๑.๓.๒.๑ บอกถอนไม่ได้โดยชัดแจ้ง
มาตรา ๓๕๔ บัญญัติว่า “คำเสนอจะทำสัญญาอันบ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองนั้น ท่านว่าไม่อาจจะถอนได้ในระยะเวลาที่บ่งไว้”
ซึ่งหมายความว่า ได้มีการกำหนดระยะเวลาไว้ในคำเสนอแล้วว่า ผู้เสนอจะไม่ถอนในเวลานั้น ซึ่งในกรณีนี้ อาจเกิดขึ้นทั้งการทำคำเสนอต่อบุคคลผู้อยู่เฉพาะหน้า และทั้งการทำคำเสนอต่อบุคคลซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทาง สาระสำคัญอยู่ที่การกำหนดเวลาผูกพันไว้แล้วเท่านั้น ซึ่งต้องเป็นไปตามเจตนา
๑.๓.๒.๒ บอกถอนไม่ได้โดยปริยาย
มาตรา ๓๕๕ บัญญัติว่า “บุคคลทำคำเสนอไปยังผู้อื่นซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทางและมิได้บ่งเวลาให้ทำคำสนอง จะถอนคำเสนอของตนเสียภายในเวลาอันควรคาดหมายว่าจะได้รับคำบอกกล่าวสนองนั้น ท่านว่าหาจะถอนได้ไม่”
คำว่า “เวลาอันควรคาดหมายว่าจะได้รับคำบอกกล่าวสนอง” คืออะไรนั้น จะต้องดูจากพฤติการณ์ หรือข้อเท็จจริงของการแสดงเจตนาที่เป็นคำเสนอว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปว่า ระหว่างผู้ทำคำเสนอกับผู้รับคำเสนออยู่ใกล้ไกลกันขนาดไหน ต้องใช้เวลาเดินทางและต้องผ่ายขั้นตอนอะไรบ้าง จะต้องใช้เวลาในการพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับคำเสนอนั้นมากน้อยเพียงใด กล่าวคือ ต้องพิจารณาตามสภาพ พฤติการณ์ และข้อเท็จจริงแต่ละกรณีซึ่งไม่เหมือนกัน แต่หลักที่จะต้องยืดไว้ ก็คือ ภายในช่วงระยะเวลาอันควรคาดหมายว่าจะได้รับคำสนองจากผู้รับคำเสนอ ฝ่ายเสนอจะถอนคำเสนอของตนไม่ได้
การบอกถอนคำเสนอโดยปริยายไม่ได้นี้ ใช้เฉพาะคำเสนอที่ทำต่อบุคคลซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางเท่านั้น จะไม่ใช้กับคำเสนอที่ทำต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้า แต่เฉพาะคำเสนอต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้าอันมิได้บ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองไว้ ผู้รับคำสนองจะต้องสนองรับ ณ ที่นั้นเวลานั้น ตาม มาตรา ๓๕๖ หากไม่สนองรับ ณ ที่นั้นเวลานั้น คำเสนอย่อมสิ้นความผูกพันโดยไม่จำต้องถอนแต่อย่างใด