พระราชบัญญัติล้มละลาย หรือกฏหมายล้มละลายของอเมริกาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับกฏหมายล้มละลายของไทย ทั้งในด้านเนื้อหา และข้อบังคับ ดังนั้นเพื่อความเข้าใจของผู้ที่สนใจ จึงขอสรุปดังต่อไปนี้
บทที่ 11 ในพระราชัญญัติล้มละลายของสหรัฐอเมริกา
บุคคล หรือนิติบุคคล มีสิทธิร้องขอต่อศาลเพื่อการคุ้มครองทรัพย์สิน ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้สินตามกฏหมายอันเกี่ยวพันกับมูลหนี้ ที่มีจำนวนค้างชำระน้อยกว่ามูลค่าของทรัพย์สิน ผู้ประกอบการสามารถขอความคุ้มครองจากศาลล้มละลาย เพื่อดำเนินการปรับโครงสร้างธูรกิจ และหาผู้ร่วมลงทุนเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินมาเป็นทุนเพื่อชำระหนี้สิน การดำเนินการดังกล่าวเป็นวิธีช่วยให้ธุรกิจสามารถฟื้นกลับมา และสามารถประกอบธุรกิจไปได้ แม้ในขณะที่อยู่ในระยะเวลาคุ้มครองภายในกฏหมาย ผู้ประกอบการสามารถระดมทุน ขายทรัพย์สิน ขายกิจการบางส่วนออกไปหรือ ออกหุ้นกู้ก็ได้แล้วแต่กรณี
นี่คือ ข้อแตกต่างระหว่างกฏหมายล้มละลายของไทยกับอเมริกา ในกรณีศาลไทย เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบุคคล หรือนิติบุคคลที่ล้มละลาย บรรดาทรัพย์สินทั้งหมด จะถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยรัฐ และจะต้องนำมาขายทอดตลาด เพื่อแบ่งให้เจ้าหนี้ แล้วแต่มูลหนี้ และจำนวนเจ้าหนี้ โดยลูกหนี้ในระหว่างคำพิพากษา ไม่มีสิทธิที่จะดำเนินการ หรือทำนิติกรรมทางกฏหมายหรือธุรกิจใด ๆ ทั้งสิ้น
ในอเมริกา นิติบุคคล หรือบุคคลที่ควรจะใช้ประโยชน์จากศาลล้มละลาย ภายใต้ Chapter 11 ได้แก่1.ผู้มีหนี้สินทางธุรกิจตั้งแต่ 1 US$ 250,000 หรือมีมูลค่าหนี้สินรวมกันไม่เกิน US$ 2,000,0002.พิจารณาโดยถ่องแท้แล้วว่า ภายในเงื่อนไขเวลาที่จะต้องชำระหนี้ ไม่มีทางหมุนเงินมาชำระได้3.ได้รับการแจ้งว่า จะต้องถูกดำเนินการตามกฏหมาย ถ้าไม่ได้ชำระหนี้ตามกำหนด4.ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ พิจารณาแล้วว่า ถึงแม้จะมีการปรับโครงสร้างทางการบริหาร และโครงสร้างหนี้แล้วก็อาจไม่สามารถชำระมูลหนี้ได้ทันเวลา
ที่มา : http://www.ryt9.com
|