สำคัญผิดในกฎหมายมีได้หรือไม่
• สำคัญผิด ไม่รู้ว่าการกระทำของตนนั้นผิดกฎหมาย
• สำคัญผิด ไม่รู้ว่ามีกฎหมายห้ามมิให้กระทำ
• สำคัญผิด ไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด
• สำคัญผิด โดยเข้าใจว่า การกระทำนั้นกฎหมายไม่ห้าม
• ไม่รู้ข้อถูกผิดในการกระทำของตนเอง เพราะตำหนิเขาไม่ได้
มาตรา ๖๔ “บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ แต่ถ้าศาลเห็นว่า ตามสภาพและพฤติการณ์ ผู้กระทำความผิดอาจจะไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด ศาลอาจอนุญาตให้แสดงพยานหลักฐานต่อศาล และถ้าศาลเชื่อว่า ผู้กระทำไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้”
ตามมาตรา ๖๔ นี้ การที่ผู้กระทำไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด เพราะเหตุที่เขาสำคัญผิดไม่รู้ว่ามีกฎหมายห้ามมิให้กระทำ ความสำคัญผิดในข้อกฎหมายดังกล่าวไม่เป็นเหตุยกเว้นโทษตามกฎหมาย ผู้กระทำยังต้องรับผิดอยู่ แต่ถ้าหากเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่า เขาไม่ว่ามีกฎหมายห้ามมิให้กระทำหรือไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น ศาลสามารถใช้ดุลพินิจลดโทษให้แก่เขาได้
ตามมาตรา ๖๔ นี้ ผู้กระทำได้กระทำครบองค์ประกอบความผิด จึงต้องรับผิดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และไม่มีเหตุยกเว้นความผิด ไม่มีเหตุยกเว้นโทษ ไม่มีเหตุลดโทษ เพียงแต่กฎหมายใหโอกาสเขาพิสูจน์ได้ เพื่อศาลจะได้ใช้ดุลพินิจลดโทษที่จะลงแก่เขาเท่านั้น
• การไม่รู้กฎหมายคือ การที่ผู้กระทำไม่รู้ว่าการกระทำของตนนั้นผิดกฎหมาย ไม่ใช่กรณีที่ผู้กระทำไม่รู้บทบัญญัติของกฎหมาย เพราะการไม่รู้บทบัญญัติของกฎหมายนั้นอ้างอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
ดังนั้น สำคัญผิดในกฎหมายอาญา ในหลักการของกฎหมายแล้วมีไม่ได้
สำคัญผิดในกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่กฎหมายอาญามีได้หรือไม่
• สำคัญผิด ในกฎหมายแพ่ง
• สำคัญผิด ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ
• สำคัญผิด ในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
• สำคัญผิด ในกฎหมายปกครอง
สำคัญผิดในกฎหมายอื่นนอกจากกฎหมายอาญานั้นมีได้ โดยคำวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ผู้กระทำสำคัญผิดว่าเขามีอำนาจที่จะกระทำได้ ศาลใช้ทฤษฎีเจตนา มาวินิจฉัยในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ผลของการสำคัญผิดในกฎหมาย
• ไม่เป็นเหตุยกเว้นความผิด
• ไม่เป็นเหตุยกเว้นความผิด เพราะยังถือว่าผู้กระทำยังมีเจตนา
• แต่เป็นเหตุให้ศาลใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ เพราะผู้กระทำขาดความชั่ว