หัวข้อ : ประเภท กฎหมายตามแบบพิธี
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ




กฎหมายตามแบบพิธี นอกจากประมวลกฎหมายแล้ว ยังมี 5 ประเภทดังต่อไปนี้


    • พระราชบัญญัติ รวมตลอดทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่พึ่งเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
    • พระราชกำหนด
    • พระราชกฤษฎีกา
    • กฎกระทรวง
    • กฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติจังหวัด ข้อบังคับตำบล ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และข้อบัญญัติเมืองพัทยา)
 

สรุปรวมความว่า : กฎหมายเป็นเรื่องของกฎระเบียบแบบแผน เป็นเรื่องของเหตุผลเป็นเรื่องของคุณธรรม เป็นกติกาของสังคมมนุษย์ที่มีการจัดตั้ง เป็นเครื่องประสานประโยชน์ของมนุษย์ทุกคนที่อยู่รวมกัน กฎหมายต้องยุติธรรมเสมอไปหรือไม่ จะเห็นได้ว่าไม่เสมอไป แต่กฎหมายจะต้องเที่ยงธรรม และเมื่อมีปัญหาข้อขัดแย้งเกิดขึ้น กฎหมายต้องหาทางยุติโดยเที่ยงธรรม

 
  • ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์อื่น วิชานิติศาสตร์หรือวิชากฎหมายนั้นมีลักษณะแตกต่างจากวิชาอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นวิชาเอกเทศ หรือแยกตัวออกเป็นสาขาหนึ่งต่างหากแล้วยังผสมผสานกับวิชาอื่นๆ แตกต่างกับวิชาอื่น เช่น วิชาคณิตศาสตร์ เป็นต้น เคยมีผู้กล่าวว่าวิชากฎหมายเป็นทั้งศาสตร์และเป็นทั้งศิลป์ ที่ว่า ศาสตร์ (Science) เพราะว่าการศึกษากฎหมายเป็นการศึกษาอย่างเป็นระบบ มีเหตุมีผล มีหลักมีเกณฑ์ ที่ว่ากฎหมายเป็นศิลป์ (Art) คือ ในการออกกฎหมายจะต้องรู้จักออกกฎหมายที่ดี ให้เกิดการปฏิบัติตามได้และนำกฎหมายไปใช้ให้ถูกวิธี ฉะนั้นการศึกษาวิชานิติศาสตร์ จะศึกษาแต่วิชากฎหมายแต่อย่างเดียวไม่ได้ จะต้องศึกษาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับวิชานิติศาสตร์ด้วย เช่น
  • สังคมวิทยากฎหมาย
  • เศรษฐศาสตร์กับกฎหมาย
  • ประวัติศาสตร์กฎหมาย
  • จิตวิทยากับกฎหมาย
  • รัฐศาสตร์กับกฎหมาย
  • ปรัชญากฎหมาย
    สังคมวิทยากฎหมาย สังคมวิทยาเป็นวิชาที่สำคัญเป็นวิชาที่ศึกษาถึงมนุษย์และ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่อยู่ร่วมกัน รวมตลอดทั้งสิ่งแวดล้อมของมนุษย์นักกฎหมายจะต้องใช้สังคมวิทยาเป็นเครื่องมือ เป็นหลักเกณฑ์ในการร่างกฎหมาย นักกฎหมายชื่อ RODOLF VAN JHERING ได้กล่าวว่ากฎหมายย่อมมีหน้าที่ประสานความขัดกันซึ่งประโยชน์ได้เสียต่างๆ ตลอดจนคุ้มครองประโยชน์ของเอกชนและของส่วนรวม ฉะนั้น การออกกฎหมาย และการใช้กฎหมายจึงต้องศึกษาถึงสังคมและคำนึงถึงสังคมด้วย
  • เศรษฐศาสตร์กับกฎหมาย เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาถึงการกระทำของมนุษย์ที่อยู่ในสังคมเพื่อบำบัดความต้องการของสังคม เป็นวิชาที่ศึกษาถึงผลการผลิตและการกระจายรายได้ ซึ่งนักกฎหมายจะต้องศึกษาและหาวิธีจัดระเบียบเศรษฐกิจให้เกิดความผาสุขในสังคมโดยเท่าเทียมกัน เพื่อการอยู่ร่วมกันเป็นปกติสุข เช่น การออกกฎหมายการปฏิรูปที่ดินและกฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภค
  • ประวัติศาสตร์กฎหมาย ประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต การศึกษาถึงประวัติศาสตร์ย่อมทำให้เข้าใจความหมายของกฎหมายที่ใช้อยู่ได้ดีขึ้น เพราะการบัญญัติกฎหมายแต่ละครั้งก็เพื่อแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และป้องกันมิให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีก ทำให้สะดวกแก่การตีความหมายของกฎหมายที่กำลังใช้อยู่
  • จิตวิทยากับกฎหมาย จิตวิทยาเป็นวิชาที่ศึกษาถึงจิตใจ สิ่งที่มีชีวิตไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ เป็นวิชาที่สำคัญสำหรับนักกฎหมายอีกเช่นกัน เพราะการออกกฎหมายจะต้องคำนึงถึงจิตวิทยาของผู้ใช้กฎหมาย และผู้ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เช่น จะต้องคำนึงว่าเหตุใดผู้นั้นถึงกระทำความผิด และจะวางหลักเกณฑ์วิธีการใดเขาจึงจะไม่กระทำผิดอีก
  • รัฐศาสตร์กับกฎหมาย รัฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับรัฐโดยมีรัฐเป็นศูนย์กลางของการศึกษาค้นคว้าว่ารัฐคืออะไร เกิดขึ้นและดับสูญไปได้อย่างไร นักกฎหมายจะต้องออกกฎหมายไปในทางที่จะให้เกิดประโยชน์แก่รัฐ จึงจำต้องศึกษาถึงเรื่องของรัฐและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐด้วย
  • ปรัชญากฎหมาย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่านิติปรัชญา คือ เราเอาปรัชญามาผสมกับกฎหมาย อันที่จริงปรัชญาเป็นแม่ของทุกศาสตร์ก็ว่าได้ เพราะเป็นเรื่องของการตั้งปัญหาเป็นวิชาที่ศึกษาถึงความคิด เหตุผล คำอธิบายต่างๆ เกี่ยวกับโลก สังคม มนุษย์และจักรวาล เป็นวิชาที่หาที่มาและที่ไปของมนุษย์ เป็นวิชาที่ค้นหาว่ามนุษย์ตายแล้วไปที่ใด เป็นเรื่องการจัดระเบียบการปกครองว่ากฎหมายได้สะท้อนสิ่งเหล่านี้มาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอยู่ร่วมกัน การออกกฎหมายมาเพื่อให้การอยู่รวมกันเป็นไปอย่างสันติวิธี วิชานี้เป็นวิชาสำคัญซึ่งในปัจจุบันได้ถูกบรรจุเข้าเป็นวิชาเอกเทศในหลักสูตรคณะนิติศาสตร์
  • ลักษณะเฉพาะของวิชานิติศาสตร์ ดังที่เราได้พูดกันแล้วว่านิติศาสตร์หรือกฎหมายนอกจากจะเป็นวิชาเอกเทศคือเป็นวิชาเฉพาะอย่าง เช่น กฎหมายแพ่ง กฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว ยังผสมผสานกับวิชาอื่นๆ ในขณะที่ศาสตร์อื่นไม่มีลักษณะนี้ เช่น นิติปรัชญา เราเอาปรัชญามาผสมกับกฎหมาย เราศึกษาถึงเหตุผลของโลก สังคมมนุษย์แล้ว เรายังเอากฎหมายเข้ามาปรับกับสังคมนั้น มาจัดระเบียบของสังคมกลุ่มนั้นๆ กฎหมายเข้าไปอยู่รวมกับวิชาอื่นๆ มากเพียงแต่จะสัมพันธ์มากน้อยเพียงใดเท่านั้น นอกจากนี้แล้วกฎหมายยังมีวิธีการเฉพาะ คือ ไม่แต่เพียงว่าผู้สำเร็จการศึกษาออกไปประกอบวิชากฎหมายทั้งหลาย เช่น ผู้พิพากษา ทนายความ จะต้องมีความรู้ความชำนาญในหลักกฎหมายดีเท่านั้น ยังจะต้องมีคุณธรรม มีสามัญสำนึก มีความพอเหมาะพอควร มีความสุขุม ละเอียดอ่อนดีอีกด้วย และเพื่อจะควบคุมผู้ใช้วิชาชีพเกี่ยวกับกฎหมาย จึงต้องมีระบบควบคุมตรวจสอบว่าได้ใช้หลักวิชาการถูกต้องหรือไม่และเป็นไปตามความบริสุทธิ์ยุติธรรม เช่นเดียวกับผู้ใช้วิชาชีพอื่นๆ เช่น สถาปนิกหรือวิศวกร แต่วิชาชีพเหล่านั้นเขาตรวจสอบแต่เพียงว่าได้มีการคำนวนถูกต้องหรือไม่ การออกกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ถ้านึกอยากจะออกไปแล้วต้องคิดว่าจะได้รับการเอาไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากที่สุด เพราะฉะนั้นผู้บัญญัติกฎหมาย จึงต้องคำนึงถึงหลัก 2 ประการ คือ
  • จะสร้างกฎเกณฑ์ที่ดีได้อย่างไร กล่าวคือผู้สร้างกฎเกณฑ์ จะต้องมีความรู้ในกิจการที่ตนจะสร้างกฎเกณฑ์นั้น เช่น จะร่างกฎหมายเกี่ยวกับกฎหายปกครอง ผู้สร้างกฎเกณฑ์ก็จะต้องทราบ ต้องเข้าใจในการปกครอง นอกจากนั้นในขณะที่ร่างกฎเกณฑ์ผู้สร้างจะต้องคำนึงถึงศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กฎเกณฑ์ที่สร้างนั้นจะต้องให้ความเป็นธรรม และใช้ได้โดยไม่ขัดกับจารีตประเพณีหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
  • จะให้กฎเกณฑ์นั้นนำไปใช้ปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร กฎเกณฑ์นั้นจะต้องเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ทั้งยังจะต้องไม่เป็นการริดรอนหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากเกินไป และจะต้องทำให้ถูกใช้กฎเกณฑ์เชื่อถือยอมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์นั้นๆ

                   ใน 2 ประการดังกล่าวนั้นก็จะต้องโยงไปถึงรูปแบบและวิธีการของการสร้างกฎเกณฑ์ ซึ่งในเรื่องนี้นักศึกษาจะได้ศึกษาในวิชาที่ว่าด้วยหลักกฎหมายเอกชน และสำหรับวิธีการที่จะให้กฎเกณฑ์ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะต้องออกกฎเกณฑ์ให้น้อยที่สุดให้ริดรอนสิทธิส่วนตัวของพลเมืองน้อยที่สุด





ประเภท กฎหมายตามแบบพิธี | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 7342 ครั้ง
ลงวันที่ 15/09/2010 02:58:23


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน