หัวข้อ : ย่อตัวบท ครอบครัว – มรดก
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ





ย่อตัวบท ครอบครัว – มรดก

เรื่อง ครอบครัว ( ม.1435 – 1598/41 )

การหมั้น

ม. 1435 การหมั้นทำได้ต่อเมื่อชายและหญิง มีอายุ 17 ปี บริบูรณ์แล้ว มิเช่นนั้นเป็นโมฆะ

ม. 1437 การหมั้นจะสมบูรณ์ เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้น ให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสด้วย

ว.2 เมื่อหมั้นแล้วให้ของหมั้นตกเป็นสิทธิแก่หญิง

ม. 1439 เมื่อมีการหมั้นแล้ว ฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้น อีกฝ่ายมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทน ในกรณีที่ฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นด้วย

ม. 1440 ค่าทดแทนอาจเรียกได้ดังต่อไปนี้ (1) ทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียง (2) ทดแทนความเสียหายจากการที่คู่หมั้น บิดามารดา หรือผู้กระทำการแทน ได้ใช้จ่ายเนื่องในการเตรียมการสมรสตามสมควรและโดยสุจริต

(3) ทดแทนความเสียหายจากการที่คู่หมั้นได้จัดการทรัพย์สินหรือการอื่นเกี่ยวแก่อาชีพหรือทางทำมาหาได้ของตนไปโดยสมควรด้วยคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส

ม. 1447 ค่าทดแทนพึงใช้กันตามหมวดนี้ให้ศาลวินิจฉัยตามควร

ว.2 สิทธิเรียกร้องค่าทดแทนตามหมวดนี้ นอกจากค่าทดแทนความเสียหายจากค่าใช้จ่ายในการเตรียมงานสมรสตามมาตรา 1440(2) ไม่อาจโอนกันได้และไม่ตกทอดถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพกันไว้เป็นหนังสือหรือผู้เสียหายได้ฟ้องคดีตามสิทธินั้นแล้ว

 

เงื่อนไขแห่งการสมรส

ม. 1448 การสมรสทำได้ต่อเมื่อชายและหญิง มีอายุ 17 ปี บริบูรณ์แล้ว เว้นแต่ศาลอนุญาต มิเช่นนั้นเป็นโมฆียะ

ม. 1452 ชาย หรือหญิง จะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสไม่ได้

ม. 1453 หญิงที่สามีตายหรือการสมรสสิ้นสุดด้วยประการอื่น จะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อพ้น 310 วัน เว้นแต่

(1) คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น (2) สมรสกับคู่สมรสเดิม (3) มีใบรับรองแพทย์ว่ามิได้มีครรภ์ (4) มีคำสั่งศาลให้สมรสได้

ม. 1457 การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้มีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น

 

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา

ม. 1466 สัญญาก่อนสมรสเป็นโมฆะ ถ้ามิได้จดแจ้งข้อตกลงกันเป็นสัญญาก่อนสมรสนั้น ไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส

หรือมิได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สมรส และพยานอย่างน้อย 2 คน แนบไว้ท้ายทะเบียนสมรส และได้จดไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรสว่าได้มีสัญญานั้นแนบไว้

ม. 1470 ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา นอกจากที่เป็นสินส่วนตัว ย่อมเป็นสินสมรส

ม. 1471 สินส่วนตัว ได้แก่ ทรัพย์สินที่ (1) ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีอยู่ก่อนสมรส (2) เครื่องใช้ส่วนตัว / เครื่องแต่งกาย / เครื่องประดับตามควรแก่ฐานะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้จำเป็นในการประกอบอาชีพ (3) ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้มาระหว่างสมรส โดยการรับมรดก หรือการให้โดยเสน่หา (4) ที่เป็นของหมั้น

ม. 1474 สินสมรส ได้แก่ ทรัพย์สินที่ (1) คู่สมรสได้มาระหว่างการสมรส (2) ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรม หรือโดยการให้เป็นหนังสือ ซึ่งระบุว่าให้เป็นสินสมรส (3) ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว

ว.2 หากมีกรณีสงสัยให้ถือไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

ม. 1476 สามีและภริยา ต้องจัดการสินสมรสร่วมกัน หรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ในกรณีดังนี้ (1) ขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง  ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่จำนองได้ (2) ก่อตั้ง หรือกระทำให้สิ้นสุด ซึ่งทรัพยสิทธิ (3) ให้เช่าอสังหา ฯ เกิน 3 ปี

(4) ให้กู้ยืมเงิน (5) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่ เพื่อการกุศล , การสังคม , ตามหน้าที่ธรรมจรรยา โดยพอควรแก่ฐานานุรูป   (6) ยอมความ (7) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการ (8) นำทรัพย์สินไปประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล

 

ความเป็นโมฆะของการสมรส

ม. 1495 การสมรสที่ฝ่าฝืนมาตรา 1449 คือชายหรือหญิงเป็นบุคคลวิกลจริตไร้ความสามารถ มาตรา 1450 เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรง มาตรา 1452 สมรสขณะตนมีคู่สมรสอยู่แล้ว มาตรา 1458 ชายหญิงมิได้ยินยอมต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้

เป็นโมฆะ โดยในมาตรา 1496 ระบุไว้ว่า จากมาตราก่อน คำพิพากษาของศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะ ยกเว้น มาตรา 1452 คือสมรสขณะมีคู่สมรสอยู่แล้ว

ม. 1498 การสมรสที่เป็นโมฆะ ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา

ว. 2 กรณีสมรสเป็นโมฆะ ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดมี หรือได้มา ไม่ว่าก่อน หรือหลังการสมรส รวมทั้งดอกผลคงเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนบรรดาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันให้แบ่งคนละครึ่ง เว้นแต่ศาลจะเห็นเป็นประการอื่น

ม. 1499 การสมรสที่เป็นโมฆะ เพราะเป็นคนไร้ความสามารถ เป็นผู้สืบสายโลหิต หรือเกิดจากความไม่ยินยอม ไม่ทำให้ชาย หรือหญิงผู้สมรสโดยสุจริตเสื่อมสิทธิที่ได้มา เพราะการสมรสก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นโมฆะ

ว.2 การสมรสที่เป็นโมฆะ เพราะเหตุมีคู่สมรสอยู่ก่อนแล้วนั้น ไม่ทำให้ชาย หรือหญิงผู้สมรสโดยสุจริตเสื่อมสิทธิที่ได้มา ก่อนรู้เหตุที่ทำให้การสมรสเป็นโมฆะ แต่ไม่ทำให้คู่สมรสเกิดสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง

 

การสิ้นสุดแห่งการสมรส

ม. 1501 การสมรสสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่า หรือศาลพิพากษาให้ถอน

ม. 1504 การสมรสที่เป็นโมฆียะเพราะอายุไม่ถึง 17 ปี ผู้มีส่วนได้เสียขอเพิกถอนได้ แต่บิดามารดาหรือผู้ปกครองที่ให้ความยินยอมแล้ว ขอเพิกถอนไม่ได้

ว. 2 ถ้าศาลยังมิได้สั่งให้เพิกถอน จนชายและหญิงมีอายุครบ หรือหญิงมีครรภ์ก่อนอายุครบ ให้ถือว่าสมบูรณ์ตั้งแต่สมรส

ม. 1511 การสมรสที่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนนั้น ให้ถือว่าสิ้นสุดในวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด แต่จะอ้างต่อบุคคลภายนอกมิได้เว้นแต่ได้จดทะเบียนการเพิกถอนนั้นแล้ว

ม. 1531 การสมรสที่จดทะเบียนการหย่าโดยความยินยอมมีผลนับแต่จดทะเบียนหย่า

ว.2 ถ้าเป็นการหย่าโดยคำพิพากษามีผลเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด แต่จะอ้างบุคคลภายนอกไม่ได้ เว้นแต่ได้จดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว

ม. 1532 เมื่อหย่ากันแล้วให้จัดการแบ่งทรัพย์สินของสามีภริยา

(ก.) ถ้าเป็นการหย่าโดยความยินยอม ให้จัดการแบ่งทรัพย์สินตามที่มีอยู่ในเวลาจดทะเบียนการหย่า

(ข.) ถ้าหย่าโดยคำพิพากษา คำพิพากษาส่วนที่บังคับทรัพย์สิน มีผลย้อนหลังไปถึงวันฟ้องหย่า

ม. 1533 เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน

 

บิดามารดา

ม. 1536 เด็กเกิดแต่หญิงขณะเป็นภริยาชาย หรือภายใน 310 วันนับแต่สมรส ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามี

ม. 1537 ในกรณีที่หญิงทำการสมรสใหม่ฝ่าฝืนมาตรา 1453 และคลอดบุตรภายใน 310 วันนับแต่การสมรส ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีคนใหม่

ม. 1546 (เพิ่มเติม) เด็กที่เกิดจากหญิง ที่มิได้สมรสกับชาย ให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น ยกเว้นไว้ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

ม. 1547 เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดา ต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันภายหลัง / บิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร / ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร

ม. 1556 การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรในระหว่างเด็กเป็นผู้เยาว์ ถ้าเด็กอายุยังไม่ครบ 15 ปี ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กเป็นผู้ฟ้องแทน

ว.2 เมื่อเด็กมีอายุครบ 15 ปี เด็กต้องฟ้องเอง ทั้งนี้ไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม

ว.3 กรณีที่เด็กบรรลุนิติภาวะแล้ว ต้องฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่บรรลุนิติภาวะ

ม. 1558 การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรของผู้ตาย ที่ได้ฟ้องภายในกำหนดอายุความมรดก ถ้าศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เด็กนั้นมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม

ม. 1560 บุตรเกิดระหว่างสมรสซึ่งศาลพิพากษาให้ถอนภายหลังนั้น ให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย

 

สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตร

ม. 1568 เมื่อบุคคลใดที่มีบุตรติดมา และได้สมรสกับบุคคลอื่น อำนาจปกครองที่มีต่อบุตรอยู่กับผู้ที่บุตรนั้นติดมา

ม. 1571 อำนาจปกครองนั้น รวมทั้งการจัดการทรัพย์สินของบุตรด้วย และต้องจัดการด้วยความระวังเช่นวิญญูชนจะพึงกระทำ

ม. 1574 นิติกรรมใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ ผู้ใช้อำนาจปกครองกระทำมิได้เว้นแต่ศาลจะอนุญาต

(1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนองหรือโอนสิทธิจำนองซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้

(5) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 ปี ,(8) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่เพื่อการกุศลสาธารณะ สังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา พอสมควรแก่ฐานานุรูป


บุตรบุญธรรม

ม. 1598/28 บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา

ในกรณีเช่นนี้ ให้บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองนับแต่เวลาที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว

ม.1598/29  การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรม


เรื่อง มรดก ( ม.
1599 – 1755 )

ม. 1599 บุคคลใดตาย มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาท

ม. 1600 กองมรดก ได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่ และความรับผิดต่างๆ เว้นแต่เป็นการเฉพาะตัว

การเป็นทายาท

ม. 1604 บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

ว.2 ให้ถือว่าเด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายใน 310 วันนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย เป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

ม. 1605 ทายาทคนใดยักย้าย หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้น โดยฉ้อฉล ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกเลย แต่ถ้าน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้ ต้องถูกกำจัดเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบัง

ว. 2 มาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับพินัยกรรม

ม. 1606 บุคคลต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร คือ

(1) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเจตนา หรือพยายามกระทำให้เจ้ามรดก หรือผู้มีสิทธิได้มรดกก่อนตน ตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

(2) ฟ้องเจ้ามรดกหาว่ากระทำความผิดโทษประหารชีวิต และตนกลับต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าฟ้องเท็จ หรือทำพยายานเท็จ

(3) รู้ว่าเจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนา แต่มิได้ร้องเรียนเพื่อเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษ เว้นแต่อายุยังไม่ครบ 16 ปี หรือผู้ที่ฆ่านั้นสามีภริยา หรือบุพการีหรือผู้สืบสันดานของตน

(4) ผู้ที่ฉ้อฉลหรือข่มขู่ ให้เจ้ามรดก ทำ หรือเพิกถอนเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม

(5) ผู้ที่ปลอม หรือทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรมบางส่วนหรือทั้งหมด

ว. 2 เจ้ามรดกอาจถอนข้อกำจัดฐานเป็นผู้ไม่สมควรก็ได้ โดยให้อภัยไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ม. 1607 การถูกกำจัดมิให้รับมรดกเป็นการเฉพาะตัว ผู้สืบสันดานของทายาทที่ถูกกำจัด สืบมรดกต่อได้


การตัดมิให้รับมรดก

ม. 1608 เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนมิให้ได้รับมรดกก็ได้ ด้วยการแสดงเจตนาอย่างชัดแจ้ง

(1) โดยพินัยกรรม

(2) โดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่


การสละมรดก

ม. 1612 การสละมรดกต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอม

ม. 1613 การสละมรดกนั้นจะทำแต่เพียงบางส่วน หรือทำโดยมีเงื่อนไข เงื่อนเวลาไม่ได้ และการสละมรดกนั้นถอนมิได้

ม. 1615 การที่ทายาทสละมรดก มีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดกตาย

ว. 2 ทายาทโดยธรรมคนใดสละมรดก ผู้สืบสันดานของทายาทคนนั้น สืบมรดกได้ตามสิทธิของตน


สิทธิโดยธรรมในการรับมรดก

ม. 1620 ถ้ามิได้ทำพินัยกรรมไว้ ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้น

ว.2 ถ้าทำพินัยกรรมไว้ แต่พินัยกรรมนั้นจำหน่ายทรัพย์เพียงบางส่วน ให้ปันส่วนที่มิได้จำหน่ายให้แก่ทายาทโดยธรรม

ม. 1622  พระภิกษุนั้นจะเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกในฐานะทายาทโดยธรรมมิได้ เว้นแต่จะสึกมาเรียกร้องภายในกำหนดอายุความตามมาตรา 1754 คือ 1 ปี นับแต่รู้ แต่ไม่เกิน 10 ปี

ว.2 แต่พระภิกษุนั้นอาจเป็นผู้รับพินัยกรรมได้

ม. 1625 ถ้าผู้ตายเป็นผู้สมรสแล้ว การคิดส่วนแบ่งและการปันทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้เป็นดังนี้

(1) ส่วนแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ให้เป็นไปตามบทบัญญัติเรื่องการหย่าโดยความยินยอม

ม. 1627 บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว หรือบุตรบุญธรรม ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน เหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย


การแบ่งทรัพย์มรดก

ม. 1629 ทายาทโดยธรรมมี 6 ลำดับ เท่านั้น แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลัง ดังต่อไปนี้ (1) ผู้สืบสันดาน (2) บิดามารดา (3) พี่น้องร่วมบิดามารดา (4) พี่น้องร่วมบิดา หรือมารดาเดียวกัน (5) ปู่ ย่า ตา ยาย (6) ลุง ป้า น้า อา

ว. 2 คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้ ม. 1635

ม. 1630 ตราบใดทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายในลำดับหนึ่ง ๆ ทายาทผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปไม่มีสิทธิ

ว. 2 มิให้ใช้บังคับ กรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิต หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กัน และบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนว่าเป็นทายาทชั้นบุตร


คู่สมรส

ม. 1635 ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ ในการรับมรดกให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตาม ม. 1629 (1)  คือ ผู้สืบสันดาน คู่สมรสได้ส่วนแบ่งเสมือนว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

(2) ถ้ามีทายาทตาม ม. 1629 ( 2 3) คือบุพการี หรือ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน คู่สมรสได้กึ่งหนึ่ง แต่ในกรณีบุพการี ไม่มีการรับมรดกแทนที่

(3) ถ้ามีทายาทตาม ม. 1629 (4 5 6 ) คือ พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน หรือ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือ ลุง ป้า น้า อา คู่สมรสได้ 2 ใน 3 ส่วน แต่ในกรณี ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่มีการรับมรดกแทนที่

(4) ถ้าไม่มีทายาทตาม ม. 1629 เลย คู่สมรสมีสิทธิได้รับทั้งหมด


การรับมรดกแทนที่กัน

ม. 1639 ถ้าบุคคลซึ่งจะเป็นทายาทตาม ม.1629 (1) , (3) , (4) , (6) ถึงแก่ความตาย หรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ผู้สืบสันดานของบุคคลนั้นรับมรดกแทนที่ได้ ถ้าผู้สืบสันดานของบุคคลนั้นตายหรือถูกกำจัด เช่นเดียวกัน ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่ และให้รับแทนที่เฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลนั้นเป็นรายๆไป

ม. 1643 สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่นั้น ได้แก่เฉพาะผู้สืบสันดานโดยตรง ผู้บุพการีหามีสิทธิไม่

* เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ผู้สืบสันดานโดยตรง ในที่นี้ หมายถึงผู้สืบสันดานในทางสืบสายโลหิตโดยแท้จริงเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว รับมรดกแทนที่ได้ แต่บุตรบุญธรรม ถือเป็นผู้สืบสันดานโดยอ้อมเพียงการสมมุติของกฎหมายเท่านั้น รับมรดกแทนที่มิได้

 

พินัยกรรม

ม. 1652 บุคคลผู้อยู่ในความปกครองนั้น จะทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ปกครองหรือคู่สมรส บุพการี หรือผู้สืบสันดานหรือพี่น้องของผู้ปกครองมิได้

เว้นแต่ผู้ปกครองจะได้ทำคำแถลงการณ์ปกครองเสร็จสิ้นแล้ว

ม. 1653 ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรม จะเป็นผู้รับทรัพย์ในพินัยกรรมนั้นมิได้

ว.2 บทบัญญัติในวรรคก่อนให้ใช้ไปถึงคู่สมรสของผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมด้วย


แบบพินัยกรรม

ม. 1656 พินัยกรรม จะทำตามแบบดังนี้ก็ได้ คือต้องทำเองเป็นหนังสือลงวันเดือน ปี ขณะที่ทำ และผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานสองคนพร้อมกัน

ม. 1657 พินัยกรรมนั้นจะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้ โดยผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยตนเองและลงลายมือชื่อไว้(แบบนี้ไม่ต้องมีพยาน)

ว.2 การ ขูดลบ ตกเติม เปลี่ยนแปลงในพินัยกรรม ผู้ทำพินัยกรรมต้องทำด้วยมือตนเองและลงลายมือชื่อกำกับไว้


การเพิกถอนและตกไปแห่งพินัยกรรม

ม. 1696 ถ้าผู้ทำพินัยกรรมได้โอนไปโดยสมบูรณ์ ซึ่งทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งข้อกำหนดพินัยกรรมด้วยความตั้งใจ ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้นเป็นอันถูกเพิกถอนไป วิธีนี้ให้ใช้รวมไปถึง เมื่อผู้ทำพินัยกรรมได้ทำลายทรัพย์สินนั้นด้วยความตั้งใจ

ม. 1697 ถ้าผู้ทำพินัยกรรมมิได้แสดงเจตนาไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น และปรากฏว่าพินัยกรรมฉบับก่อนกับพินัยกรรมฉบับหลังขัดกัน ให้ถือว่าพินัยกรรมฉบับก่อนเป็นอันถูกเพิกถอนโดยฉบับหลัง เฉพาะส่วนที่มีข้อความขัดกันเท่านั้น

ม. 1698 ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้นย่อมตกไปเมื่อ   (1)  ผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม   (2)  ข้อกำหนดพินัยกรรมเป็นผลใช้ได้ต่อเมื่อเงื่อนไขสำเร็จ และผู้รับพินัยกรรมตายก่อนเงื่อนไขสำเร็จ หรือปรากฏเป็นที่แน่นอนว่าเงื่อนไขนั้นไม่อาจสำเร็จได้   (3) ผู้รับพินัยกรรมบอกสละพินัยกรรม

(4)  ทรัพย์สินที่ยกให้สูญหาย หรือถูกทำลาย โดยผู้ทำพินัยกรรมมิได้ตั้งใจในระหว่างผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ และมิได้ของกลับมาแทน หรือสิทธิที่จะเรียกค่าทดแทน


มรดกที่ไม่มีผู้รับ

ม. 1753 เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายโดยไม่มีทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่แผ่นดิน

 

อายุความ

ม. 1754 ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก

ว.2 ห้ามมิให้ฟ้องตามข้อกำหนดพินัยกรรมเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่ผู้รับพินัยกรรมได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงสิทธิซึ่งตนมีตามพินัยกรรม

ว.3 ถ้าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกมีกำหนดอายุความยาวกว่า 1 ปี มิให้เจ้าหนี้นั้นฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก

ว.4 สิทธิที่ว่ามาในวรรคก่อนๆ มิให้ฟ้องเกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย

ม. 1755 อายุความ 1 ปีนั้นยกขึ้นต่อสู้ได้แต่โดยบุคคลซึ่งเป็นทายาท หรือบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของทายาท หรือโดยผู้จัดการมรดก

 





ย่อตัวบท ครอบครัว – มรดก | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 57275 ครั้ง
ลงวันที่ 17/05/2013 21:06:32


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน