ข้อแตกต่าง ระว่างชิงทรัพย์ กับกรรโชก
เนื้อหา ชิงทรัพย์ กรรโชก
ระยะเวลา ขู่ว่า “ในทันใดนั้น” จะใช้กำลังประทุษร้าย อาจ ขู่ว่าจะทำร้ายในอนาคตก็ได้
ล่วงล้ำคุณธรรมทางกฎหมาย ต้องประทุษร้ายต่อชีวิตหรือร่างกายเท่านั้น อาจทำต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของผู้อื่นก็ได้
การมุ่งต่อตัวทรัพย์ มุ่งต่อวัตถุมีรูปร่าง รวมถึงรวมถึงประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินด้วย
ความผิดสำเร็จ เมื่อได้ทรัพย์ไป ผู้ถูกขู่เข็ญยอมให้ หรือยอมจะให้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินแล้ว แม้ผู้ขู่ยังไม่ได้ไปเลยก็ตาม
---------------------------
**กรรโชก เป็นการขู่ว่าจะทำอันตรายชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ซึ่งเป็นการขู่เข็ญ โดยมีเงื่อนไข โดยกระทำต่อตนเอง หรือต่อบุคคลที่สาม ครับ
**ชิงทรัพย์ เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย หรือ ขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ในทันใด ซึ่งกระทำต่อทรัพย์ของตนเอง เท่านั้น
//ที่สำคัญที่สุด ต้องเข้าองค์ประกอบในความผิดฐานลักทรัพย์ก่อน นะครับ
จึงจะเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
---------------------------
ให้ดูความแตกต่างความผิดชิงทรัพย์กับกรรโชกทรัพย์ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วนำมาเปรียบเทียบกันค่ะ
ที่สำคัญความผิด 2 ฐานนี้ให้ดูเรื่องพื้นฐานก่อน
คือ ความผิดฐานชิงทรพย์นั้นมีพื้นฐานมาจากความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ปอ มาตรา 334 แต่ความผิดฐานกรรโชกนั้น มีความผิดต่อเสรีภาพตาม มาตรา 309 นั้นเป็นพื้นฐาน
ความแตกต่างของความผิดฐานชิงทรัพย์กับ กรรโชกที่ต้องดูนะคะ มีดังนั้
1 วัตถุที่เป็นองค์ความผิด วิเคราะห์ความผิดพื้นฐาน
ชิงทรัพย์ มีความผิดฐานลักทรัพย์เป็นพื้อนฐาน ส่วนกรรโชก มีความผิดฐานต่อเสรีภาพ
2 ดูลักษณะของการกระทำ คือ ความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นการแย่งการครอบครอง แต่ กรรโชก เป็นการข่มขืนใจให้ผู้อื่นยินยอมให้หรือยอมจะให้ จึงอาจจะไม่มีการได้ทรพัย์ไปจริงๆก็ได้
3 อันตรายที่ใช้ในการขู่เข็ญ
ชิงทรัพย์นั้น จะต้องเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันทีทันใดนั้น จะใช้กำลังประทุษร้ายต่อตัวบุคล
ส่วนในการกรรโชกนั้นอาจจะเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่ว่าจะทำร่ายร่างกายในขณะนั้นหรือในอนาคตก็ได้ หรือขู่ว่าจะทำอันตรายต่อสิทธิอื่นๆ
อ้างจาก ตำรากฎหมายอาญา 2 มสธ หน้า 266
---------------------------
ความผิดฐานชิงทรัพย์ ม.337
การขู่เข็ญที่จะเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยให้ผุ้ถูกขู่เข็ญส่งมอบทรัพย์ให้ในเวลาทันใดนั้น
ดังนั้นถ้าเป็นการขู่เข็ญโดยมีเงื่อนไข หรือเป้นการขุ่เข็ญให้ส่งมอบทรัพย์ให้ในเวลาอื่นซึ่งไม่ใช่ในทันใดนั้นไม่เป้นความผิดฐานชิงทรัพย์
ส่วนความผิดฐานกรรโชกนั้น เมื่อผุ้ถูกข่มขืนใจเพียงแต่ยอมจะให้ ก็เป็นความผิดฐานกรรโชกสำเร็จแล้ว แม้ผุ้ข่มขืนใจยังมิได้รับประโยชน์กรรโชกไม่ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน ก็ไม่ทำให้ความผิดที่สำเร็จแล้วกลับกลายเป้นเพียงพยายาม
---------------------------
1. ชิง มาจาก ลัก ทั้งที่ชิง จึงมีได้เฉพราะ สังหาฯ(เคลื่อนที่ได้) ส่วนกรรโชก จะเป็นสังหา หรือ สิทธิประโยชน์ต่างที่เป็นทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่างก็ได้
2.กรรโชคมีเพียงเจตนาธรรมาดา ส่วนชิง มาจาก ลัก จึงต้องมีเจตจาพิเศษ(เจตนาทุจริต) และต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อ ประการใดๆ 5 ประการตามม.339
และชิงต้องเป็นการประทุษร้ายหรือขู่ว่าจะประทุษร้าย เท่านั้น ไม่รวมถึงการขู่ว่าจะทำอันตรายต่อชื่อเสียง เสรีภาพ และทรัพยสิน แต่กรรโชกรวมถึงกรณีเหล่านี้ด้วย
3.ชิง การใช้กำลังหรือการข่มขู่ กับการได้ทรัพย์มา ต้องต่อเนื่องกันไม่ขาดตอน ส่วนกรรโชก จะได้ทรัพย์มาในขณะนั้น หรือในภายหลังก็ผิดกรรโชคเช่นกัน
4.กรรโชคผิดสำเร็จเมื่อยอมให้หรือยอมจะให้ด้วยความกลัว แม้จะยังไม่ส่งมอบทรพย์ก็ตาม แต่ถ้าการยอมให้หรือยอมจะให้ไม่ได้เกิดจากความกลัว ก็จะผิดพยายามกรรโชก
ส่วน ชิง ผิดสำเร็จเมื่อได้ครอบครองทัรพย์นั้นแล้ว ไม่ว่าผู้เสียหายจะให้เพราะความกลัวหรือไม่ก็ผิดชิงทรัพย์แล้ว แต่ถ้าไม่ได้ครอบครองทรัพย์ ก็ผิดพยายามชิง
ความผิดฐาน ชิง และกรรโชก อาจเป็นความผิดซ้อนกันได้ คือ อาจผิดทั้งสองฐานได้
---------------------------
จากหนังสือ อ.วินัย ไล่สาย ให้หลักการพิจารณาความผิด เสรีภาพ 309 กรรโชก 337 ชิงทรัพย์ 339 ดังนี้
1.ขู่เอาอะไร -ทรัพย์สินหรือการกระทำ หากเป็นการขู่เอาการกระทำก็ตัดกรรโชกและชิงทรัพย์ออก เพราะมิใช่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินหรือทรัพย์
2.ขู่ทำอันตรายต่ออะไร ต่อชีวิตหรือต่อทรัพย์ - หากเป็นการขู่ว่าจะทำอันตรายต่อ สิ่งอื่นนอกจากชีวิตและร่างกาย เช่นทรัพย์สิน ชื่อเสียง เสรีภาพ เช่นนี้ตัดชิงทรัพย์ออกไปได้เลย เพราะมิใช่การใช้กำลังหรือขู่ว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลัง
3.ขู่เมื่อใด ทันใด - หากเป็นการขู่ว่าจะทำอันตรายวันพรุ่งนี้หรือวันหลัง ไม่ทันใด ก็ตัดชิงทรัพย์ออก
|