ฎีกา9036/54 (วิอาญา ข้อเท็จจริง-อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย(กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง)ตามป.อ.288,80,371,83 ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการกระทำผิด จำเลยให้การปฏิเสธ/ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานพยายามฆ่าฯจำคุก10ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธ(เหล็กขูดชาร์ฟท์)ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรปรับ100บาท และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย179,000บาทฯ /จำเลยอุทธรณ์-ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน/จำเลยฎีกาว่า 1.วันเกิดเหตุจำเลยมิได้พาเหล็กขูดชาร์ฟท์ 2.จำเลยเพียงชกต่อยทำร้ายผู้เสียหาย หากจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายก็เป็นจำนวนเงินไม่เกิน10,000บาท เช่นนี้-จำเลยฎีกาได้หรือไม่?)
“ความผิดฐานพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามป.อ.371มีระวางโทษปรับไม่เกิน100บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิอาญา193ทวิ ความผิดฐานดังกล่าวยุติไปแล้วในศาลชั้นต้น จำเลยจะฎีกาว่า วันเกิดเหตุจำเลยมิได้พกพาเหล็กขูดชาร์ฟ อันเป็นการโต้เถียงว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานดังกล่าวหาได้ไม่---ในคดีตามคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามป.วิอาญา44/1วรรคหนึ่ง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายเป็นเงิน179,000บาท จำเลยฎีกาว่าจำเลยต้องรับผิดไม่เกิน10,000บาท จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาในคดีส่วนแพ่งจึงไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิแพ่ง248วรรคหนึ่ง ประกอบป.วิอาญามาตรา40 ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้อมห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว”
(ข้อสังเกต เรียบเรียงประเด็นเขียนตอบได้ดังนี้(ข้อ1.และ2.) 1.ความผิดตามป.อ.371--ป.วิอาญา193ทวิวางหลักว่าห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่กรณีต่อไปนี้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ...(4)จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษปรับเกินหนึ่งพันบาท—เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษปรับจำเลย100บาท ซึ่งจำเลยจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิอาญา193ทวิ และข้อหานี้ยุติไปแล้วในศาลชั้นต้น การที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมิได้พาเหล็กขูดชาร์ฟอันเป็นการโต้เถียงว่ามิได้กระทำความผิด จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามป.วิแพ่ง249วรรคหนึ่งประกอบป.วิอาญา15 2. การที่ผู้เสียหายยื่นคำร้องตามป.วิแพ่ง44/1ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความผิดข้อหาพยายามฆ่า มูลความรับผิดหรือสิทธิเรียกร้องในทางแพ่งของผู้เสียหายเกิดจากผลการกระทำความผิดอาญาของจำเลย จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่งป.วิอาญามาตรา40วางหลักว่าการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง—เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน179,000บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดไม่เกิน10,000บาท ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจึงมีจำนวนไม่เกิน169,000บาทซึ่งไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง--การที่จำเลยฎีกาว่าต้องรับผิดไม่เกิน10,000บาท เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาตามป.วิแพ่ง248วรรคหนึ่ง 3.(เพิ่มเติม-ไม่ปรากฎในฎีกา)สำหรับข้อหาพยายามฆ่า ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก10ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ย่อมต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิอาญา218วรรคสอง โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นไม่ได้ แต่จำเลยไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิอาญา218วรรคหนึ่งเพราะศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกเกิน5ปี จึงน่าสงสัยว่าทำไมจำเลยไม่ใช้สิทธิฎีกาขอให้ศาลฎีกาลดโทษด้วย เพราะอย่างน้อยที่สุดดีกว่าปล่อยให้ประเด็นนี้ยุติไปในศาลล่าง ถ้าศาลฎีกาไม่ลดให้ก็เสมอตัว แต่ไม่ขาดทุน เพราะศาลฎีกาจะพิพากษาเพิ่มเติมโทษไม่ได้อยู่แล้วตามป.วิอาญา212ประกอบ225( ฎีกาเนติฯปี54ตอน10 หน้า1940)
|