หัวข้อ : กฎหมายปกครอง คำสั่งทางปกครอง
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ



  ในครั้งที่แล้วเราได้ทำความรู้จักเบื้องต้นกับคำสั่งทางปกครองกันไปบ้างแล้วในหัวข้อเรื่อง “ศาลปกครองคืออะไร?” ครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “คำสั่งทางปกครอง” ว่าคำสั่งทางปกครองนั้นหมายความว่าอย่างไร มีลักษณะอย่างไร และมีผลใช้บังคับอย่างไร
         ความหมายของคำสั่งทางปกครอง ตามคำนิยามของมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 “คำสั่งทางปกครอง” หมายความว่า
         (1)การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ
         (2)การอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
         “คำสั่งทางปกครอง” ต้องเป็นการอำนาจทางปกครองซึ่งเป็นการกระทำฝ่ายเดียวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยมีผลบังคับเฉพาะบุคคล ส่วน ”กฎ” ใช้บังคับเป็นการทั่วไปมิได้บังคับเจาะจงบุคคลโดยเฉพาะ ใช้บังคับกับบุคคลทั่วไป
         คำสั่งทางปกครองเป็นการกระทำโดย”เจ้าหน้าที่” หมายถึง บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อำนาจหรือได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย
         การใช้ “อำนาจทางปกครองของรัฐ” หมายถึง ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐนั้นอาจจะเป็นบุคลากรในภาครัฐหรือบุคลากรในภาคเอกชนก็ได้
         การออกคำสั่งทางปกครองนั้นอาจออกคำสั่งเป็นหนังสือ ด้วยวาจา หรือทำด้วยการสื่อความหมายด้วยวิธีการรูปแบบอื่นก็ได้ เช่นการให้สัญญาณจราจร

         ลักษณะของคำสั่งทางปกครอง
         (1) เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย คำสั่งทางปกครองเป็นการใช้อำนาจฝ่ายเดียวบังคับแก่เอกชนโดยที่เอกชนนั้นไม่ต้องให้ความยินยอม อำนาจตามกฎหมายในที่นี้นั้นหมายถึงอำนาจทางปกครอง หากเป็นอำนาจตามกฎหมายอื่น ก็ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง
         (2) เป็นการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย แต่บางกรณีที่เอกชนก็สามารถออกคำสั่งทางปกครองได้เช่นกันหากเอกชนนั้นได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครอง
         (3) มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ซึ่งผลนั้นเป็นการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล เช่น การออกคำสั่งอนุญาตให้ตั้งโรงงานหรือออกคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร เป็นต้น
         (4) มีผลกระทบต่อบุคคลโดยเฉพาะ คำสั่งทางปกครองแตกต่างจากกฎ เพราะกฎจะมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปแต่คำสั่งทางปกครองโดยสภาพจะต้องมุ่งใช้บังคับกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยตรง แต่ในคำสั่งนั้นไม่จำเป็นต้องระบุชื่อบุคคลไว้ก็ได้ เช่น เจ้าหน้าที่พบว่ามีการปลูกสร้างอาคารในที่สาธารณะโดยไม่พบผู้กระทำ เจ้าหน้าที่ก็สามารถออกคำสั่งให้รื้อถอนหรืออาจใช้วิธีประกาศให้ผู้กระทำรื้อถอนอาคารออกไปได้โดยไม่ต้องระบุชื่อผู้นั้น
         (5) มีผลโดยตรงออกไปสู่ภายนอก คือ เป็นคำสั่งของรัฐออกไปสู่ประชาชนหรือราษฎรที่อยู่ภายนอก ถ้าเป็นคำสั่งภายในหน่วยงานหรือองค์กรของตนเองและคำสั่งเช่นว่านั้นได้กระทบต่อตัวบุคคลสิทธิหน้าที่ส่วนบุคคลกรณีเช่นนี้เป็นคำสั่งทางปกครอง ได้แก่ การบรรจุ การแต่งตั้ง การสั่งพักงาน สั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน การให้พ้นจากตำแหน่ง หรือการเลื่อนขั้นเงินเดือน เช่น ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งลงโทษทางวินัยผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง เพราะเป็นการกระทบสิทธิในแง่ของเงินเดือนที่ผู้ใต้บังคับบัญชาควรจะได้

         การบังคับใช้คำสั่งทางปกครอง
         เมื่อมีการออกคำสั่งทางปกครองของเจ้าหน้าที่ไปแล้วฝ่ายที่ได้รับคำสั่งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองก็สามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองเพื่อบังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้นได้
         มาตรการบังคับทางปกครองมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ
         (1) เป็นการปฏิบัติการทางปกครองหรือการกระทำในทางกายภาพ เช่น การใช้กำลังเข้ารื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือใช้แก๊สน้ำตาฉีดเข้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อสลายการชุมนุม คำสั่งให้สลายการชุมนุมเป็นคำสั่งทางปกครองเมื่อผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าตำรวจที่ย่อมมีอำนาจปฏิบัติการสลายการชุมนุม
         (2) เป็นคำสั่งทางปกครอง เช่น มีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารออกไปแต่ผู้ที่ได้รับคำสั่งนั้นไม่ยอมรื้อถอนอาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถออกคำสั่งทางปกครองอีกครั้งหนึ่งได้โดยเป็นคำสั่งใหม่ซึ่งเรียกว่า “คำสั่งบังคับการ” เพื่อให้คำสั่งนั้นเป็นไปตามคำสั่งแรกที่เคยออกไปแล้ว เช่น เจ้าหน้าที่มีการออกคำสั่งปรับเป็นรายวัน วันละ 1 หมื่นบาท เพื่อเป็นการบีบบังคับให้ผู้รับคำสั่งนั้นรื้อถอนอาคารออกไป คำสั่งค่าปรับในกรณีนี้จึงเป็นคำสั่งทางปกครองเพราะเนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่กระทบต่อสิทธิของผู้ที่เป็นคู่กรณี
         สรุป คำสั่งทางปกครองต้องเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยอาศัยอำนาจทางปกครองหรือเอกชนที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครอง กำหนดกฎเกณฑ์ก่อนิติสัมพันธ์กันในทางปกครองโดยมีผลใช้บังคับเฉพาะรายและเป็นผลโดยตรง ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาทางปกครองโดยที่ฝ่ายปกครองมีอำนาจเหนือกว่า
         เมื่อผู้ที่ได้รับคำสั่งทางปกครองจากฝ่ายปกครองแล้วการที่จะพิจารณาว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งทางปกครองหรือไม่ ให้พิจารณาจากลักษณะของคำสั่งทางปกครองทั้ง 5 ประการคือ คำสั่งนั้นเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือไม่? คำสั่งนั้นเป็นการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่หรือไม่? คำสั่งนั้นมีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือไม่? คำสั่งนั้นมีผลกระทบต่อบุคคลโดยเฉพาะหรือไม่? และคำสั่งนั้นมีผลโดยตรงออกไปสู่ภายนอกหรือไม่?
         ดังนั้นคำสั่งทางปกครองไม่ว่าจะมุ่งประสงค์ไปในทางใดก็ตามหากคำสั่งนั้นเป็นการกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้วก็ถือได้ว่าเป็น “คำสั่งทางปกครอง”

เขียนโดย นางสาวเสาวลักษณ์ กลิ่นคง
-นิติศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 36 (ม.รามคำแหง)

เรียบเรียงโดยทีมงาน LawDD





กฎหมายปกครอง คำสั่งทางปกครอง | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 3778 ครั้ง
ลงวันที่ 23/05/2013 10:44:55


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน