ติดต่อเรา : [email protected]
มาตรา 905 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า
“ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 1008 บุคคลผู้ได้ตั๋วเงิน
ไว้ในครอบครอง ถ้าแสดงให้ปรากฏสิทธิด้วยการสลักหลังไม่ขาดสาย แม้ถึงว่า
การสลักหลังรายที่สุดจะเป็นสลักหลังลอยก็ตาม ท่านให้ถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อใดรายการสลักหลังลอยมีสลักหลังรายอื่นตามหลังไปอีก
ท่านให้ถือว่าบุคคลผู้ที่ลงลายมือชื่อในการสลักหลังรายที่สุดนั้น เป็นผู้ได้ไปซึ่ง
ตั๋วเงินด้วยการสลักหลังลอย อนึ่งคำสลักหลังเมื่อขีดฆ่าเสียแล้ว ท่านให้ถือเสมือนว่ามิได้มีเลย”
หลักเกณฑ์ตามมาตรา 905 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีพิสูจน์ความเป็นผู้ทรง
ในตั๋วเงินชนิดระบุชื่อผู้รับเงิน กรณีที่เป็นผู้ทรงโดยการรับสลักหลัง
ความหมายข้อความในแต่ละตอนของมาตรา 905 วรรคหนึ่ง สรุปได้ดังนี้
มาตรา 905 วรรคหนึ่ง “ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 1008…”
ข้อความตรงนี้ก็หมายความว่า มาตรา 905 จะต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 1008
คือ มาตรา 1008 บัญญัติไว้อย่างไรก็ให้บังคับไปตามบทบัญญัติมาตรา 1008 เราไม่นำมาตรา 905 ไปใช้บังคับ
ดังนั้น ในเบื้องต้นต้องทราบเสียก่อนว่า มาตรา 1008 นั้น เป็นเรื่องอะไร
* มาตรา 1008 เป็นเรื่องลายมือชื่อในตั๋วเงินเป็นลายมือปลอม หรือเป็นลายมือชื่อที่ลงไว้โดยปราศจากอำนาจ
ดังนั้น ถ้าหากปรากฏว่าลายมือชื่อของคู่สัญญาในตั๋วเงินคนใดคนหนึ่ง
เป็นลายมือชื่อปลอมหรือเป็นลายมือชื่อที่ลงไว้โดยปราศจากอำนาจ เราต้องบังคับตามมาตรา 1008 ไม่นำมาตรา 905 มาบังคับ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือว่า
“เรื่องของมาตรา 905 นั้น จะต้องเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงจะต้องเป็นลายมือ
ชื่อที่ลงไว้โดยได้รับมอบอำนาจ” *
สรุปในเบื้องต้นก่อนว่า “มาตรา 905 วรรคหนึ่ง เป็นวิธีการพิสูจน์ความเป็น
ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย ในตั๋วเงินชนิดระบุชื่อซึ่งไม่มีลายมือชื่อปลอม หรือ
ลายมือชื่อที่ลงไว้โดยปราศจากอำนาจของเจ้าของลายมือชื่อ กล่าวคือ ถ้าหากว่า
ลายมือชื่อผู้สลักหลังเป็นลายมือชื่อปลอม หรือลงโดยปราศจากอำนาจ ก็ถือว่า
การสลักหลังนั้นขาดสาย”
Username :
Password :
เลือกประเภท:
[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]
สมัครใช้งาน | ลืม Username/Password?