ในบางประเทศ ซึ่งมีระบบกฎหมายที่แบ่งแยกประเภทของกฎหมายออกเป็นกฎหมายเอกชนและกฎหมายมหาชน
ได้มีการให้ความหมายของกฎหมายมหาชนไว้ ซึ่งนิยามความหมายก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย
ซึ่งพอยกตัวอย่างได้คือ
อัลเปียน (Ulpian) ซึ่งเป็นนักกฎหมายคนสำคัญในยุคโรมัน ได้ให้ความหมายของ “กฎหมายมหาชน” (Jus
Publicum) และ “กฎหมายเอกชน” (Jus Privatum) เอาไว้ว่า “กฎหมายมหาชน คือ
กฎหมายที่เกี่ยวกับรัฐโรมัน ในขณะที่กฎหมายเอกชนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเอกชนแต่ละคน
ศาสตราจารย์โมริซ ดูแกวร์เช (Maurice Duverger) แห่งมหาวิทยาลัยปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ได้อธิบายไว้ว่า กฎหมายมหาชน
คือกฎหมายที่กล่าวถึงกฎเกณฑ์ทั้งหลายที่เกี่ยวกับสถานะและอำนาจของผู้ปกครองรวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างผู
้ปกครองกับผู้อยู่ไต้ปกครอง ส่วนกฎหมายเอกชน
คือกฎหมายที่กล่าวถึงกฎเกณฑ์ทั้งหลายที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างผู้อยู่ใต้ปกครองด้วยกันเอ
ง
ศาสตราจารย์ดร.หยุด แสงอุทัย ได้อธิบายไว้ว่า “กฎหมายมหาชน ได้แก่
กฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐกับราษฎร ในฐานะที่เป็นฝ่ายปกครองราษฎร
กล่าวคือ ในฐานะที่รัฐมีฐานะเหนือราษฎร
ศาสตราจารย์ ไพโรจน์ ชัยนาม ได้ให้ความหมายของกฎหมายมหาชน (ภายใน) เอาไว้ว่า เป็นกฎหมาย
“ซึ่งบัญญัติถึงความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวพันระหว่างรัฐกับพลเมืองของรัฐ
กำหนดฐานะของนิติบุคคลหรือสถาบันในกฎหมายมหาชนกับเอกชน”
ดร.ปรีดี เกษมทรัพย์ ได้ให้คำอธิบายความหมายของ กฎหมายมหาชน เอาไว้ว่า “กฎหมายมหาชน หมายถึง
กฎหมายที่บัญญัติถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับเอกชนหรือระหว่างเจ้าหน้าที่
หรือผู้ใช้อำนาจของรัฐกับเอกชน หรือระหว่างองค์กรของรัฐกับเอกชน
ในฐานะที่ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้อยู่ใต้อำนาจการปกครอง”
ซึ่งจากนิยามความหมายต่าง ๆ ที่ยกมา เราพอจะสรุปความหมายของกฎหมายมหาชนสั้น ๆ ได้ว่า
***กฎหมายมหาชนเป็นกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับเอกชน
และองค์กรของรัฐกับองค์กรของรัฐด้วยกัน โดยที่ฝ่ายรัฐอยู่ในฐานะมีอำนาจเหนือกว่าเอกชน นั่นเอง
|