|
1. วัตถุแห่งสิทธิ
เป็นของบุคคลที่มีอยู่เหนือทรัพย์สิน จึงมีวัตถุแห่งสิทธิเป็นทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินนั้นสูญหายหรือถูกทำลายหมด ทรัพยสิทธินั้นก็หมดไป
|
1. วัตถุแห่งสิทธิ
เป็นสิทธิของบุคคลหนึ่งที่มีต่อบุคคลอีกบุคคลหนึ่ง จึงมีวัตถุแห่งสิทธิเป็นกระทำการหรืองดเว้นกระทำการใด ซึ่งบางครั้งอาจมีทรัพย์สินเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ทรัพย์สินนั้นไม่ใช่วัตถุแห่งบุคคลสิทธิ ถ้าทรัพย์สินสูญหายหรือถูกทำลายไป บุคคลสิทธิก็ไม่หมดไป
|
|
2. ลักษณะแห่งสิทธิ
เป็นสิทธิเด็ดขาด (Absolute Right) ที่ใช้ต่อสู้หรือยันกับบุคคลทั่วไป บุคคลทุกคนมีหน้าที่ไม่ขัดขวางการใช้สิทธิของผู้ทรงทรัพยสิทธินั้น ที่ปรากฏชัดที่สุดคือ กรรมสิทธิ์
|
2. ลักษณะแห่งสิทธิ
เป็นสิทธิสัมพัทธ์ (Relative Right) คือเป็นสิทธิที่จะเรียกร้องให้เฉพาะคนที่เป็นลูกหนี้เท่านั้น บุคคลสิทธิจะก่อให้เกิดหน้าที่แก่บุคคลโดยเฉพาะเท่านั้น
|
|
3. ลักษณะแห่งหน้าที่
ก่อให้เกิดหน้าที่กับบุคคลทั่วไป หน้าที่นี้จึงมีลักษณะเป็นการทั่วไปด้วย ไม่ใช่หน้าที่โดยเฉพาะเจาะจง และจะเป็นหน้าที่ในการงดเว้น
|
3. ลักษณะแห่งหน้าที่
ก่อให้เกิดหน้าที่แก่ลูกหนี้โดยเฉพาะเจาะจง หน้าที่นี้จึงเป็นลักษณะเฉพาะเจาะจงและแน่นอนด้วย
|
|
4. การบังคับใช้สิทธิ
เป็นสิทธิของบุคคลที่มีอำนาจเหนือทรัพย์ การใช้สิทธิจึงใช้ได้ด้วยตัวผู้ทรงทรัพยสิทธิเอง ปกติการใช้ทรัพยสิทธิไม่ต้องใช้สิทธิทางศาล
|
4. การบังคับใช้สิทธิ
เป็น สิทธิของบุคคลหนึ่งที่มีต่ออีกบุคคลหนึ่ง จึงต้องใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล ผู้ทรงบุคคลสิทธิไม่อาจจะบังคับเอากับเนื้อตัวร่างกายหรือทรัพย์สินของผู้มี หน้าที่ตามบุคคลสิทธินั้นตามลำพังได้ เพราะเป็นเรื่องนโยบายของรัฐในการรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นในสังคม
|
|
5. อายุความแห่งสิทธิ อายุความ (Prescription)
ไม่มีอายุความเสียสิทธิ (ยกเว้น ภาระจำยอม กับ ภาระติดพัน) แต่มีอายุความได้สิทธิ
|
5. อายุความแห่งสิทธิ อายุความ (Prescription)
ไม่มีอายุความได้สิทธิ์ แต่มีอายุความเสียสิทธิ
|
|
6. บ่อเกิดแห่งสิทธิ
สามารถก่อตั้งได้ก็แต่อาศัยอำนาจของกฎหมายเท่านั้น
|
6. บ่อเกิดแห่งสิทธิ
สามารถก่อตั้งได้โดยนิติกรรม นิติเหตุ และบทบัญญัติอื่นๆ
|