หัวข้อ : ย่อตัวบท ทรัพย์ – ที่ดิน (ม.137-148 , 1298-1434)
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ





ย่อตัวบท ทรัพย์ – ที่ดิน (ม.137-148 , 1298-1434)

เรื่อง ทรัพย์

ม.144 ส่วนควบ คือส่วนซึ่งโดยสภาพแห่งทรัพย์ หรือโดยจารีตประเพณี เป็นสาระสำคัญของทรัพย์ และไม่อาจแยกจากกันได้ นอกจากทำลาย ทำให้บุบสลาย ทำให้เปลี่ยนรูปทรงไป

ว.2 เจ้าของทรัพย์ย่อมมีกรรมสิทธิ์ในส่วนควบ

ม.145* ไม้ยืนต้นเป็นส่วนควบกับที่ดิน แต่ ไม่ล้มลุกหรือธัญชาติ ไม่เป็น

ม.146 ทรัพย์ซึ่งติดอยู่กับที่ดิน หรือโรงเรือนเพียงชั่วคราว ไม่เป็นส่วนควบ รวมถึงโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีสิทธิ์ในที่ดินของผู้อื่น

 

เรื่อง ทรัพย์สิน

ม.1298 ทรัพยสิทธิทั้งหลาย จะก่อตั้งขึ้นได้ด้วยอาศัยอำนาจในประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่น

ม.1299**การได้มาโดยนิติกรรมซึ่งอสังฯ หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาฯนั้นไม่บริบูรณ์ เว้นแต่จะทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียน

ว.2 การได้มาซึ่งอสังฯ หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังฯ โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม ถ้ามิได้จดทะเบียน จะมีการเปลี่ยนแปลง ทางทะเบียนมิได้ และมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้รับโอน โดยเสียค่าตอบแทน และโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว

ม.1300 ถ้าได้จดทะเบียนการโอนอสังฯ หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังฯเป็นทางเสียเปรียบแก่บุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะจดทะเบียนได้ก่อน บุคคลนั้นอาจเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้ แต่การโอนอันมีค่าตอบแทนและผู้รับโอนสุจริตนั้น ไม่ว่ากรณีใดเพิกถอนไม่ได้

ม.1304 สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมถึงทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งได้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือสงวนไว้ใช้ร่วมกัน เช่น (1) ที่รกร้างว่างเปล่า (2) ทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน (3) ทรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ

ม.1308 ที่ดินแปลงใดที่งอก ที่งอกย่อมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น

ม.1310*บุคคลใดสร้างโรงเรือนในที่ของผู้อื่นโดยสุจริต ท่านว่าเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของโรงเรือนนั้น แต่ต้องใช้ค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น

ว.2 แต่ถ้าเจ้าของที่ดินพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ประมาทเลินเล่อ จะบอกปัดไม่ยอมรับและให้รื้อถอนไป และทำที่ดินให้เป็นตามเดิมก็ได้ เว้นแต่ถ้าการนี้จะทำไม่ได้โดยใช้เงินพอควร เจ้าของที่ดินจะให้ผู้สร้างซื้อที่ดินทั้งหมดหรือบางส่วน ตามราคาตลาดก็ได้ 

ม.1311*บุคคลใดสร้างโรงเรือนในที่ดินผู้อื่นโดยไม่สุจริต ท่านว่าบุคคลนั้นต้องทำที่ดินให้เป็นตามเดิมแล้วส่งคืนเจ้าของ เว้นแต่เจ้าของจะเลือกให้ส่งคืนตามที่เป็นอยู่  ในกรณีเช่นนี้ เจ้าของที่ดินต้องใช้ราคาโรงเรือน หรือค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นเพราะสร้างโรงเรือนนั้น แล้วแต่จะเลือก

ม.1312*บุคคลใดสร้างโรงเรือนลุกล้ำเข้าไปในที่ดินผู้อื่นโดยสุจริต บุคคลนั้นเป็นเจ้าของโรงเรือน แต่ต้องเสียค่าที่ดินให้แก่เจ้าของ และจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอม แต่ถ้าภายหลังโรงเรือนนั้นสลายไปทั้งหมด เจ้าของที่ดินจะเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนเสียก็ได้

ม.1330 ผู้ซื้อทรัพย์โดยสุจริตจากการขายทอดตลาดมิเสียไป แม้ภายหลังพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ของจำเลย หรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา

ม.1331*สิทธิของบุคคลผู้ได้เงินตรามาโดยสุจริตมิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าเงินนั้นมิใช่ของบุคคลซึ่งได้โอนให้มา

ม.1332 ผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาด หรือในท้องตลาด หรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ไม่ต้องคืนให้แก่เจ้าของที่แท้จริง เว้นแต่เจ้าของที่แท้จริงจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา

ม.1336 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย จำหน่าย และได้ดอกผล กับทั้งมีสิทธิ์ติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตน และขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้ามายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินโดยมิชอบ

ม.1349 ที่ดินแปลงใดที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบจนไม่มีทางออกสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นจะผ่านทางที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะก็ได้ ทั้งนี้ต้องพอควรแก่ความจำเป็นและให้เสียหายน้อยที่สุด โดยอาจสร้างถนนก็ได้ แต่ต้องใช้ราคาแทน

ม.1350 ถ้าที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเป็นเหตุให้ไม่มีทางออกไปสู้สาธารณะไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินตามมาตราก่อนได้ เฉพาะบนที่ดินแปลงทีได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน โดยไม่ต้องเสียค่าทดแทน

ม.1357*ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน

ม.1359*เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก แต่การเรียกเอาทรัพย์สินคืน ต้องใช้ มาตรา 302 คือ หนี้แบ่งชำระมิได้ และบุคคลผู้เป็นเจ้าหนี้เหล่านั้นมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกัน ท่านว่าลูกหนี้ได้แต่ชำระหนี้ให้ได้ประโยชน์แก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดด้วยกัน

ม.1361*เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ จะจำหน่ายส่วนของตน หรือจำนอง หรือก่อให้เกิดภารติดพันก็ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกคน ถ้ามิได้รับความยินยอม แต่ภายหลังถ้าเจ้าของรวมนั้นได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินแต่ผู้เดียว นิติกรรมนั้นเป็นอันสมบูรณ์

ม.1375 ถ้าผู้ถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบ มีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครองโดยต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่า

ม.1377 ผู้ครอบครองสละเจตนาครอบครอง หรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไป การครอบครองย่อมสิ้นสุดลง

ว.2 ถ้ามีเหตุชั่วคราวมาขัดขวางมิให้ผู้ครอบครองยึดถือทรัพย์สิน การครอบครองยังไม่สิ้นสุดลง

ม.1378 การโอนไปซึ่งการครอบครองย่อมทำได้โดยการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง

ม.1380 การโอนไปซึ่งการครอบครองย่อมเป็นผล แม้ผู้โอนยังยึดถือทรัพย์สินนั้นอยู่ ถ้าผู้โอนแสดงเจตนาว่าต่อไปจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้รับโอน

ม.1381 บุคคลใดยึดถือแทนผู้ครอบครอง จะเปลี่ยนแปลงการยึดถือได้ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือแทนต่อไป หรือตนเองเป็นผู้ครอบครองโดยสุจริต

ม.1382**บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้ โดยสงบ และโดยเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังฯ ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นระยะเวลา 10 ปี ถ้าเป็นสังหาฯ ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นระยะเวลา 5 ปี บุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์

ม.1385 การโอนการครอบครองแก่กัน ผู้รับโอนจะนับเวลาซึ่งผู้โอนครอบครองอยู่ก่อนนั้น รวมเข้ากับเวลาครอบครองของตนก็ได้

ม.1387 อสังฯอาจต้องตกอยู่ในภารจำยอมอันเป็นเหตุให้เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิ์บางอย่าง เพื่อประโยชน์แก่อสังหาฯอื่น

ม.1391* เจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภารจำยอม แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง โดยจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภารยทรัพย์ก็ได้ แต่ต้องน้อยที่สุด

ว.2 เจ้าของสามยทรัพย์ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเองรักษาซ่อมแซมการที่ได้ทำไปให้เป็นไปด้วยดี แต่ถ้าเจ้าของภารยทรัพย์ได้รับประโยชน์ด้วย ท่านว่าต้องออกค่าใช้จ่ายตามส่วนแห่งประโยชน์ที่ได้รับ

ม.1392* ถ้าภารจำยอมแตะต้องเพียงส่วนหนึ่งของภารยทรัพย์  เจ้าของทรัพย์นั้นอาจเรียกให้ย้ายไปยังส่วนอื่นก็ได้ แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าการย้ายนั้นเป้นประโยชน์แก่ตนและรับเสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ต้องไม่ทำให้ความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ลดน้อยลง

ม.1396* ภารจำยอมซึ่งเจ้าของรวมแห่งสามยทรัพย์คนหนึ่งใช้อยู่นั้น ท่านให้ถือว่าเจ้าของรวมได้มาหรือใช้อยู่ด้วยกันทุกคน

ม.1397  ถ้าภารยทรัพย์ หรือสามยทรัพย์สลายไปทั้งหมด ท่านว่าภารจำยอมสิ้นไป

ม.1399  ภารจำยอมนั้น ถ้ามิได้ใช้ 10 ปี เป็นอันสิ้นไป

ม.1400*ถ้าภารจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ไซร้ ท่านว่าภารจำยอมนั้นสิ้นไป แต่ถ้ามีทางให้กลับไปใช้ได้ ท่านว่าภารจำยอมนั้นกลับมีขึ้นมาอีก แต่ต้องไม่พ้นอายุความตามที่ระบุไว้ในมาตราก่อน

ม.1401 ภารจำยอมอาจได้มาโดยอายุความ 10 ปี จากมาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382

ม.1410* เจ้าของที่ดินอาจก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินเป็นคุณแก่บุคคลอื่น โดยให้มีสิทธิเป็นเป็นเจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งเพาะปลูก บนดินหรือใต้ดินนั้นได้

 





ย่อตัวบท ทรัพย์ – ที่ดิน (ม.137-148 , 1298-1434) | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 19089 ครั้ง
ลงวันที่ 17/05/2013 20:51:38


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน