ในบทความตอนนี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ Chapter 7 ก่อน Chapter 7 คือ การทำล้มละลายที่เอาชื่อมาจาก Chapter of the Federal Statutes (the Bankruptcy Code) การทำล้มละลายวิธีนี้เป็นที่นิยมและมีคนทำกันมากกว่า Chapter อื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีรายได้หรือทรัพย์สินมากนัก วิธีนี้หนี้สินจะถูกตัดเป็นศูนย์ โดยที่ลูกหนี้ส่วนใหญ่สามารถเก็บทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดได้ การทำล้มละลายนั้นเริ่มจากการยื่นเอกสารเรียกว่า Petition ต่อศาลโดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับ
*ทรัพย์สิน
*รายได้และรายจ่าย
* หนี้สิน
* ทรัพย์สินที่คุณขอยกเว้นซึ่งเจ้าหนี้จะมาเอาไปไม่ได้ (exempt property)
* ทรัพย์สินที่คุณขายหรือให้คนอื่นไปภายใน 2 ปีที่ผ่านมา
การยื่นเรื่องทำล้มละลายมีผลทางกฎหมายเรียกว่า Automatic stay หมายความว่าเจ้าหนี้ต้องหยุดนิ่ง จะตามทวงหนี้จากคุณ หรือมาเอาเงินจากเงินเดือนหรือบัญชีในธนาคารไปจากคุณไม่ได้
ศาลจะแต่งตั้งคนกลางขั้นเรียกว่า Bankruptcy Trustee ผู้ซึ่งจะตรวจดูเอกสาร และพิจารณาว่าคุณมีทรัพย์สินส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นหรือไม่ (nonexempt property) Trustee อาจขายทรัพย์สินนั้นเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ในราวห้าสัปดาหืหลังจากที่คุรยื่น Petition คุณจะต้องมาปรากฎตัวต่อหน้า Trustee เพื่อตอบคำถาม เรียกว่า Hearing ถ้าคุณมีทนายความไปด้วยคุรย่อมอุ่นใจมากกว่า บางครั้งเจ้าหนี้อาจมาขอซักถามคำถามจากคุณถ้วย หลังจากนั้นถ้าทุกอย่างราบรื่นศาลก็จะส่งหนังสือแจ้งให้คุณทราบว่าหนี้สินทั้งหมดนั้นถูกตัดเป็นศูนย์คุณจะไม่สามารถยื่นทำล้มละลายได้อีกจนกว่าเวลาจะผ่านไป 8 ปี (นับจากวันที่คุณได้รับการลบล้างหนี้สิน)
Codebtor
ถ้าเพื่อนหรือญาติของคุณเซ็นต์ชื่อร่วมกับคุณหรือเป็นลูกหนี้ร่วมในหนี้สินที่เกิดขึ้นกับคุณ เขาอาจจะต้องเป็นคนจ่ายหนี้สินคืนให้เจ้าหนี้ในกรณีที่คุณทำล้มละลาย ดังนั้นก่อนที่คุณจะทำล้มละลายคุณควรจ่ายชำระหนี้สินในบัญชีร่วมหรือโอนยอดในบัญชีร่วมไปเข้าบัญชีของคุณคนเดียว หรือขอให้เจ้าหนี้ถอนชื่อคนเซ็นต์ชื่อร่วมออกเสียก่อน
Non-dischargeable debts
โดยทั่วไปหนี้สินทั้งหมดที่คุณระบุใน Petition จะถูกตัดเป็นศูนย์ถ้าเจ้าหนี้มิได้คัดค้านหรือประท้วงภายในเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งปกติจะเป็น 2 เดือนหลังจากวันที่ Hearing แต่ในบางกรณีหนี้สินนั้นอาจยังคงอยู่แม้คุณทำล้มละลายแล้ว ซึ่งเรียกว่า non-dischargeable debts หนี้สินดังกล่าวได้แก่
1.หนี้สินที่เกิดขึ้นโดยลูกหนี้มีเจตนาโกง เช่น :
*การสร้างหนี้สินในช่วงระยะเวลาอันสั้นก่อนทำล้มละลาย เช่นการใช้บัตรเครดิตเอาเงินสดล่วงหน้า (cash advance) เกิน $1,000 ภายใน 90 วัน ก่อนทำล้มละลาย
*การสร้างหนี้สินในขณะที่รู้ตัวว่าตนไม่สามารถจ่ายชำระคืนเช่นการใช้บัตรเครดิตเพื่อไปเที่ยวยุโรปในขณะที่ตนตกงานและไม่มีรายได้เลย
*การโกหกเกี่ยวกับรายได้ในตอนขอบัตรเครดิต หรือขอเงินกู้
*หนี้สินที่เกิดจากการฉ้อโกงผู้อื่น เช่น พนักงานขายของแล้วเก็บเงินจากลูกค้าแต่ไม่นำส่งให้บริษัท กลับยักยอกเก็บเงินไว้เอง ถ้าพนักงานผู้นี้ทำล้มละลาย หนี้สินต่อบริษัทก็จะไม่หมดไป
2.หนี้สินที่คุณมิได้ระบุไว้ใน Petition จะไม่ถูกตัดเป็นศูนย์ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระบุเจ้าหนี้ทุกรายให้ครบถ้วน ถ้าคุณยื่นเรื่องไปแล้ว แล้วจึงรู้ว่าคุณลืมระบุเจ้าหนี้บางราย คุณควรขอแก้เอกสารโดยเพิ่มเจ้าหนี้ให้ครบถ้วน
3.หนี้สินที่เกิดจากการมีเจตนาร้ายและทำร้ายร่างกาย, ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้อื่น เช่นถ้าคุณโกรธใครแล้วเอามีดแทงเขาหรือพูดเรื่องเสียหายของคนอื่นให้บุคคลที่สามฟัง หนี้สินที่เกิดขึ้นดังกล่าวไม่สามารถตัดเป็นศูนย์
4.เงินกู้เพื่อการศึกษา (student Loans) โดยปกติเงินกู้เพื่อการศึกษาจะไม่ถูกตัดเป็นศูนย์ ยกเว้นกรณีที่เงินกู้นั้นได้รับการรับรองจากบริษัทเอกชนมิใช่รัฐบาล หรือกรณีที่การชำระหนี้จะสร้างความยากลำบากมากให้ลูกหนี้ เช่น คนที่เจ็บป่วยและมีรายได้น้อย ศาลอาจให้หนี้สินนั้นถูกยกเลิกหรือลดจำนวนลง
5.หนี้สินภาษีรัฐบาล โดยทั่วไปหนี้สินค่าภาษีรัฐบาล Federal state และ local taxes จะไม่ถูกตัดเป็นศูนย์
6.หนี้สินค่าเลี้ยงดูบุตรและภรรยาหรือสามี (child support and alimony) ซึ่งศาลได้ออกคำสั่งให้จ่ายนั้นไม่สามารถตัดเป็นศูนย์ได้
7.หนี้สินที่เกิดจากการขับรถในขณะที่เมามาย (Intoxicated Driving Debts) หนี้สินที่เกิดขึ้นจากการขับรถในขณะที่เมามายและทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือตายนั้นจะไม่เป็นศูนย์
8.หนี้สินค่าปรับ ถ้าคุณถูกศาลปรับเพราะทำผิดกฎหมาย เช่น ใบสั่งฝ่าฝืนกฎจราจร หนี้สินค่าปรับเหล่านี้จะไม่ถูกตัดเป็นศูนย์
ที่มา : http://www.siammedia.org
|