๑ สัญญาต่างตอบแทนกับสัญญาไม่ต่างตอบแทน
สัญญาต่างตอบแทน ได้แก่ สัญญาที่ทำให้คู่สัญญาต่างเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งกันและกัน กล่าวคือ คู่สัญญาต่างมีหนี้ หรือหน้าที่ที่จะต้องชำระให้แก่กันเป็นการตอบแทน เช่น สัญญาซื้อขาย แสดงตัวอย่าง
สัญญาไม่ต่างตอบแทน ได้แก่ สัญญาที่ทำให้คู่สัญญาเป็นหนี้ ลูกหนี้ซึ่งกันและกัน เป็นสัญญาที่กก่อหนี้ฝ่ายเดียว เช่น สัญญายืม แสดงตัวอย่าง
๒ สัญญามีค่าตอบแทนกับสัญญาไม่มีค่าตอบแทน
สัญญามีค่าตอบแทน ได้แก่ สัญญาที่ทำให้คู่สัญญาต่างมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนซึ่งกันและกัน ค่าตอบแทนนั้นอาจจะเป็นทรัพย์สิน แรงงาน หรือประโยชน์อื่นใดก็ได้
สัญญาไม่มีค่าตอบแทน ได้แก่ สัญญาที่ทำให้คู่สัญญาแต่เพียงฝ่ายเดียวได้รับประโยชน์จากสัญญานั้น คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รับประโยชน์อย่างใดเป็นค่าตอบแทนในการทำสัญญาเลย เช่น สัญญาฝากทรัพย์สินไม่มีบำเหน็จ หรือสัญญาให้
๓ สัญญาประธานกับสัญญาอุปกรณ์
สัญญาประธาน หมายถึง สัญญาที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ได้โดยลำพังไม่ขึ้นกับสัญญาอื่นใด ความสมบูรณ์ของสัญญาพิจารณาจากตัวสัญญานั้นเอง สัญญาอุปกรณ์ หมายถึง สัญญาที่ไม่สามารถเกิดขึ้นและเป็นอยู่ได้โดยลำพังตนเอง เช่น สัญญาค้ำประกัน
๔ สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
คือ สัญญาซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งตกลงกับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งว่าจะชำระหนี้ให้แก่บุคคลภายนอก โดยที่บุคคลภายนอกนั้นไม่ได้เข้ามาเป็นคู่สัญญาด้วย คือ เมื่อเกิดหนี้ขึ้นตามสัญญา ให้ไปชำระกับบุคคลภายนอกโดยตรง เช่น สัญญาประกันชีวิต เป็นต้น
๕ เอกเทศสัญญากับสัญญาไม่มีชื่อ
เอกเทศสัญญา ได้แก สัญญาที่ ป.พ.พ. บัญญัติไว้เป็นเอกเทศในบรรพ ๓ โดยได้กำหนดชื่อของสัญญา ลักษณะของสัญญา วัตถุประสงค์ ผลทางกฎหมาย รวมตลอดถึงสิทธิและหน้าที่ของสู่สัญญาแต่ละประเภทไว้โดยเฉพาะ
สัญญาไม่มีชื่อได้แก่สัญญาอื่นใด ซึ่งมีลักษณะไม่ตรงกับเอกเทศสัญญา เช่น สัญญาเล่นแชร์ เปียหวย เป็นต้น
|