หัวข้อ : คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว (มาตรา17) พรบ ล้มละลาย
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ



มาตรา17 ก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวก็ได้ เมื่อศาลได้รับคำร้องนี้แล้วให้ดำเนินการไต่สวนต่อไปโดยทันที ถ้าศาลเห็นว่าคดีมีมูล ก็ให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว แต่ก่อนจะสั่งดังว่านี้ จะให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ให้ประกันค่าเสียหายของลูกหนี้ตามจำนวนที่เห็นสมควรก็ได้

2.1) ขอให้พิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ชั่วคราว(เทียบเคียงได้กับป.วิแพ่ง254(1 )เป็นคำขอฝ่ายเดียวโดยเคร่งครัด ศาลจะฟังจำเลยก่อนมิได้) แต่ขอได้เฉพาะในศาลชั้นต้นและก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเท่านั้น(คือก่อนศาลจะมีคำวินิจฉัยตาม14)---ศาลชั้นต้นยกฟ้อง โจทก์จะขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวในชั้นฎีกาไม่ได้(ฎีกา2142/17 ให้เหตุผลว่า ที่กฎหมายบัญญัติให้ศาลทำการไต่สวนฟังว่าคดีของโจทก์มีมูลหรือไม่เสียก่อนที่จะพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว เพราะถ้าได้ผ่านการพิจารณาของศาลชั้นต้นไปจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือมีคำพิพากษาแล้ว กรณีไม่จำต้องทำการไต่สวนฟังว่าคดีมีมูลหรือไม่อีก ฉะนั้น การที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้(มาตรา17)จึงเป็นเรื่องที่ประสงค์จะให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไว้ชั่วคราวได้ก็แต่ในกรณีก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเท่านั้น)
2.2) คดีล้มละลาย กรณีศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์จะขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยนำ ป.วิแพ่ง254มาใช้ไม่ได้ เพราะมีพรบ.ล้มฯมาตรา17บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว(ฎีกา3721/35 นี้มีประเด็นว่า ต้องขอก่อนพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดคือขอตามพรบ.ล้มฯมาตรา17 )
2.3) แต่หากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราว และจ.พ.ท. ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยไว้แล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นยกฟ้อง โจทก์มีสิทธิขอให้คุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษาตามป.วิแพ่ง264 โดยขอให้งดการปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ก่อนได้(เทียบคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่14/06)

3) ผลของคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์(มาตรา19)
มาตรา19 คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ให้ถือเสมือนว่าเป็นหมายของศาลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ายึดดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารของลูกหนี้ และบรรดาทรัพย์สินซึ่งอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ หรือของผู้อื่นอันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลาย
ในการยึดทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใดๆอันเป็นของลุกหนี้ หรือที่ลูกหนี้ได้ครอบครองอยู่และมีอำนาจหักพังเพื่อเข้าไปในสถานที่นั้นๆ รวมทั้งเปิดตู้นิรภัย ตู้หรือที่เก็บของอื่นๆตามที่จำเป็น.
ทรัพย์สินต่างๆที่ยึดไว้ตามมาตรานี้ ห้ามมิให้ขายจนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาให้ลุกหนี้ล้มละลาย เว้นแต่เป็นของเสียหายหรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น
3.1) วรรคแรก--ข้อสำคัญ ในคดีล้มละลายเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว จำเลยอุทธรณ์คำสั่งฯจำเลยจะขอทุเลาการบังตามคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาไม่ได้ เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะเข้าไปจัดการทรัพย์สินของจำเลยตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในพรบ.ล้มละลายฯ
3.2) ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดต้องเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ (เว้นแต่จะเข้ากรณีมาตรา109)
3.3) การรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ตาม19นี้ ยังรวมถึงอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะอายัดทรัพย์สินของลุกหนี้ที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกด้วย และหากมีกรณีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการอายัดก็ย่อมเป็นอำนาจของจ.พ.ท.ที่จะสอบสวนและมีคำสั่งได้(สังเกต เมื่อจ.พท.มีคำสั่งประการใดและผู้ร้องไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้กลับคำสั่งจ.พท. และศาลก็มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งตาม146)
3.4) วรรคสอง—(ไม่ขอลงรายละเอียด ไม่มีประเด็นน่าสนใจ)







คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว (มาตรา17) พรบ ล้มละลาย | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 7616 ครั้ง
ลงวันที่ 21/07/2011 14:53:25


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน