กฎหมายล้มละลายระบุว่าถ้าลูกหนี้ยื่นทำล้มละลาย ลูกหนี้จะสามารถลบล้างหนี้สินให้หมดไปได้ แต่ในบางกรณีศาลอาจจะไม่อนุมัติให้ลูกหนี้ลบล้างหนี้สินถ้าลูกหนี้ปิดบังข้อมูล, ทำลายหลักฐานปลอมแปลงเอกสาร หรือละเลยมิได้เก็บรักษาหลักฐานทางการเงินของตนไว้ให้ตรวจสอบ หลักฐานการเงินต่างๆ ได้แก่ สมุดบัญชี, บันทึกการค้า, บัญชีเงินฝากธนาคาร ถ้าลูกหนี้ประกอบธุรกิจก็จะต้องเก็บหลักฐานรายได้และรายจ่ายที่เกี่ยวข้อกับการประกอบธุรกิจ รวมถึงหลักฐานการเงินต่างๆ ที่แสดงให้เห็นที่มา, ที่ไปของเงิน
นอกจากการเก็บหลักฐานทางการเงินดังกล่าวแล้ว ลูกหนี้ยังจะต้องจัดระเบียบของหลักฐานให้สามารถดูได้ง่ายและสามารถเช็คตรวจสอบได้ง่าย
ดังนั้นถ้าคุณกู้ยืมเงินมาจากธนาคารเพื่อใช้ซ่อมบ้าน หรือเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาล คุณก็ควรจะต้องเก็บหลักฐานสัญญาซ่อมบ้านและใบเสร็จที่จ่ายซ่อมบ้าน หรือบิลและใบเสร็จค่าหมอและโรงพยาบาลเพื่อเป็นหลักฐานการใช้เงินของคุณ
คดีตัวอย่าง
ก่อนหน้าที่ลูกหนี้จะยื่นทำล้มละลาย เขาได้เอาบ้านออก refinance เพื่อกู้เงินโดยเอาบ้านเป็นหลักประกัน เพื่อเอาเงินออกมาใช้ แต่เขามิได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ศาลล้มละลายได้พิจารณาลงความเห็นว่า ลูกหนี้มีเจตนาปิดบังข้อมูลมิได้แจ้งเรื่องที่ตน refinance บ้านและมิได้เปิดเผยว่าตนมีบัญชีธนาคารอยู่อีก 6 บัญชี และไม่มีหลักฐานการเงินที่แสดงที่มา, ที่ไปของเงิน นอกจากนั้นลูกหนี้ยังได้เอาบัญชีของธุรกิจกับรายการส่วนตัวมาปะปนกันทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ศาลจึงสั่งปฏิเสธมิให้ลูกหนี้ลบล้างหนี้สินของตน
กฎหมายล้มละลายระบุว่าถ้าลูกหนี้เจตนาโกงเจ้าหนี้ แล้วทำล้มละลายเพื่อลบล้างหนี้สิน เจ้าหนี้สามารถยื่นขอศาลเพื่อมิให้ลบล้างหนี้สินนั้นได้ แต่เจ้าหนี้จะต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้มีเจตนาโกงจึงจะสามารถชนะคดีได้
คดีตัวอย่าง
ลูกหนี้ทำงานเป็นบุรุษไปรษณีย์ แต่เนื่องจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้ไปทำธุรกิจร้านอาหารแล้วขาดทุน จึงได้ยื่นทำล้มละลายเพื่อลบล้างหนี้สิน เขาซื้อร้านอาหารมาในราคา $171,000 โดยจ่ายเงินให้แก่คนขายไป $71,000 ส่วนที่เหลืออีก $100,000 เขาสัญญาว่าจะจ่ายให้ครบภายใน 6 เดือน โดยได้เอาร้านอาหารดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้กับคนขาย
เขาได้คาดหวังว่า ร้านอาหารจะสามารถขายอาหารได้อย่างน้อยวันละ $2,000 โดยเชื่อคำบอกเล่าของคนขายและคนครัวในร้านอาหาร เขาได้คำนวนว่าถ้าเขาขายได้วันละ $2,000 เขาก็จะสามารถจ่ายเงินคืนให้แก่คนขายทั้งหมด จำนวน $100,000 ได้ภายในเวลา 6 เดือน
หลังจากซื้อร้านแล้ว เขาก็ไปทำงานไปรษณีย์ตามปกติ และได้จ้างหนักงาน 3 คน เพื่อทำธุรกิจร้านอาหารให้แก่เขา หลังจากที่เขาซื้อร้านมาแล้วก็พบว่าอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ เก่าสึกหรอ ซึ่งต้องซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ เขาต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่เป็นเงิน $30,000 และต้องซ่อมร้านและแอร์อีกเป็นเงิน $30,000
ปรากฎว่าร้านขายไม่ดี ไม่เคยทำกำไร เมื่อครบ 6 เดือนแล้วเขาไม่สามารถจ่ายชำระหนี้จำนวน $100,000 ให้แก่คนขายคนขายได้ยื่นฟ้องเพื่อเอาร้านอาหารคืน คนขายชนะคดีและศาลได้สั่งให้ลูกหนี้คืนร้านให้แก่คนขาย เมื่อรู้ว่าจะต้องสูญเสียร้านคืนให้แก่คนขาย ลูกหนี้ก็ได้ขายอุปกรณ์ในร้านให้คนอื่นไป
หลังจากนั้นลูกหนี้ก็ได้ยื่นทำล้มละลายเพื่อลบล้างหนี้สินที่ยังติดค้างคนขาย คนขายได้ยื่นคัดค้านต่อศาลล้มละลายเพื่อขอให้ศาลพิจารณาตัดสินว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตนอยู่ทั้งหมด $171,000 และขอมิให้ลบล้างหนี้จำนวนดังกล่าว โดยอ้างว่าลูกหนี้ให้การเท็จมิได้ทำสมุดบัญชีและหลักฐานการเงินให้เป็นระเบียบ นอกจากนั้นลูกหนี้ได้โอนอุปกรณ์ในร้านให้คนอื่น ซ่งทำให้ตนต้องเสียหาย
ศาลล้มละลายได้พิจารณาคดีและสรุปว่า ลูกหนี้ซื้อร้านอาหารจากคนขาย โดยเชื่อว่าร้านอาหารจะสามารถขายได้วันละ $2,000 7 วันต่อสัปดาห์ จึงคิดว่าตนจะสามารถชำระเงินคืนให้คนขายได้ตามเวลา แต่ปรากฎว่าเมื่อลูกหนี้เข้ามาประกอบธุรกิจ สามารถทำยอดขายได้เพียงวันละ $600-$700 เท่านั้น ลูกหนี้กล่าวว่าเนื่องจากรายได้ของร้านมิได้เป็นไปตามที่คาดหวัง นอกจากนั้นตนต้องจ่ายเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์และซ่อมร้านอีกเป็นเงิน $60,000 ดังนั้นจึงทำให้เขาไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่คนขายได้
ศาลได้พิจารณาต่อไปว่า คำกล่าวหาของคนขายที่ว่าลูกหนี้มีเจตนาโกงนั้น ไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ แต่เนื่องจากลูกหนี้ได้โอนอุปกรณ์ให้คนอื่นไป ทำให้คนขายต้องได้รับความเสียหาย ดังนั้นศาลจึงได้สั่งว่า การที่ลูกหนี้โอนอุปกรณ์มูลค่า $30,000 ให้คนอื่นไปทำให้หนี้จำนวนนี้ไม่สามารถถูกลบล้างได้ ศาลจึงสั่งว่าลูกหนี้ยังคงเป็นหนี้คนขายอยู่อีก $30,000 ส่วนหนี้ $141,000 นั้นถูกลบล้างให้หมด
โดย.. จรินทรทานัชฌาสัย
ที่มา : http://www.siammedia.org