ปัญหารัฐธรรมนูญ 2550
1.เป็นรัฐธรรมนูญที่ สายตาสั้น มองปัญหาการเมืองไทยเฉพาะหลังรัฐธรรมนูญ 2540 เน้นช่วงที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ปี 2544-2549 แต่ไม่ได้มุ่งแก้ไขปัญหาถาวรของการเมืองไทย ที่นับแต่ 2475 เป็นต้นมา การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญแทบทุกครั้งเป็นผลพวงจากความขัดแย้งกันของกลุ่มนักการเมืองและกลุ่มข้าราชการประจำนำโดยทหาร
2.เป็นรัฐธรรมนูญที่ มีอคติ ต่อนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้วอำนาจเก่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความคิดเห็น ไม่มีเนื้อหาตัดสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบไป และไม่เคยมีการกล่าวถึงประเด็นนี้มาก่อน จนกระทั่งใกล้วันที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรค ประเด็นนี้จึงโผล่ขึ้นมาเป็นข่าว และก็ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในท้ายที่สุด (มาตรา 68 วรรค 4)
3.เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ หาเสียง เขียนไว้ก่อน ทำได้จริงหรือไม่ ไม่รู้ เช่น เพิ่มสิทธิคนจรจัด ปัญหาก็คือ อะไรก็ตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญควรจะทำได้จริง เพราะสร้างความคาดหวังให้แก่ประชาชน มิเช่นนั้น ประชาชนจะไม่เชื่อถือศรัทธาในตัวรัฐธรรมนูญ ตัวอย่างก็เช่น รัฐธรรมนูญ 2540 รับรองสิทธิได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี แต่เอาเข้าจริง ฟรีที่ไหน แม้ไม่มีค่าเล่าเรียน แต่ก็มีการเรียกเก็บสารพัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ปัญหานี้คงเกิดขึ้นแน่ เมื่อร่าง 50 ประกาศใช้แล้ว
4.เป็นรัฐธรรมนูญ จับฉ่าย ใส่ทุกอย่าง เช่น มาตรา 80 (5) รัฐต้องเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยมาตรา 83 (12) รัฐต้องส่งเสริมกิจการพาณิชย์นาวี การขนส่งระบบราง เรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แค่เป็นมติ ครม.หรือนโยบายรัฐบาลก็เพียงพอแล้ว
5.เป็นรัฐธรรมนูญที่ มองไม่รอบ ยกตัวอย่างเช่น สิทธิใหม่ๆ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐหลายๆ อย่างเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่มีข้อมูลที่ได้จากศึกษาวิจัยที่ดีรองรับว่า จะก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังของประเทศมากน้อยแค่ไหน เช่น ประเด็นหลักประกันเมื่อพ้นภาวะการทำงาน หรือสิทธิคนจรจัด
6.เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ ระวังหลัง คอยคุ้มครองคณะรัฐประหาร เช่น การให้วุฒิสภา 74 คนมาจากการสรรหาเพื่อถ่วงดุลนักการเมืองในสภา การให้องค์กรอิสระที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารอยู่ต่อไปจนครบวาระอันได้แก่ กกต.ซึ่งคุมการเลือกตั้งอันเป็นหน้าด่านในการเข้าสู่อำนาจรัฐ และ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นหัวหอกในการตรวจสอบทุจริต การให้ ครม.ชุดปัจจุบันแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และที่สำคัญ มาตรา 309 ซึ่งจะกล่าวต่อไป
7.เป็นรัฐธรรมนูญที่ ไร้หลักวิชา บางเรื่องเขียนขึ้นโดยสามัญสำนึก ผิดๆ ถูกๆ หลายๆ ครั้งมองข้ามหลักวิชาการเช่น การให้ศาลเสนอร่างกฎหมายได้ ทั้งที่ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ ศาลไม่ใช่องค์กรทางการเมือง ริเริ่มอะไรเองไม่ได้ เช่น ถ้าเห็นคนสองคนทะเลาะกัน ศาลจะโผล่เข้าไปตัดสินให้ไม่ได้ หากไม่มีใครยื่นคำร้อง คำฟ้องต่อศาล
ยิ่งกว่านั้นมาตรา 139 (3) ให้ศาลรัฐธรรมนูญเสนอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาได้ และมาตรา 141 กำหนดให้ส่งร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อนประกาศใช้
ลองคิดดูเถอะว่า หากร่างกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญส่งเข้าไป ถูกแก้ไขโดยสภาผู้แทนราษฎร หรือโดยวุฒิสภา ไม่เหมือนกับหน้าตาที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอมา ศาลท่านจะพอใจหรือไม่ ศาลท่านจะตัดสินอย่างไร การกำหนดไว้เช่นนี้ย่อมขัดต่อหลักปราศจากอคติที่ว่า ไม่มีใครสามารถเป็นคนตัดสินเรื่องที่ตัวเองมีส่วนได้เสียได้
8.เป็นรัฐธรรมนูญที่ ทำลายวิชานิติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 309 ซึ่งจะอ่านเฉพาะมาตรานี้ไม่ได้ ท่านต้องไปอ่านรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2549 มาตรา 36 และ 37 ประกอบ ไม่เช่นนั้นจะถูกเนื้อความมาตรา 309 หลอกเอาได้ และหากร่างรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้แล้วจะส่งผลดังนี้
8.1 รับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการรัฐประหาร
เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 36 รับรองความชอบด้วยกฎหมายและความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) คำสั่ง คปค.และการกระทำต่างๆ ตามประกาศหรือคำสั่งดังกล่าว
ดังนั้น มาตรา 309 ย่อมส่งผลให้ประกาศ คปค.และการกระทำต่างๆ เป็นสิ่งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในขณะเดียวกัน เท่ากับเป็นการรับรองการรัฐประหารอันเป็น บ่อเกิดที่มา ของประกาศ คปค.ฯลฯให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามไปด้วย
8.2 นิรโทษกรรมผู้ก่อการรัฐประหารแบบ 100%
ความในมาตรา 309 เท่ากับเป็นการยืนยันการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ก่อการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หลังจากที่ได้มีการนิรโทษกรรมไปแล้วอย่างชัดแจ้งตามมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่กำหนดว่าไม่ว่าตัวการ ผู้ใช้ ผู้ถูกใช้ หรือผู้สนับสนุนในการยึดอำนาจดังกล่าวย่อมพ้นจากความผิดอาญาและความรับผิดอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง (แค่นี้ ก็ 99.99% แล้ว)
แต่เพื่อความมั่นใจ 100% จึงต้องมีมาตรา 309 เนื่องจาก รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549 จัดทำโดยคณะรัฐประหารเอง ซึ่งขัดกับหลักที่ว่า คนทำผิดไม่อาจยกโทษให้ตนเองได้ และผู้ที่จะยกโทษให้แก่คนทำผิดได้นั้นก็คือผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายจากการรัฐประหารก็คือ ประชาชน
ดังนั้น หากประชาชนเห็นชอบมาตรา 309 ก็จะมีผลเป็นการลบล้างความผิดต่างๆ อย่างสิ้นเชิง และที่สำคัญ การนิรโทษกรรมโดยประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยย่อมเป็นสิ่งสูงสุด ไม่มีผู้ใดสามารถโต้แย้งได้
8.3 ปิดช่องทางการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของประกาศ คปค.ฯลฯ
หากตีความมาตรา 309 อย่างเคร่งครัดตามลายลักษณ์อักษร ผลก็คือ ประกาศ คปค. คำสั่งหัวหน้า คปค.และการกระทำตามประกาศหรือคำสั่งดังกล่าวย่อมชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และองค์กรศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม หรือศาลปกครอง ก็ไม่สามารถเข้าไปควบคุมตรวจสอบได้ ทั้งๆ ที่เนื้อหาของประกาศ คำสั่ง และการกระทำดังกล่าว อาจขัดต่อหลักการที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้อย่างร้ายแรงที่สุดก็เป็นได้
เรื่องนี้ ไม่ได้มั่ว! ไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย! ถ้าไม่เชื่อ ลองไปอ่านคำสั่งศาลฎีกาที่ 913/2536 หรือ 1131/2536 หรือล่าสุดคำวินิจฉัยส่วนบุคคลของตุลาการรัฐธรรมนูญสองท่านในคดียุบพรรคไทยรักไทย ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 124 ตอนที่ 33 ก คือ นายสมชาย พงษธา ในเล่ม 1 หน้า 368-369 และนายวิชัย ชื่นชมพูนุท ในเล่ม 2 หน้า 363-354 ได้ ซึ่งได้กล่าวถึงมาตรา 36 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรา 309 นี้ไว้ด้วย
8.4 ข้อเสียของมาตรา 309
(1) รับรองว่า การรัฐประหาร เป็นสิ่งที่ถูกต้องในระบบกฎหมายไทยในรัฐธรรมนูญที่ตั้งใจจะให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร
(2) การนิรโทษกรรมในรัฐธรรมนูญเท่ากับเป็นการเชื้อเชิญให้มีการก่อการรัฐประหารในอนาคต
(3) เกิดจารีตที่ไม่ถูกต้องในการเขียนรัฐธรรมนูญอันจะเป็นกรณีตัวอย่างให้คณะผู้ก่อการรัฐประหารในอนาคตเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ และยังเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีแก่คนไทยและนักเรียนกฎหมายไทยว่า ใครมีอำนาจจะเขียนกฎหมายอย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักวิชา
(4) บ่อนทำลายหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้รับรองไว้ในมาตรา 6 ว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญเป็นอันใช้บังคับมิได้ แต่กลับมี ประกาศ คปค.ฯลฯ ที่ขัดรัฐธรรมนูญได้และยังมีสภาพบังคับในระบบกฎหมายไทย
(5) ละเมิดสิทธิของบุคคลที่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศและคำสั่ง คปค. รวมทั้งการกระทำตามประกาศหรือคำสั่งดังกล่าวในการนำคดีมาสู่ศาลและขอให้ศาลพิพากษาว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือมิชอบด้วยกฎหมาย และทำให้ไม่มีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
(6) ทำลายหลักนิติรัฐ ทำลายหลักความชอบด้วยกฎหมายและทำลายหลักการควบคุมตรวจสอบเพราะองค์กรศาลไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบและวินิจฉัยความถูกต้องได้
(7) บังควรหรือไม่? เพราะในขณะที่พระราชบัญญัติซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามคำแนะนำของรัฐสภา ผู้แทนประชาชน เจ้าของอำนาจอธิปไตย ก็ยังไม่สามารถขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ แต่มาตรา 309 กลับรับรองโดยอ้อมว่า ประกาศ คปค.ที่ลงนามโดยหัวหน้า คปค.ตามมติ คปค.นั้น ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ที่มา : Forword mail
|