หัวข้อ : การประชุมเจ้าหนี้ ครั้งแรก / ครั้งอื่น พ.ร.บ.ล้มฯ มาตรา 31,32
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ



มาตรา31 “เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายโดยเร็วที่สุด เพื่อปรึกษาว่าจะควรยอมรับคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้หรือควรขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายและปรึกษาถึงวิธีที่จะจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป การประชุมนี้ให้เรียกว่าการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องโฆษณากำหนดวันเวลา และสถานที่ที่จะประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และต้องแจ้งไปยังเจ้าหนี้ทั้งหลายเท่าที่ทราบด้วย”

การประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก
วรรคแรก
1) กฎหมายกำหนดหัวข้อประชุมในการนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก ต้องประชุมว่าจะยอมรับคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้หรือควรให้พิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย(ต้องลงมติไปด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น) เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นกระบวนการพิจารณาคดีล้มละลายที่จำต้องกระทำภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโดยเร็ว เพื่อให้ทราบว่าลูกหนี้จะต้องตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่ ( สังเกตว่า การขอประนอมหนี้เป็นเรื่องที่ลูกหนี้ขอทำความตกลงในเรื่องหนี้สินกับเจ้าหนี้ว่าจะขอชำระหนี้แต่เพียงบางส่วนหรือโดยวิธีอื่น และเป็นสิทธิของลูกหนี้ที่จะขอประนอมหนี้หรือไม่
ทั้งนี้ การลงมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกตาม31ว่าจะยอมรับคำขอประนอมหนี้หรือไม่ต้องใช้”มติพิเศษ”ตามมาตรา45วรรคท้าย
-“มติพิเศษ” หมายความว่ามติของเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมากและมีจำนวนหนี้เท่ากับสามในสี่แห่งจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ ซึ่งได้เข้าประชุมด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนในที่ประชุมเจ้าหนี้ และได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น
1.ความหมายของมติพิเศษ
1.1 มติของเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมาก(พิจารณาคะแนนเสียงของเจ้าหนี้มากกว่ากึ่งหนึ่งของเจ้าหนี้ที่ออกเสียงลงคะแนน)
1.2 มีจำนวนหนี้เท่า 3 ใน 4 แห่งจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ซึ่งได้เข้าประชุมด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนในที่ประชุมเจ้าหนี้ และได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น(พิจารณาจำนวนหนี้เป็นเกณฑ์)
2. มติพิเศษใช้เฉพาะการลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเพื่อปรึกษาว่าจะยอมรับคำขอประนอมหนี้หรือไม่ และการลงมติเพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายตาม63วรรคแรกเท่านั้น)

-เมื่อเจ้าหนี้ได้ลงมติ(มติพิเศษ)ในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกหรือคราวที่เลื่อนไป ขอให้ศาลพิพากษาให้ล้มละลายหรือไม่ลงมติประการใด หรือไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็จะรายงานศาลเพื่อพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายต่อไปตาม61


2) กรณีลูกหนี้มิได้ขอประนอมหนี้ ศาลต้องพิพากษาให้ล้มละลาย
-เจ้าหนี้จะลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกไม่ให้ลูกหนี้ล้มละลายทั้งๆที่ลูกหนี้มิได้ขอประนอมหนี้ไม่ได้ เพราะเป็นการนอกเหนือไปจากบทบัญญัติ 31ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนและขัดต่อกฎหมาย (กรณีเช่นนี้ เมื่อจ.พ.ท.เห็นว่ามติที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อกฎหมายจึงขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติตามมตินั้นได้ และเมื่อศาลมีคำสั่งทำลายมตินั้นแล้วก็เท่ากับเจ้าหนี้ไม่ลงมติประการใด ศาลต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย)
-”เหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย”ตามมาตรา14 เป็นข้อที่ศาลพึงหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก่อนที่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ศาลพิพากษายกฟ้องหรือยกคำร้องขอให้ล้มละลายในชั้นที่ศาลจะมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายตาม31,61ไม่ได้

วรรคสอง
-หากการส่งแจ้งความนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกไม่ชอบ เจ้าหนี้มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนได้(ไม่ใช่กรณี36หรือ157ซึ่งเป็นกรณีการส่งแจ้งความนัดประชุมโดยชอบเสียก่อน)


มาตรา 32 “การประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นนั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกตามเวลาที่เห็นสมควรหรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หรือตามที่ศาลสั่ง หรือเมื่อเจ้าหนี้ซึ่งมีจำนวนหนี้รวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนหนี้ที่ได้มีการยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ได้ทำหนังสือขอให้เรียกประชุม
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องแจ้งกำหนดเวลา และสถานที่กับหัวข้อประชุมไปยังเจ้าหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน และในกรณีที่ยังไม่พ้นกำหนดเวลาที่เจ้าหนี้จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้นั้น ให้แจ้งไปยังเจ้าหนี้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ แต่มีชื่อในบัญชีซึ่งลูกหนี้ได้ทำยื่นไว้ หรือปรากฏตามหลักฐานอื่นด้วย”

การประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่น
วรรคแรก กรณีที่ จ.พ.ท. จะจัดให้มีการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่น( กรณีใดกรณีหนึ่ง)
1) เรียกประชุมตามเวลาที่ จ.พ.ท. จะจัดให้มีการประชุมตามเวลาที่จ.พ.ท. เห็นสมควร เช่น ควรยอมรับทรัพย์จำนองของเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตาม96 เข้ามาในกองทรัพย์สินหรือไม่
2) ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เช่นมาตรา120 วรรคแรก,123วรรคสอง ฯลฯ
3) ตามที่ศาลสั่ง
-มีผู้เสนอขอใช้สิทธิเข้าใช้หนี้แทนลูกหนี้ตามป.พ.พ.230,314 ซึ่งมีผลให้จ.พ.ท.ต้องถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลาย ชอบที่ศาลจะสั่งให้จ.พ.ท.เรียกประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเพื่อพิจารณาคำขอเสนอชำระหนี้ตาม32
4) เมื่อเจ้าหนี้ซึ่งมีจำนวนหนี้รวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนหนี้ที่ได้มีการขอรับชำระหนี้ไว้ได้ทำหนังสือขอให้เรียกประชุม
วรรคสอง วิธีการแจ้งนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่น
1) จ.พ.ท.ต้องแจ้งกำหนดวันเวลาและสถานที่กับหัวข้อประชุมไปยังเจ้าหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน
2) กรณียังไม่พ้นกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ตาม91 ให้แจ้งไปยังเจ้าหนี้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ แต่มีชื่อในบัญชีซึ่งลูกหนี้ได้ทำยื่นไว้หรือปรากฏตามหลักฐานอื่นด้วย

ข้อสังเกต
1. การประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่น กฎหมายมิได้บัญญัติให้จ.พ.ท.ต้องประกาศโฆษณากำหนดนัดประชุมในหนังสือพิมพ์เหมือนการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก
2. การแจ้งนัดประชุมเจ้าหนี้ไม่ชอบ เจ้าหนี้ร้องขอให้เพิกถอนการประชุมนั้นได้ (สังเกตว่า ไม่ใช่กรณี36ซึ่งให้อำนาจจ.พ.ท.ขอเพิกถอนได้ หรือ157 ซึ่งเป็นกรณีที่มีการส่งแจ้งนัดประชุมโดยชอบแล้วเท่านั้น)
3. เมื่อการแจ้งนัดประชุมชอบแล้ว จะมีเจ้าหนี้มาประชุมกี่รายก็ไม่เป็นสาระสำคัญ (คดีล้มละลายเรื่องหนึ่ง มีเจ้าหนี้ 13 ราย จ.พ.ท.แจ้งและนัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายโดยชอบแล้ว แม้เจ้าหนี้มาประชุมเพียง2ราย มติของที่ประชุมเจ้าหนี้ก็ชอบด้วยกฎหมาย)
4. การแจ้งหัวข้อประชุมให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายทราบ


ที่มา : นิติกรชั่วชีวิต (Lifetime Legal Officer)







การประชุมเจ้าหนี้ ครั้งแรก / ครั้งอื่น พ.ร.บ.ล้มฯ มาตรา 31,32 | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 9669 ครั้ง
ลงวันที่ 21/07/2011 12:15:45


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน