หัวข้อ : สรุปกฎหมายปกครอง ครั้งที่ 16 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ



สรุปกฎหมายปกครอง ครั้งที่ 16 สัปดาห์ที่ 16 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65 (ปิดคอร์สในส่วนของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ)


การฟ้องคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) คดีพิพาทที่เกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง
รัฐอาจมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้กระทำการแทนในรูปแบบของสัญญา สัญญาที่ภาครัฐจัดทำขึ้นแบ่งเป็น 2 ประเภท
1.สัญญาทางปกครอง
2.สัญญาอื่นๆ ที่ไม่ใช่สัญญาทางปกครอง (สัญญาทางแพ่ง)
          สัญญาทางปกครองมาตรา 3 พรบ.จัดตั้งศาลปกครองฯ สัญญาทางปกครอง หมายถึงสัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นหน่วยงานทางปกครอง หรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ
          หลักเกณฑ์สัญญาทางปกครอง
1.คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต้องเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ
2.สัญญาดังกล่าวต้องเป็นสัญญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ใน 4 ประเภท
          2.1 มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน
          2.2 สัญญาให้จัดทำบริการสาธารณะ
         2.3 สัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค
         2.4 สัญญาให้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
         หน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 มี 4 ประเภท
1.ส่วนราชการ
2.รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายเฉพาะ
3.หน่วยงานอื่นของรัฐ
4.หน่วยงานที่รัฐมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครอง
          คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 8/2550 บริษัทเดินเรือไทยทางทะเลเป็นรัฐวิสหกิจจัดตั้งขึ้นตามพรบ. บริษัทจ้างผู้อำนวยการมีกำหนด 4 ปี ต่อมามีการเลิกจ้างก่อนกำหนด นิติสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญาเป็นไปตามสัญญาจ้าง คณะกรรมการวินัยฉัยชี้ขาดเห็นว่า บริษัทเดินเรือไทยไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจการทางปกครอง และบริษัทเดินเรือไทยก็มิได้ตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ จึงไม่เป็นสัญญาทางปกครอง
          บริษัทหรือรัฐวิสาหกิจอาจเป็นหน่วยงานทางปกครองได้ เช่น คำสั่งศาลปกครองที่ 154/2548 สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการไปรษณีย์และอาคารที่ทำการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดี มีลักษณะเป็นสัญญา ทางปกครอง ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าวอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ซึ่งต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ฟ้องคดีมีหนังสือลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2544 แจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแก้ไขความชำรุดบกพร่องของอาคารที่ส่งมอบ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเพิกเฉย ผู้ฟ้องคดีจึงจ้างผู้อื่นซ่อมแซมอาคารดังกล่าวจนแล้วเสร็จ และได้มีหนังสือให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินค่าซ่อมแซมตามข้อ 6 ของสัญญา แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมิได้ชำระ วันที่ ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีจึงเริ่มนับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของผู้ฟ้องคดีรู้ถึงความชำรุดบกพร่องของอาคาร หรืออย่างช้าที่สุดเป็นวันที่ 24 พฤษภาคม 2544 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองดำเนินการซ่อมแซมอาคารที่ชำรุด เมื่อผู้ฟ้องคดีนำคดีมาฟ้องในวันที่ 24 ตุลาคม 2546 จึงเป็นการฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ
          คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่545/2546 (ประชุมใหญ่) สัญญาจ้างลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการและแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจในการให้บริการสาธารณะของส่วนราชการนั้น ถือว่าเป็นสัญญาที่ให้เอกชนเข้าดำเนินงานหรือเข้าร่วมดำเนินงานบริการสาธารณะ อันเป็นสัญญาทางปกครอง ดังนั้น ข้อพิพาทที่เกิดจากการให้ลูกจ้างดังกล่าวออกจากงาน จึงเป็นข้อพิพาทตามสัญญาทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ และข้อพิพาทดังกล่าวไม่ใช่ข้อพิพาทที่เกี่ยวด้วยสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่จะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานตามนัยมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ เนื่องจากสัญญาจ้างดังกล่าวแตกต่างจากสัญญาจ้างลูกจ้างทั่วไปตามสัญญาจ้างแรงงาน เพราะนอกจากจะมีลักษณะเป็นข้อตกลงเพื่อให้ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่ราชการอันเป็นกิจการของส่วนราชการซึ่งเป็นการจัดทำบริการสาธารณะแล้ว ในเรื่องการจ่ายค่าจ้าง ส่วนราชการผู้ว่าจ้างจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายค่าจ้างลูกจ้างของส่วนราชการ พ.ศ. 2526 โดยไม่มีอิสระในการกำหนดได้เองดังเช่นนายจ้างภาคเอกชน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ข้อพิพาทข้างต้นจึงไม่ใช่คดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานตามมาตรา 9 วรรคสอง (3) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ
          คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 146/2548 แม้ว่าการซ่อมแซมถนนบนคันคลองจะเป็นการกระทำ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการบริการสาธารณะ แต่ดินลูกรังที่ใช้ในการซ่อมแซมถนนดังกล่าวเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ผู้ฟ้องคดีใช้ในการจัดทำบริการสาธารณะเท่านั้น หาใช่สิ่งสาธารณูปโภคไม่ สัญญาซื้อขายดินลูกรังระหว่าง ผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจึงมิใช่สัญญาที่ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจัดทำบริการสาธารณะหรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค ทั้งสัญญาดังกล่าวก็มิได้มีข้อกำหนดที่แสดงถึงเอกสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองแต่อย่างใด สัญญาดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาทางปกครอง แต่เป็นสัญญาทางแพ่ง คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่ง
          คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 54/2547 สัญญาจ้างปรับปรุงแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นสัญญาจ้างให้มีสิ่งสาธารณูปโภค
          คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 88/2548 (ประชุมใหญ่) สัญญาจ้างก่อสร้างปรับปรุงผิวทางจราจร ก่อสร้างทางเท้าและวางท่อระบายน้ำเป็นสัญญาทางปกครอง
         คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 13/2549
          สัญญาทางปกครองโดยสภาพคู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายหนึ่งเป็นของรัฐ สัญญาทางปกครองต้องเป็นสัญญาประเภทใดประเภทหนึ่งต่อไปนี้
         - สัญญาที่ให้คู่สัญญาเข้าดำเนินการหรือร่วมดำเนินการสาธารณะโดยตรง เช่น
          คำวินิจฉัยชี้ขาดระหว่างอำนาจหน้าที่ของศาลที่ 8/2552 กทม.ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทให้จัดหาเจ้าหน้าที่มาประจำของสำนักงานเขตต่างๆของกทม. เพื่อบริการประชาชนที่มาติดต่องานราชการ คณะกรรมการฯ เห็นว่าเมื่อกทม. เป็นหน่วยงานทางปกครอง กรณีที่กทม.จ้างบริษัทเป็นสัญญาที่ให้คู่สัญญาเข้ามาดำเนินการหรือร่วมดำเนินการสาธารณะโดยตรง สัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาทางปกครอง
         -สัญญาที่มีข้อตกลงพิเศษในสัญญาที่แสดงถึงเอกสิทธิ์ของรัฐ เช่น สัญญาให้ข้าราชการลาศึกษาต่อ คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 127/2544 , คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 380/2551
         สัญญาที่ไม่ใช่สัญญาทางปกครอง ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองต้องฟ้องต่อซศาลยุติธรรม คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 62/2545 , คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 319/2545
         คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.32/2546 สัญญาทางปกครองอาจนำกฎหมายแพ่งมาบังคับใช้ในสัญญาทางปกครองได้โดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อหลักกฎหมายมหาชน
         สัญญาทางแพ่งบางประเภทอาจฟ้องต่อศาลปกครองได้ เช่น สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาทางแพ่งแต่เป็นสัญญาอุปกรณ์ ต้องฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือสัญญาประธาน
         คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 8/2545 จังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานให้ทำการยึดทรัพย์ของผู้ฟ้องคดี เนื่องจากเป็นค้างชำระภาษีอากร ผู้ฟ้องคดีฟ้องต่อศาลขอให้ระงับการส่งมอบทรัพย์โดยอ้างว่าคำสั่งยึดทรัพย์ไม่ชอบ โดยอ้างว่าตนไม่ได้ค้างชำระภาษีอากรและเจ้าหน้าที่คำนวณค่าภาษีเกินกว่าความเป็นจริงและหนี้ขาดอายุความแล้ว ขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์ ศาลปกครองเห็นว่าคำสั่งยึดทรัพย์นั้นต่อเนื่องมาจากสิทธิเรียกร้องของภาษีอากร คดีจึงอยู่ในอำนาจศาลภาษีอากร
          คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ฟ.2/2547 ฟ้องเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ในทางการค้าและแสวงหาผลกำไร ศาลปกครองเห็นว่าอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง
         คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ฟ.36/2549 ฟ้องเพิกถอนพระราชกฤษฎีกายุบสภา ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง เพราะพระราชกฤษฎีกายุบสภาไม่ใช่พระราชกฤษฎีกาตามนัยมาตรา 11 (2) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ แต่เป็นกลไกในการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
          สัญญาทางปกครองต้องมีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐทางปกครอง การฟ้องคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) ต้องเป็นคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เรียบเรียงโดยทีมงาน LawDD





สรุปกฎหมายปกครอง ครั้งที่ 16 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65 | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 3404 ครั้ง
ลงวันที่ 23/05/2013 10:47:21


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน