ติดต่อเรา : [email protected]
โดยหลักได้กล่าวไว้แล้วว่า ในเรื่องตั๋วเงินนั้นบุคคลจะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อเป็นบุคคลที่ได้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงินตามมาตรา 900
กฎหมายจะบัญญัติไว้เป็นพิเศษในกรณีที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงินแต่ต้องรับผิด
คือ
มาตรา 1008 ซึ่งมีกรณีที่แม้เจ้าของลายมือชื่อไม่ได้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงินด้วยตนเอง แต่กฎหมายบัญญัติให้มีผลเท่ากับเจ้าของลายมือชื่อได้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน แยกเป็น 3 กรณี
กรณีแรก
เจ้าของลายมือชื่อมอบอำนาจให้บุคคลอื่นลงลายมือชื่อของเจ้าของลายมือชื่อนั้น
ตั๋วเงินจะมีลักษณะพิเศษแตกต่างกับสัญญาชนิดอื่น ๆ อยู่ประการหนึ่ง ก็คือ ในเรื่องตั๋วเงินนั้นอาจมีการมอบอำนาจให้ลงลายมือชื่อแทนกันได้
ตัวอย่าง
นายแดงมอบอำนาจให้นายดำ ลงลายมือชื่อของนายแดง อย่างนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติในมาตรา 1008 ผลก็ถือได้ว่า ตัวเจ้าของลายมือชื่อนั้นได้ลงลายมือชื่อแล้ว
แต่ถ้าเป็นเรื่องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นลงลายมือชื่อของเขาเองในฐานะกระทำการแทน อย่างนั้นเป็นเรื่องของมาตรา 901 เรื่องตัวการตัวแทน
กรณีที่สอง
เจ้าของลายมือชื่ออยู่ในฐานเป็นผู้ต้องตัดบท
หมายความว่า เจ้าของลายมือชื่อที่ถูกบุคคลอื่นปลอมลายมือชื่อ หรือว่าลงโดยปราศจากอำนาจ แต่ปรากฏว่าเจ้าของลายมือชื่อได้มีพฤติการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งให้บุคคลภายนอกหลงเชื่อว่า ลายมือชื่อที่ลงในตั๋วเงินนั้นเป็นของตน หรือหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อที่ได้ลงไว้โดยได้รับมอบอำนาจจากตน กรณีเช่นนี้ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป
เช่น อาจเป็นกรณีที่รู้เห็นเป็นใจให้ผู้อื่นปลอมลายมือชื่อของตน อย่างนี้ ก็ถือว่า เจ้าของลายมือชื่อนั้นเป็นบุคคลซึ่งอยู่ในฐานเป็นผู้ต้องตัดบท กฎหมายปิดปากห้ามมิให้ยกเรื่องลายมือชื่อปลอมขึ้นเป็นข้อต่อสู้
กรณีที่สาม
เจ้าของลายมือชื่อถูกผู้อื่นเอาลายมือชื่อของตนไปลงในตั๋วเงินโดยปราศจากอำนาจ แต่เจ้าของลายมือชื่อนั้นได้ให้สัตยาบัน
เช่น มีผู้อื่นไปลงลายมือชื่อของนาย ก. ในเช็ค แล้วธนาคารตรวจดูสงสัยก็สอบถาม นาย ก. บังเอิญ นาย ก. ทราบว่าคนที่ลงลายมือชื่อนั้นเป็นหลานของตนเกรงว่าจะถูกแจ้งความดำเนินคดี จึงยืนยันไปว่า ลายมือชื่อนั้นตนได้มอบอำนาจให้หลานลงลายมือชื่อแทน ดังนี้ เท่ากับเป็นการให้สัตยาบัน เจ้าของลายมือชื่อนั้นก็จะต้องรับผิดตามบทบัญญัติในมาตรา 1008 วรรคสอง
Username :
Password :
เลือกประเภท:
[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]
สมัครใช้งาน | ลืม Username/Password?