หัวข้อ : ดอกเบี้ย ตั๋วเงิน
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ





ดอกเบี้ย

 

            มาตรา  911   ผู้สั่งจ่ายจะเขียนข้อความกำหนดลงไว้ว่าจำนวนเงิน

อันจะพึงใช้นั้นให้คิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้   และในกรณีเช่นนั้น  ถ้ามิได้กล่าว

ลงไว้เป็นอย่างอื่น    ท่านว่าดอกเบี้ยย่อมคิดแต่วันที่ลงในตั๋วเงิน

 

            มาตรา  911  นี้เป็นบทบัญญัติในเรื่องตั๋วแลกเงิน

 

            กฎหมายบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้สั่งจ่ายซึ่งเป็นบุคคลที่ให้กำเนิดตั๋วแลกเงินขึ้นมาว่า

ผู้สั่งจ่ายนั้นจะเขียนข้อความกำหนดลงในตั๋วแลกเงินไว้ว่าจำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้นให้คิด

ดอกเบี้ยด้วยก็ได้   เพราะฉะนั้น   ในเรื่องตั๋วแลกเงินกฎหมายก็ให้สิทธิแก่ผู้สั่งจ่ายสามารถ

เขียนข้อความกำหนดเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ยในตั๋วแลกเงินได้

 

            เช่น   นาย  .  ออกตั๋วแลกเงินสั่ง  นาย  .  ให้จ่ายเงินแก่  นาย  .  ในวันที่   15

.. 2548  พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ  15  ต่อปี

 

            มาตรา  911  ถึงแม้จะเป็นบทบัญญัติในเรื่องตั๋วแลกเงินแต่เรานำไปใช้กับตั๋ว

สัญญาใช้เงินด้วย  ตามมาตรา  985  บัญญัติให้นำมาตรา  911  ไปใช้กับตั๋วสัญญาใช้เงิน

ด้วย     เพราะฉะนั้น   ตัวผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินหรือผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน  สามารถที่จะเขียน

ข้อกำหนดให้ใช้ดอกเบี้ยลงในตั๋วด้วยก็ได้    (ฎีกาที่  193/2536)

 

            แต่ถ้าเป็นเรื่องเช็ค  บทบัญญัติในมาตรา  989  กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้นำ

มาตรา  911  ไปใช้บังคับในเรื่องเช็คด้วย   ผลก็เป็นว่าในเรื่องเช็คนั้น  ผู้สั่งจ่ายเช็คจะไปเขียนข้อกำหนดเรื่องอัตราดอกเบี้ยลงในเช็คไม่ได้

 

            เช่น   นาย  .  ออกเช็คสั่งธนาคารจ่ายเงินให้แก่  นาย ข.  จำนวน  100,000  บาท นาย  .  จะไปเขียนต่อว่าพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ  15  ต่อปี    ดังนี้เขียนไม่ได้  ถ้าเขียนลงในเช็คแล้ว   ผลก็จะเป็นไปตามมาตรา  899 ** ข้อความอันใดซึ่งมิได้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายลักษณะนี้ถ้าเขียนลงในตั๋วเงิน  ท่านว่าข้อความอันนั้นหาเป็นผล

อย่างหนึ่งอย่างใดในตั๋วเงินนั้นไม่   เพราะฉะนั้น  เขียนลงไปในเช็คก็ไม่มีผล    ดังนี้

ธนาคารก็จ่ายเฉพาะต้นเงิน  ไม่มีดอกเบี้ย

            เหตุที่กฎหมายให้สิทธิผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วเขียนข้อกำหนดในเรื่องดอกเบี้ยลงในตั๋วได้ในเรื่องตั๋วแลกเงินและเรื่องตั๋วสัญญาใช้เงิน  แต่ไม่อนุญาตให้เขียนกำหนดในเรื่องเช็ค 

            เหตุผลก็เพราะว่าในเรื่องตั๋วแลกเงินกับตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น    จะมีวันที่ตั๋วถึงกำหนด

ใช้เงินได้หลายกรณีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  913    และวันถึงกำหนดใช้เงินของตั๋วแลกเงิน

กับตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น    จะมีระยะเวลานับแต่วันออกตั๋วไปจนถึงกำหนดใช้เงินจะมีระยะห่าง

ซึ่งเป็นระยะที่ให้เจ้าหนี้หรือผู้ทรงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในช่วงนี้ได้

 

            ตัวอย่าง

 

          นาย  .  ออกตั๋วสัญญาใช้เงินวันที่ออกตั๋ว  1  ..  2548    สัญญาจะใช้เงินให้แก่

นาย  .  วันที่  1  ..  2548    ดังนี้   จากวันที่  1  .. ถึงวันที่  1  .. 2548  ระยะเวลา

ช่วงนี้ที่เจ้าหนี้หรือผู้ทรงเขาเสียเปรียบ   คือเขาไม่ได้รับดอกเบี้ยอะไรเลย  กฎหมายจึงให้สิทธิว่าผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วสามารถกำหนดอกเบี้ยไว้ได้   เพราะมีช่วงระยะเวลาที่ให้คิดดอกเบี้ย

 

            แต่ถ้าเป็นเช็ค  เนื่องจากเช็คจะมีวันถึงกำหนดใช้เงินอย่างเดียว    ก็คือ 

เมื่อทวงถาม   หมายความว่าเช็คไม่มีวันถึงกำหนดใช้เงิน    เช็คลงวันที่เท่าไหร่วันนั้นถึงกำหนดเลย    จึงไม่มีช่วงระยะเวลาที่จะให้คิดดอกเบี้ยกัน

 

            ดังนั้น  ในประการแรกให้จำหลักไว้ก่อนว่า

 

            เฉพาะเรื่องตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงินเท่านั้นที่ผู้สั่งจ่าย  หรือผู้ออกตั๋วสามารถที่จะเขียนข้อกำหนดลงในตั๋วได้ว่า  จำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้น  ให้คิดดอกเบี้ยด้วย

 

            กรณีที่ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินหรือผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจะเขียนข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องอัตราดอกเบี้ย  นั้น  กฎหมายบังคับไว้เลยว่า  จะต้องเขียนลงในตั๋ว  หมายความว่า  จะไปตกลงกันด้วยวาจาและไม่เขียนระบุในตั๋ว    หรือว่าจะไปเขียนในเอกสารอื่นใดโดยไม่เขียนลงในตั๋วแลกเงิน  หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน   ดังนี้ไม่ได้   จะไม่มีผลบังคับ  แล้วจะไปนำพยานบุคคลมาสืบว่ามีการให้คิดดอกเบี้ยกันด้วยก็ไม่ได้

 

            ตัวอย่าง

            นาย  .  ออกตั๋วแลกเงินสั่ง  นาย  .  จ่ายเงินแก่  นาย  .  จำนวน  1  ล้านบาท

ในวันที่  1  ..  2548   ตั๋วแลกเงินมีข้อความเพียงเท่านี้

            พอตั๋วถึงกำหนด  นาย  . เอาตั๋วไปยื่นให้  นาย  .  จ่ายเงิน  นาย  . ก็จ่าย

เงินตามตั๋ว  จำนวน  1  ล้านบาท  แล้ว  นาย  . จะไปอ้างว่า  ตกลงกับ  นาย  .  ว่าต้องคิดดอกเบี้ยด้วย  ร้อยละ  15  ต่อปีตั้งแต่วันออกตั๋วถึงวันถึงกำหนด  ดังนี้  อ้างไม่ได้

 

          ถ้าจะให้มีการคิดดอกเบี้ยจะต้องเขียนลงในตั๋วนั้นเอง 

ฎีกาที่  335/2509    ข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ยมิได้ระบุไว้ในตั๋วแลกเงิน

แม้โจทก์ก็จะมีพยานบุคคลมาสืบได้ความว่า  จำเลยตกลงยอมเสียดอกเบี้ย

ให้โจทก์ร้อยละ  15  ต่อปี  หามีผลบังคับให้จำเลยต้องเสียดอกเบี้ยในอัตรา

ตามที่โจทก์นำสืบมาไม่

 

          ถ้าหากว่า  ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินหรือผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน  เขียนเกี่ยวกับเรื่อง

อัตราดอกเบี้ยลงในตั๋วแล้ว  ก็จะมีผลผูกพันบุคคลที่เข้ามาเป็นคู่สัญญาในตั๋วแลกเงินและ

ตั๋วสัญญาใช้เงินทุกคน  ก็หมายความว่าบุคคลผู้เป็นลูกหนี้ในตั๋วเงิน  ผู้สั่งจ่าย ผู้ออกตั๋ว

ผู้สลักหลัง  ผู้รับอาวัล    ก็จะต้องรับผิดใช้เงินตามตั๋วเงินนั้น  ในต้นเงินและดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุไว้ในตั๋วเงินนั้น

 

            กรณีมีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ย   ถ้าหากว่าในตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน   ระบุให้คิดดอกเบี้ยอัตราเท่าใด   คิดตั้งแต่เมื่อใด   ก็เป็นไปตามนั้น   เป็นไปตามเจตนาและข้อตกลงของคู่สัญญา  อันนี้  ก็จะเป็นไปตามมาตรา  7  ที่บัญญัติว่า  ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้งให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี    และมาตรา  968   ที่บัญญัติว่า   ผู้ทรงจะเรียกร้องเอาเงินใช้จากบุคคลซึ่งตนใช้สิทธิไล่เบี้ยนั้นก็ได้   คือ   (1)   จำนวนเงินในตั๋วแลกเงินซึ่งเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้กับทั้ง

ดอกเบี้ย  หากว่ามีข้อกำหนดไว้ว่าให้คิดดอกเบี้ย”…..

 

            เพราะฉะนั้น  ต้องดูก่อนว่าถ้าตั๋วมีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ยไว้อัตราเท่าใด 

คิดแต่เมื่อใด   ก็เป็นไปตามที่ตกลงกัน

            กรณีที่มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ยตามอัตราใดอย่างหนึ่ง   แต่มิได้กล่าวว่า  ให้คิดแต่

เมื่อใด  ซึ่งโดยหลักในทางปฏิบัติตั๋วแลกเงินกับตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ย

นั้น  เขาจะระบุอัตราดอกเบี้ยไว้เฉย ๆ  แต่จะไม่ค่อยเขียนกันว่า  ทั้งนี้ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่

วันเดือนปีใด  ส่วนใหญ่จะไม่เขียนกัน  ก็จะเกิดปัญหาขึ้นว่าแล้วอย่างนี้  ดอกเบี้ยจะคิด

ตั้งแต่วันไหน  ?

 

            สมมติ  วันที่  1  ..  2548  นาย  .  ออกตั๋วสัญญาใช้เงินสัญญาจะใช้เงินแก่ 

นาย  .  จำนวน  1  ล้านบาท  ในวันที่  1  ..  2548  พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ  15

ต่อปี  เขียนไว้เท่านี้  

 

ปัญหาว่า  ดอกเบี้ยร้อยละ  15  ต่อปีนั้น  คิดตั้งแต่วันไหน ?

 

            กรณีนี้  มาตรา  911  กฎหมายบัญญัติว่า    ถ้าตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน

ผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วเขียนข้อกำหนดลงไว้ว่าจำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้นให้คิดดอกเบี้ยด้วย

กฎหมายก็บัญญัติว่า  ดอกเบี้ยย่อมคิดแต่วันที่ลงในตั๋วเงิน    ก็หมายความว่าดอกเบี้ยร้อยละ  15  ต่อปี  ตามตัวอย่างคิดตั้งแต่วันที่  1  .. 2548  ไม่ใช่คิดตั้งแต่วันที่ตั๋วถึงกำหนด  ซึ่งก็จะเหมือนกับที่เราไปกู้เงินจากธนาคาร    ก็จะคิดดอกเบี้ยแต่วันกู้เลย

 

            เพราะฉะนั้น  ให้จำหลักเกณฑ์นี้ไว้

 

            ในกรณีที่มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ย  แต่เมื่อถึงกำหนดใช้เงินแล้วมีการผิดนัด อย่างนี้

ผู้ทรงก็มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามอัตราในตั๋วนั้นต่อไปจนกว่าจะมีการใช้เงินเสร็จสิ้นก็คือ  เมื่อมี

การระบุอัตราดอกเบี้ยในตั๋วไว้แล้ว  พอตั๋วถึงกำหนดใช้เงิน  ไม่มีการใช้เงินตามตั๋ว  ผู้ทรง

ก็จะมีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุไว้ในตั๋วต่อไปจนกว่าจะมีการชำระเงินเสร็จสิ้น  อันนี้

เป็นไปตามมาตรา  7  มาตรา  224  มาตรา  968  (1)     ซึ่งในกลุ่มนี้ก็จะแนวคำพิพากษา

ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้      คือ    คำพิพากษาฎีกา  ที่  5007/2536   กับ   64/2537

 

          ฎีกาที่  64/2537    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า    ตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยออกให้แก่โจทก์

มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละ  18  และร้อยละ  18.5  ต่อปี  และมิได้ระบุไว้ว่า

ให้คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันใด  จึงต้องคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ระบุไว้ในตั๋วสัญญาใช้เงินนับแต่วันที่

ลงในตั๋ว  เมื่อได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรม   ตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวและครบกำหนดใช้เงินจำเลยเป็นฝ่ายผิดนัด   โจทก์ผู้ทรงจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าว

จากต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินต่อไปจนกว่าจะชำระเสร็จตามมาตรา  224  วรรคแรก

            ฎีกาที่เกี่ยวกับมาตรา  911   ส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจง่ายเพราะตรงตามตัวบท

 

            ดังนั้น  ให้ดูก่อนว่า  ตั๋วแลกเงินกับตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น  มีข้อกำหนดให้คิด

ดอกเบี้ยหรือไม่ ? ดูตรงนี้เสียก่อน  ถ้ามีแล้วระบุให้เริ่มคิดดอกเบี้ยเมื่อใดก็เป็นไปตามนั้น

 

            ถ้าระบุให้คิดดอกเบี้ย   แต่ไม่ได้เขียนไว้ว่าคิดเมื่อใด   ก็คิดจากวันที่ออกตั๋วต่อไปจนกว่าจะมีการชำระหนี้กันเสร็จสิ้น

            อันนี้เป็นกรณีแรกที่มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ย   ก็ตอบตามมาตรา  911

 

            กรณีตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกนั้น  ไม่มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ย

 

            ตัวอย่าง

 

            นาย  .  ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน   สัญญาจะใช้เงินแก่  นาย  .  จำนวน  1  ล้านบาท  ในวันที่  1  ..  2548    พอถึงวันที่  1  .. 2548  นาย  .  เอาตั๋วสัญญาใช้เงินยื่นให้แก่  นาย  .  ดังนี้  นาย  .  ก็ใช้เงินตามตั๋วเพียง  1  ล้านบาท  ไม่มีดอกเบี้ยเพราะตั๋วสัญญา

ใช้เงินฉบับนี้ไม่มีข้อกำหนดว่าให้คิดดอกเบี้ย   ผลก็คือ   ผู้ทรงจะไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตั้งแต่

วันออกตั๋วจนถึงวันที่ตั๋วถึงกำหนด

 

            มีปัญหาว่า       ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ไม่มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ย  พอตั๋วถึงกำหนดใช้เงิน    ปรากฏว่า   ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินไม่ยอมใช้เงินตามตั๋ว  หรือผู้จ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินไม่ยอมจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงิน

            ถามว่า   ผู้ทรงจะมีสิทธิคิดดอกเบี้ยหรือไม่  ?  ในอัตราเท่าใด ?

 

            สำหรับเรื่องดอกเบี้ยในตั๋วแลกเงินกับตั๋วสัญญาใช้เงินนี้  จะมีกฎหมายบัญญัติไว้

เป็นพิเศษไว้ในมาตรา   968  (2)

                        มาตรา   968    ผู้ทรงจะเรียกร้องเอาเงินใช้จากบุคคลซึ่งตน

ใช้สิทธิไล่เบี้ยนั้นก็ได้   คือ

                   (2)   ดอกเบี้ยอัตราร้อยละห้าต่อปีนับแต่วันถึงกำหนด

            หลัก

                        -    ถ้าตั๋วแลกเงินกับตั๋วสัญญาใช้เงินไม่มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ย   ผู้ทรงก็

ไม่มีสิทธิที่จะได้รับดอกเบี้ยตั้งแต่วันออกตั๋วจนวันที่ตั๋วถึงกำหนด    ช่วงนี้คิดดอกเบี้ยกันไม่ได้

-          แต่ถ้าถึงกำหนดใช้เงินแล้ว  ไม่มีการใช้เงินตามตั๋ว   ถือว่า  ผู้ออกตั๋ว 

หรือผู้สั่งจ่ายผิดนัดแล้ว  เมื่อผิดนัดแล้วเจ้าหนี้ก็มีสิทธิได้รับดอกเบี้ย 

 

จำไว้ว่ากรณีตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินไม่มีข้อกำหนดว่าให้คิดดอกเบี้ย 

ผู้ทรงจะมีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้   ในกรณีผิดนัดเท่านั้น…!   หมายความว่าถ้าตั๋วถึงกำหนดแล้วไม่มีการใช้เงิน    สิทธิในการคิดดอกเบี้ยจึงจะเกิดมีขึ้น  ซึ่งเรียกว่า  ดอกเบี้ยผิดนัด 

 

ปัญหาต่อไป  จะเรียกดอกเบี้ยในอัตราเท่าใด  ?

 

            ให้จำหลักเกณฑ์ไว้ว่า   เรื่องดอกเบี้ยในตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น  จะมี

กฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษ  ตามมาตรา  968  (2)  คือ  ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ  5

ต่อปีนับแต่วันถึงกำหนด

         

            ปัญหามีว่า   ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องอัตราดอกเบี้ย  เมื่อตั๋วถึงกำหนดแล้ว   ปรากฏว่า    ผู้ออกตั๋วไม่ยอมใช้เงินตามตั๋ว  ซึ่งถือว่าตกเป็นผู้ผิดนัด   ดังนี้   

ผู้ออกตั๋วจะต้องเสียอัตราดอกเบี้ยร้อยละเท่าใด   ?

            คดีนี้โจทก์ต่อสู้ว่า  ผู้ออกตั๋วจะต้องเสียอัตราร้อยละ  7  ครึ่งต่อปี

 

            จำเลยเถียงว่า  ตนซึ่งเป็นผู้ออกตั๋วจะต้องเสียในอัตราเพียงร้อยละ  5

 

            ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  จะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ  5  ต่อปีนับแต่วันที่ตั๋ว

ถึงกำหนด  (. 7336/2540  กับ  312/31)

 

            ให้จำง่าย    ว่า    เฉพาะตั๋วแลกเงินกับตั๋วสัญญาใช้เงินเท่านั้น  !  ที่กฎหมาย

อนุญาตให้ผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วเขียนข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องอัตราดอกเบี้ยลงในตั๋วได้

 

            แต่ในเรื่องเช็ค  ผู้สั่งจ่ายจะไปเขียนข้อกำหนดเรื่องอัตราดอกเบี้ยลงใน

เช็คไม่ได้  แม้เขียนไปก็ไม่มีผลตามมาตรา  899   ***

 

 

            เรื่องดอกเบี้ยในตั๋วแลกเงิน   กับ  ตั๋วสัญญาใช้เงิน   ถ้าประสงค์จะให้มีการคิด

ดอกเบี้ยกันก็จะต้องเขียนลงในตั๋ว     จะไปเขียนในเอกสารอื่น  หรือตกลงด้วยวาจา 

ดังนี้  จะไม่มีผล

 

            ตามที่ได้สรุปไว้ข้างต้น     แยกเป็น  2  กรณี   คือ

            1.   กรณีที่มีการเขียนข้อกำหนดเรื่องอัตราดอกเบี้ยไว้ก็เป็นไปตามนั้น

            2.   ถ้าไม่มีการเขียนข้อกำหนดเรื่องอัตราดอกเบี้ยไว้    ผลก็คือ   ผู้ทรงไม่มีสิทธิได้รับ

ดอกเบี้ยตั้งแต่วันออกตั๋วจนวันตั๋วถึงกำหนดช่วงนี้คิดดอกเบี้ยไม่ได้       แต่ถ้าตั๋วถึงกำหนด

แล้วไม่มีการใช้เงิน   จึงจะมีสิทธิได้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ  5  ต่อปีตามมาตรา  968  (2)





ดอกเบี้ย ตั๋วเงิน | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 8942 ครั้ง
ลงวันที่ 29/06/2012 22:42:04


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน