ผลของการไม่ยื่นบัญชีระบุพยาน (มาตรา 229/1 วรรคสี่)
- ห้ามมิให้ศาลอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานที่มิได้ระบุอ้างพยานหลักฐานนั้น เว้นแต่ศาลเห็นว่าจำเป็นต้องคุ้มครองพยาน หรือจะต้องนำสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรม หรือเพื่อให้โอกาสจำเลยในการสู้คดีอย่างเต็มที่ ให้ศาลมีอำนาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้
หลักเกณฑ์การยื่นบัญชีระบุพยานตามแนวคำพิพากษาฎีกา
- การยื่นบัญชีระบุพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ถือว่าเป็นการยื่นบัญชีระบุพยานตลอดทั้งเรื่อง รวมทั้งชั้นพิจารณาด้วย (ฎ. 280/05 ป., 2409/23)
- ในคดีที่ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ โจทก์ร่วมก็มีสิทธิระบุพยานเพิ่มเติมได้ (ฎ. 568/13)
- การฟ้องคดีใหม่ตามคำสั่งศาลที่ให้แยกฟ้องจำเลยที่ให้การปฎิเสธตาม มาตรา 176 วรรคสอง ต้องระบุบัญชีพยานใหม่ด้วย (ฎ. 2389/22)
- สรรพเอกสารในคดีนี้โจทก์ระบุบัญชีพยานไว้แล้ว การที่โจทก์สืบพยานบุคคลประกอบสรรพเอกสารคดีอื่นโดยผิดหลงสลับสำนวนกัน เท่ากับนำพยานที่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานมาสืบไม่ชอบ (ฎ. 4260/4... เรื่องนี้ โจทก์ระบุ อ. และสรรพเอกสารในสำนวนคดีนี้ เป็นพยานไว้แล้ว แต่ผู้แทนโจทก์ได้สืบ อ. และนำสรรพเอกสารในคดีอื่นมาสืบในคดีนี้โดยผิดหลง เมื่อศาลชั้นต้นได้สั่งให้เพิกถอนการสืบพยานโจทก์ปาก อ. เพราะเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีผลลบล้างการสืบพยานโจทก์ปาก อ.ที่ดำเนินการไปแล้ว ดังนี้ต่อมาโจทก์จึงมีสิทธินำ อ. มาเบิกความและนำสืบสรรพเอกสารในคดีนี้โดยชอบได้ ไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ เพราะการสืบ อ. ถูกเพิกถอนไปแล้ว
|