|
|
| หัวข้อ : การบรรยายฟ้องของเจ้าหนี้มีประกัน (มาตรา10) |
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ |
|
|
|
|
|
มาตรา10 ภายใต้บังคับมาตรา 9 เจ้าหนี้มีประกันจะฟ้องลุกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ
(1) มิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับการชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน และ
(2) กล่าวในฟ้องว่า ถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้ว จะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักกับจำนวนหนี้ของตนแล้ว เงินยังขาดอยู่สำหรับลุกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท
2.1) เจ้าหนี้มีประกัน มีความหมายตามาตรา6 คือ เป็นเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลุกหนี้ในทางจำนอง จำนำ หรือสิทธิยึดหน่วง หรือเจ้าหนี้บุริมสิทธิที่บังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ
2.1.1) หากมีสิทธิเหนือทรัพย์สินของบุคคลอื่น ไม่ใช่เหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่ถือเป็นเจ้าหนี้มีประกัน(เช่น หนี้กู้ยืมเงินเจ้าหนี้โดยมีบุคคลอื่นนำที่ดินมาจำนอง ย่อมไม่ใช่เจ้าหนี้มีประกัน)
2.1.2) สิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ ต้องเป็นสิทธิในทางจำนอง จำนำ หรือสิทธิยึดหน่วงที่บังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ ดังนั้น การให้กู้เงินโดยลูกหนี้ผู้กู้มอบใบรับของในคลังสินค้าให้เจ้าหนี้ผู้ให้กู้เป็นประกันก็ดี หรือลูกหนี้ผู้กู้มอบโฉนดที่ดินให้เจ้าหนี้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้เป็นประกันก็ดี หรือจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้นำโฉนดที่ดินวางเป็นประกันต่อศาลในการขอทุเลาตาม ป.วิแพ่ง231 ซึ่งไม่ทำให้เกิดบุริมสิทธิแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้แต่อย่างใด—เหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกัน
2.1.3) เจ้าหนี้ที่มีสิทธิยึดหน่วง ถือว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกัน(สังเกต หมายถึงสิทธิยึดหน่วงตาม ป. พ. พ. 241)
-โจทก์เป็นตัวแทนซื้อหุ้นให้แก่จำเลยซึ่งเป็นตัวการและโจทก์ได้ออกเงินทดรองชำระค่าหุ้นที่จำเลยสั่งซื้อแทนจำเลยไป โจทก์ย่อมมีสิทธิยึดหน่วงใบหุ้นที่ซื้อแทนจำเลยนั้นจนกว่าจำเลยจะชำระค่าหุ้นที่โจทก์ได้ออกทดรองไป โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้มีประกัน(ป.พ.พ.819)
2.1.4) บุริมสิทธิในมูลจ้างทำของเป็นการงานขึ้นบนอสังหาฯของลุกหนี้ แต่เจ้าหนี้มิได้ทำประมาณการราคาชั่วคราวไปบอกลงทะเบียนไว้ก่อนเริ่มลงมือทำการก่อสร้างตามป.พ.พ.286 ไม่เกิดผลเป็นบุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาฯของลูกหนี้ ถือไม่ได้ว่าเจ้าหนี้มีประกัน
2.1.5) ลูกหนี้ทำสัญญาจำนำสมุดเงินฝากประจำไว้แก่เจ้าหนี้เพื่อเป็นประกัน ไม่ถือว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกัน(หมายเหตุ--ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การส่งมอบสมุดเงินฝากมิใช่การส่งมอบเงินฝากซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ สมุดเงินฝากเป็นเพียงหลักฐานการรับฝากและถอนเงินที่ผู้รับฝากออกให้แก่ผุ้ฝากยึดถือไว้เพื่อสะดวกในการฝากและถอนเงินในบัญชีของผู้ฝาก สมุดเงินฝากจึงไม่อยู่ในลักษณะของสิทธิซึ่งมีตราสาร ข้อตกลงที่ลูกหนี้มอบสมุดเงินฝากให้ผู้ร้องยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ต่อผู้ร้องจึงไม่ใช่การจำนำสิทธิซึ่งมีตราสารตามป.พ.พ.750 ธนาคารผู้ยึดถือสมุดเงินฝากของลุกหนี้ไว้ มิใช่เจ้าหนี้มีประกันของลูกหนี้)
2.1.6) ลูกหนี้ซื้อทรัพย์ติดจำนองมา เจ้าหนี้จำนองเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามจำนวนหนี้จำนองที่ติดมา หากจะให้จำนองครอบถึงหนี้ของลูกหนี้โดยตรงจะต้องมีการจดทะเบียนจำนองอีกครั้งหนึ่ง(ฎีกา728/45 วินิจฉัยว่าลูกหนี้มีฐานะเป็นเพียงผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองอันมีสิทธิและหน้าที่ตามป.พ.พ. ลักษณะ 12 หมวด5 มิได้ทำให้ลูกหนี้มีฐานะเป็นผู้จำนองไปด้วย—แต่ที่ดินของลูกหนี้ส่วนที่ติดจำนองมาก่อน เจ้าหนี้จำนองย่อมมีบุริมสิทธิเหนือที่ดินส่วนของลุกหนี้ดังกล่าวจึงเป็นเจ้าหนี้ประกันในส่วนนั้น)
2.1.7) เจ้าหนี้ผู้มีบุริสิทธิที่บังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ—แบ่งได้เป็น 3 กรณี
2.1.7.1) บุริมสิทธิที่มีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์เฉพาะอย่างของลุกหนี้ที่ป.พ.พ.ให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ใช้บุริมสิทธิของตนบังคับทำนองเดียวกับผู้รับจำนำตาม266ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทได้แก่ ผู้ให้เช่าอสังหาฯซึ่งมีบุริมสิทธิตาม260 และเจ้าสำนักโรงแรมหรือโฮเต็ลซึ่งมีบุริมสิทธิในมูลพักอาศัยในโรงแรมตามป.พ.พ.265
2.1.7.2) ป.พ.พ.ว่าด้วยรับขนคนโดยสาร ป.พ.พ.636วรรคหนึ่ง
2.1.7.3) ป.พ.พ.ว่าด้วยรับขนของในกรณีของสดหรือราคาของไม่คุ้มค่าระวางพาหนะและค่าอุปกรณ์ตามป.พ.พ.631วรรคสามและ 632 (ข้อสำคัญ กรณีตามป.พ.พ.630นั้นเป็นกรณีเจ้าหนี้มีประกันประเภทสิทธิยึดหน่วง มิใช่บุริมสิทธิที่บังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำเหมือนกรณีป.พ.พ. 631วรรคแรกและ632)
2.1.8) สิทธิเหนือทรัพย์สินระงับไปแล้วก็มิใช่เจ้าหนี้มีประกัน เช่น ผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์สินจำนำกลับคืนไปสู่การครอบครองของผู้จำนำ สิทธิจำนำย่อมระงับตามป.พ.พ.769(2)
2.1.9) สิทธิจำนำหรือจำนองเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เป็นประกันแห่งหนี้เดิมย่อมเป็นอันระงับไปด้วยแปลงหนี้ใหม่ เว้นแต่คู่กรณีจะได้ตกลงให้โอนสิทธิจำนำ จำนอง หรือสิทธิยึดหน่วงไปเป็นประกันแห่งหนี้รายใหม่ตาม ป. พ. พ. 352 (สังเกต หากเจ้าหนี้กับลูกหนี้ตกลงแปลงหนี้ใหม่โดยมิได้ตกลงในเรื่องการโอนสิทธิจำนำหรือจำนองของลูกหนี้ที่ได้ให้ไว้ประกันหนี้เดิมแก่เจ้าหนี้ กรณีเช่นนี้ เมื่อหนี้เดิมระงับตาม ป. พ. พ.769(1)หรือ744(1) แล้วแต่กรณี)—ส่วนกรณีหนี้ที่ยึดหน่วงเป็นอันระงับด้วยการแปลงหนี้ใหม่ สิทธิยึดหน่วงย่อมระงับสิ้นไปด้วย
2.2) ที่ว่า ภายใต้บังคับมาตรา 9 –หมายความว่าในการฟ้องคดีล้มละลายของเจ้าหนี้มีประกัน ต้องประกอบด้วยเงื่อนไขของมาตรา9ด้วย(ครบเงื่อนไขทุกข้อในมาตรา9 มาแล้ว)
2.3) มิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน—ได้แก่ เจ้าหนี้จำนองที่ไม่มีข้อยกเว้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา733 ซึ่งหมายความว่าถ้าเจ้าหนี้จำนองไม่มีข้อยกเว้นป.พ.พ.733(ไม่มีข้อตกลงว่าถ้าเอาทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ได้เงินสุทธิจำนวนน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระ ลูกหนี้ยังต้องรับผิดในเงินส่วนที่ขาดนั้น) จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายไม่ได้เพราะต้องห้ามมิให้บังคับเกินกว่าทรัพย์หลักประกัน
2.4) กล่าวในฟ้องว่า ถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้วจะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักกับจำนวนหนี้ของตนแล้ว เงินยังขาดอยู่ สำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท(สังเกต ถ้าเจ้าหนี้มีประกัน ไม่ปฏิบัติตามมาตรา10(2) ถือว่าคำฟ้องไม่ชอบ)—โดยหลักเกณฑ์ตามมาตรา10(2)นี้ เจ้าหนี้จะต้องเลือกกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งคือ
2.4.1) โดยกล่าวในฟ้องว่าถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้วจะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย—หมายความว่ากล่าวมาตั้งแต่ต้นว่าถ้าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้จะคืนหลักประกันให้แก่กองทรัพย์สินเอาหลักประกันนั้นไปขายนำมาแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายและเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะยื่นคำขอรับชำระหนี้อย่างเจ้าหนี้สามัญเข้ามา
2.4.2) ตีราคาหลักประกันมาในฟ้องว่าหลักประกันมีราคาเท่าไร หนี้เท่าไร เมื่อหักลบกันแล้วเหลือหนี้ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทสำหรับลุกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือไม่น้อยกว่าสองล้านบาทสำหรับลุกหนี้ที่เป็นนิติบุคคล
-หากเจ้าหนี้มีประกันกล่าวมาในคำฟ้องว่า ลูกหนี้เป็นหนี้จำนวนหนึ่ง(ระบุจำนวนเงินที่เป็นหนี้) ราคาหลักประกันมีเพียงบางส่วน(ระบุจำนวนราคาหลักประกัน) ถือว่าเจ้าหนี้มีประกันตีราคาหลักประกันมาในคำฟ้องแล้ว
-เจ้าหนี้มีประกันยื่นฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา10 ถือว่าเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบ ศาลต้องยกฟ้อง
-กรณีฟ้องลุกหนี้หลายคนเป็นจำเลยร่วมกัน และบางคนได้จำนองหรือจำนำ หรือมอบทรัพย์สินให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน เช่นนี้ เฉพาะส่วนของลุกหนี้เจ้าหนี้ย่อมมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สิน และมีฐานะเป็นเจ้าหนี้มีประกัน คำฟ้องส่วนของลูกหนี้คนดังกล่าวนี้ต้องปฏิบัติตามมาตรา10—(ส่วนลุกหนี้คนอื่นๆบรรยายฟ้องตามมาตรา9)
|
การบรรยายฟ้องของเจ้าหนี้มีประกัน (มาตรา10) | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
จำนวนผู้ชม : 5128 ครั้ง
ลงวันที่ 21/07/2011 14:45:18

|
ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน
|
|