ข้อ 2 และ 3 หลักทั่วไป
ม.59 บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาเมื่อได้กระทำโยเจตนา เว้นแต่กระทำโดยประมาท ในกรณี กม.บัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อประมาท หรือเว้นแต่กรณีกม. บัญญัติให้ต้องรับผิดแม้กระทำโดยไม่มีเจตนา
การกระทำโดยเจตนา รู้สำนึกในการกระทำ ผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด ถือว่าประสงค์/เล็งเห็นผล มิได้ (รู้เท่าใดเจตนาเท่านั้น)
การกระทำโดยประมาท มิใช่โดยเจตนา แต่ปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคลลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัย อาจระมัดระวัง แต่หาเพียงพอไม่
การกระทำ ให้หมายรวมถึงผลอันเกิดขึ้น โดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย
***งดเว้น มีหน้าทีต้องทำแต่ไม่ทำ ผิดเท่ากับเคลื่อนไหวร่างกาย (+ม.80 พยายามได้ด้วย)****
เจตนาตามกฎหมาย
ม.60 ผู้ใดเจตนากระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาด ถือว่าเจตนาต่อผู้รับผลร้าย แต่มิให้นำ กม.ที่ลงโทษหนักขึ้นเพราะความสัมพันธ์ มาบังคับ
ม.61 ผู้ใดเจตนากระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ได้กระทำแก่อีกบุคคลหนึ่ง โดยสำคัญผิด จะยกเอาความสำคัญผิด เป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนามิได้
สำคัญผิด
ม.59 ว.3 ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด ถือว่าประสงค์/เล็งเห็นผล มิได้ (รู้เท่าใดเจตนาเท่านั้น)
ม.61ผู้ใดเจตนากระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ได้กระทำแก่อีกบุคคลหนึ่ง โดยสำคัญผิด จะยกเอาความสำคัญผิด เป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนามิได้
ม.62 ว.1 ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริง ทำให้การกระทำ ไม่เป็นความผิด ไม่ต้องรับโทษ รับโทษน้อยลง แม้จะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ย่อมไม่มีความผิด หรือยกเว้นโทษ หรือรับโทษน้อยลง
รับโทษหนักขึ้น
ม.62 ว.ท้าย บุคคลต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด ต้องรู้ข้อเท็จจริงนั้นด้วย
ม.63 ผลการกระทำความผิดใดทำให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น ผลนั้นตองเป็นผลที่ธรรมดาย่อมเกิดขึ้นได้
**** ยกเว้นความรับผิด (ป้องกัน) กระทำต่อผู้ก่อภัย ภัยประทุษร้ายละเมิด กม.โดยคน ไม่จำต้องเลี่ยงภัย
ม.68 ผู้ใดจำต้องกระทำการ เพื่อป้องกันสิทธิ์ตน/ผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อ กม. และภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกัน ผู้นั้นไม่มีความผิด
**** ยกเว้นโทษ (จำเป็น) ไม่จำต้องกระทำต่อผู้ก่อภัย – ภัยอาจเกิดจากสัตว์ – ผู้กระทำต้องหลีกเลี่ยงก่อน
ม.67 ผู้ใดกระทำผิดด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ในที่บังคับหรือภายใต้อำนาจ ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยง / ขัดขืนได้
เพื่อให้ตน / ผู้อื่น พ้นจากภยันตราย ที่ใกล้ถึง และไม่สามารหลีกเลี่ยงให้พ้น ตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้น ถ้าพอสมควรแก่เหตุ ไม่ต้องรับโทษ
ลดโทษ ( 64 65 66 71 ดูพอเข้าใจ)
ม.72 ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงโดยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น
ม.69 ม.67 ม.68 เกินสมควรแก่เหตุ ลงโทษน้อยลง ถ้าเกิดจากความตื่นเต้นตกใจ ความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษผู้กระทำก็ได้
พยายาม
ม.80 ผู้ใดลงมือกระทำความผิด แต่ไปไม่ตลอด หรือกระทำไปตลอดแล้วไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด ระวางโทษสองในสามส่วนของโทษ
ม.81 ผู้ใดกระทำการโดยมุ่งต่อผล แต่การกระทำไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้ ถือว่าผู้นั้นพยายาม ลงโทษไม่เกินกึ่งหนึ่ง ถ้ากระทำไปโดยความเชื่องมงาย ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้
ม.82 ผู้ใดพยายามกระทำผิด หากยับยั้งเสียเอง ไม่กระทำให้ตลอด กลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผล ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้ากระทำไปแล้ว ต้องรับโทษความผิดนั้นๆ
ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน
ม.83 ความผิดใดที่กระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ผู้ที่ร่วมกระทำผิดนั้นเป็นตัวการ
ม.84 ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด ด้วยบังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน ยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้
ถ้าผู้ถูกใช้กระทำความผิด ผู้ใช้รับโทษเสมือนตัวการ ถ้าความผิดมิได้กระทำลง ผู้ใช้ระวางโทษ 1/3
ม.86 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ เป็นการช่วยเหลือ ให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวก ผู้นั้นเป็นผู้สนันสนุน
ม.87 การกระทำผิดเพราะมีผู้โฆษณา ถ้ากระทำเกินขอบเขต ผู้สนับสนุนรับผิดเพียงในขอบเขต
ม.88 ถ้าความผิดที่ได้ใช้ โฆษณา ประกาศได้กระทำลงถึงขั้นลงมือ แต่ผู้ใช้เข้าขัดขวาง การกระทำไม่บรรลุผล ผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้ประกาศรับโทษ 1/3 ผู้สนับสนุนไม่ต้องรับโทษ
**ผิดโดยตรง – ผิดโดยอ้อม – ผู้ใช้
**ป้องกัน – บันดาลโทสะ ** ** ป้องกัน – จำเป็น**
|