจ์ ก็จะมีการแจ้งให้ผู้ต้องหารับทราบข้อหาเพิ่มเติม ซึ่งการแจ้งข้อหาเบื้องต้นอาจเป็นเพียงความผิดต่อส่วนตัว แต่ข้อหาที่แจ้งเพิ่มเติมในชั้นพนักงานอัยการอาจเป็นข้อหาที่เป็นความผิดต่อ แผ่นดินแล้วแต่กรณี ซึ่งในการดำเนินคดีที่มีหลายข้อหาซึ่งล้วนเป็นความผิดต่อส่วนตัวนั้นคู่ความ อาจจะตกลงยอมความเฉพาะบางข้อหาหรือทั้งหมดก็ได้

การยอมความในคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ คู่กรณีจึงอาจตกลงกันด้วยวาจาโดยแสดงเจตนาเลิกคดีต่อกันโดยบริสุทธิ์ แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ เช่น ตกลงถอนเรื่องไม่ติดใจให้สอบสวนต่อไป ตกลงตามรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันของตำรวจว่ายอมเลิกคดีบุกรุกกัน ฯลฯ แต่การที่ตกลงด้วยวาจาซึ่งขาดพยานหลักฐานยืนยันก็ต้องอาศัยพฤติการณ์มา พิจารณาว่าได้มีการตกลงกันจริง เช่น การที่จำเลยรื้อรั้วไปทำขึ้นตามแนวเขตใหม่ตามข้อตกลง การที่ผู้เสียหายรับว่าได้ตกลงยอมความกับจำเลยแล้ว หรือตกลงให้โจทก์ถอนคดีที่แจ้งความไว้โดยจำเลยชำระให้เป็นเงินสดและออกเช็ค แก่โจทก์หรือการที่ผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าได้ทำสัญญาประนีประนอมโดย ได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลยเป็นที่พอใจแล้ว ฯลฯ

นอกจากนี้ ถ้ากรณีที่การกระทำเป็นทั้งความผิดทางแพ่งและทางอาญานั้น จะต้องพิจารณาให้ดี ต้องดูว่าได้มีความมุ่งหมายที่ให้คดีอาญาระงับไปด้วยหรือไม่ เพราะการยอมความในคดีแพ่งที่จะทำให้คดีอาญาระงับไปนั้นจะต้องเป็นกรณีที่ผู้ เสียหายสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญาด้วย หากไม่ปรากฏว่าได้ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญาต้องถือว่าเป็นการยอมความ ในคดีแพ่งเท่านั้น สิทธินำคดีอาญามาฟ้องยังไม่ระงับ

ตัวอย่างแนวคำพิพากษาของศาลที่ไม่ถือว่าเป็นการยอมความในคดีอาญาด้วย เช่น การที่บิดามารดายอมรับขมา 2,000 บาท เพื่อให้ได้ตัวผู้เสียหายกลับคืนมา และเพื่อล้างอายโดยเข้าใจว่าบุตรสาวตามเขาไป เป็นเรื่องตกลงกันในทางแพ่งไม่เกี่ยวกับทางอาญา, การที่มีการยอมความในคดีแพ่งที่มีเงื่อนไขว่าจำเลยจะต้องผ่อนชำระเงินให้แก่ โจทก์จนครบถ้วนเสียก่อน โจทก์จึงจะถอนฟ้องคดีอาญา ไม่ถือว่าโจทก์สละสิทธิในการดำเนินคดีอาญาทันที, การทำบันทึกตกลงกันไว้ว่าถ้าจำเลยนำเงินมาคืนผู้เสียหายภายในกำหนด ผู้เสียหายจะไม่เอาเรื่องทั้งทางแพ่งและทางอาญานั้น ไม่เป็นการยอมความโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไข การยอมความโดยมีเงื่อนไขดังกล่าวจะมีผลทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปก็ ต่อเมื่อจำเลยชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายแล้ว

หรือในความผิดฐานยักยอกเพียงแต่ได้ส่งเงินไปใช้ให้โดยไม่ปรากฏว่ามีการทำ ความตกลงระงับข้อพิพาทต่อกัน ศาลฎีกายังเคยตัดสินว่ามิใช่การยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายไม่ทำให้สิทธิ นำคดีอาญามาฟ้องระงับไป

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละข้อหาที่ถูกแจ้งให้ทราบว่าจะดำเนินคดีนั้น การที่เราจะทราบได้ว่าข้อหาดังกล่าวเป็นความผิดอันยอมความได้หรือไม่นั้น ในเบื้องต้นประมวลกฎหมายอาญาจะระบุไว้ชัดเจนว่าการกระทำความผิดตามมาตรา นั้นๆ เป็นความผิดอันยอมความได้ โดยจะระบุไว้วรรคท้ายของมาตรานั้นๆ หรือในตอนท้ายของหมวดความผิดนั้นๆ เช่น ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ คดีฉ้อโกงลักษณะธรรมดาจะเขียนไว้ว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ถ้าเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน (คนหมู่มาก)จะไม่มีการเขียนไว้

ดังนั้น คดีฉ้อโกงประชาชนจึงเป็นความผิดต่อแผ่นดินคือยอมความไม่ได้ หรือคดีลักทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นการลักทรัพย์ในลักษณะธรรมดาหรือการลักทรัพย์ ลักษณะฉกรรจ์จะไม่มีการเขียนระบุไว้ว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ ทำให้คดีลักทรัพย์แม้จะเป็นการลักทรัพย์ในลักษณะธรรมดาเป็นคดีที่เป็นความ ผิดต่อแผ่นดิน จึงยอมความกันไม่ได้ เป็นต้น

ดังนั้น ถ้าเป็นการแจ้งความบุกรุกธรรมดาก็อาจตกลงยอมความกันได้ แต่ถ้าแจ้งความบุกรุกในเวลากลางคืนหรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญและมีการแจ้ง ข้อหาลักทรัพย์มาด้วย คดีก็ไม่อาจตกลงยอมความกันได้

การกระทำผิดอาญาแผ่นดินที่มีการพูดคุยกันนอกรอบว่าคดีนี้ สามารถตกลงกันให้คดีเลิกกันได้เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกให้เสียเงินเสีย ทอง และเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายอาญาด้วย

คดีอาญาในความผิดอันยอมความได้ ระงับโดยการถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องและยอมความ
  • สำหรับคดีอาญาความผิดอันยอมความได้สามารถระงับคดีได้ ดังนี้

(๑) โดยการถอนคำร้องทุกข์ เนื่องจากความผิดอาญาอันยอมความได้นั้น เจ้าพนักงานจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายได้ร้องทุกข ์(แจ้งความ) ต่อเจ้าพนักงานเสียก่อน และจะต้องร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลา ๓ เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องการกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด ฉะนั้นเมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์และต่อมาเจ้าพนักงานได้ดำเนินคดีกับผู้ต้อง หา ไม่ว่าคดีจะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล ผู้เสียหายก็มีสิทธิที่จะระงับหรือยกเลิกคดีด้วยวิธีถอนคำร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน ต่อพนักงานอัยการ หรือต่อศาลได้โดยแจ้งต่อเจ้าพนักงานดังกล่าวว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้ กระทำผิดต่อไป

(๒) โดยการยอมความ สำหรับคดีอาญาอันยอมความได้นี้ เมื่อผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด แล้ว และไม่ว่าคดีดังกล่าวจะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล หรือผู้เสียหายก็มีสิทธิที่จะระงับคดีหรือยกเลิกคดีโดยวิธียอมความได้อีก วิธีหนึ่งการยอมความในคดีอาญาดังกล่าวไม่มีแบบวิธีอย่างใด เพียงแต่แสดงหรือกระทำอาการใด ๆ ซึ่งทำให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว

ตัวอย่าง เช่น นายขาวยื่นฟ้องนายแดงต่อศาลว่า นายแดงออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารได้ปฏิเสธไม่ยอมจ่ายเงินตามเช็คให้แก่นายขาว ในระหว่างที่ศาลกำลังกำลังสืบพยานอยู่ นายแดงและนายขาวได้ทำความตกลงต่อหน้าศาลว่า นายแดงจะชดใช้เงินตามเช็คให้นายขาว นายขาวจึงไม่ติดใจดำเนินคดีกับนายแดงต่อไป ก็ถือว่าเป็นการายอมความกันแล้ว ซึ่งมีผลทำให้คดีดังกล่าวระงับไป

(๓) โดยการถอนฟ้อง คดีอาญาอันยอมความได้บางครั้งผู้เสียหายอาจจะไม่ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบ สวน แต่ได้ยื่นฟ้องผู้กระทำความผิดต่อศาลด้วยตนเอง ในกรณีนี้แม้คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด เช่น กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ไม่ว่าในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา หากผู้เสียหายประสงค์จะระงับคดีหรือยกเลิกคดีก็สามารถทำได้โดยการถอนฟ้องได้ ซึ่งเมื่อถอนฟ้องไปแล้วก็จะนำคดีดังกล่าวมาฟ้องอีกไม่ได้

ตัวอย่าง เช่น นายดำถูกนายเขียวฉ้อโกงเงินจำนวน ๒,๐๐๐ บาท นายดำจึงได้ยื่นฟ้องนายเขียวเป็นคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกง ต่อมาศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกนายเขียว ๖ เดือน นายเขียวอุทธรณ์ ขณะคดีกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์นายเขียวคืนเงินให้แก่นายดำ นายดำจึงถอนฟ้องคดีดังกล่าว ซึ่งก็มีผลทำให้คดีนี้เป็นอันระงับหรือยกเลิกไป นายเขียวไม่ต้องถูกจำคุก ๖ เดือน ตามที่ศาลชั้นต้นตัดสินต่อไป

  • การยอมความนอกศาลกับในศาลต่างกันหรือไม่ อย่างไร ?

การยอมความนอกศาล คือ การที่คู่พิพาทตกลงยุติ หรือระงับข้อพิพาทกันเองแล้วทำหลักฐานเป็นหนังสือไว้เรียกว่า "สัญญาประนีประนอมยอมความ" เพื่อให้มีผลบังคับตามข้อตกลงใหม่ที่ได้ตกลงกัน หากฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตาม อีกฝ่ายก็สามารถนำไปเป็นหลักฐานฟ้องร้องคดีให้ปฏิบัติตามต่อได้

การยอมความในศาล คือ การที่คู่ความสามารถตกลงยุติหรือระงับข้อพิพาทกันได้ในระหว่างการพิจารณาคดี ของศาล โดยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน แล้วให้ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว หากอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติ ก็สามารถบังคับคดีได้ทันที โดยไม่ต้องไปฟ้องร้องเป็นคดีใหม่อีก

  • การยอมความและการถอนฟ้องต่างกันหรือไม่ อย่างไร ?

การยอมความกันสามารถทำได้ทั้งในศาลและนอกศาล โดยคู่ความยังต้องผูกพันและปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความอยู่ ส่วนการถอนฟ้องถือว่าคดีความที่ฟ้องร้องกันระงับไปโดยไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ต่อกันอีก

 


 

ข้อมูลจาก http://www.panyathai.or.th





การยอมความ | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 7326 ครั้ง
ลงวันที่ 17/06/2010 14:13:14


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน