หัวข้อ : สรุปกฎหมายปกครองครั้งที่ 13 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ





การลบล้างคำสั่งทางปกครอง นอกกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์มี 2 ลักษณะ
         1.การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 50 ,51 ,52 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ
         - การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่สร้างภาระ คำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นผลร้ายต่อผู้รับคำสั่ง การเพิกถอนจึงตกอยู่ภายใต้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ไม่มีเงื่อนไขใดเป็นพิเศษ
         - การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ให้ประโยชน์กับผู้รับคำสั่ง ประโยชน์ของฝ่ายรัฐต้องการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ประโยชน์ของฝ่ายผู้รับคำสั่งทางปกครองต้องการให้คำสั่งนั้นคงอยู่ต่อไปเพราะได้ประโยชน์จากคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น
         2.การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 53 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ
         การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 53วรรคสอง เป็นการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ให้ประโยชน์
         กฎหมายกำหนดเหตุแห่งการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายที่ให้ประโยชน์ 5 กรณี
         1.มีกฎหมายให้เพิกถอนได้หรือมีข้อสงวนสิทธิให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้นได้ เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการยกเลิกคำสั่ง เช่น บุคคลอาจได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพว่าความเป็นใบอนุญาตตลอดชีพ ต่อมามีการออกคำสั่งให้ต่อใบอนุญาตทุกสิบปี เจ้าหน้าที่สามารถเพิกถอนคำสั่งใบอนุญาตตลอดชีพได้โดยอาศัยอำนาจการเพิกถอดจาก พ.ร.บ. แต่ พ.ร.บ.ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้
         2.คำสั่งทางปกครองมีข้อกำหนดให้ผู้รับประโยชน์ปฏิบัติแต่ไม่มีการปฏิบัติภายในระยะเวลาที่กำหนด เป็นกรณีที่ผู้ออกคำสั่งทางปกครองสั่งให้ผู้รับคำสั่งทางปกครองต้องปฏิบัติบางอย่าง เช่น ให้ทุนการศึกษาโดยกำหนดเงื่อนไขให้รายงายผลการศึกษาหรือมาช่วยเหลืองานที่ให้ทุนการศึกษา หากไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นเจ้าหน้าที่มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งนั้นได้
         3.ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากมีข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์นี้ขณะมีคำสั่งทางปกครองเจ้าหน้าที่อาจไม่มีคำสั่งทางปกครองเช่นนั้น และหากไม่เพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้นก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ เช่น การออกใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืน หากภายหลังการออกใบอนุญาตแล้วอาจเกิดอันตรายความเสียหายต่อสาธารณะเจ้าหน้าที่สามารถเพิกถอนคำสั่งได้โดยอ้างมาตรา 53
         4.บทกฎหมายเปลี่ยนแปลงไปซึ่งหากมีการทำคำสั่งเช่นนี้ในขณะทำคำสั่งทางปกครองเจ้าหน้าที่คงจะไม่ทำคำสั่งทางปกครองนั้น แต่การเพิกถอนกรณีนี้ใช้ได้ในกรณีที่ผู้รับประโยชน์ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือยังไม่ได้รับประโยชน์จากคำสั่งทางปกครองดังกล่าว ถ้าไม่เพิกถอนจะกระทบต่อสาธารณะ มาตรา 53 วรรคสอง (4) ไม่ใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลัง เช่นเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ก่อสร้างอาคราสูง 10 ชั้น หลังก่อสร้างอาคารเสร็จสภาแก้กฎหมายกำหนดเขตพื้นที่ห้ามก่อสร้างอาคารเกิน 5 ชั้น มาตรา 53 วรรคสอง (4) กรณีที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงไปอาจมีผลกระทบได้ถ้าใช้บทกฎหมายนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่ออกคำสั่งให้ แต่กรณีนี้จะใช้ได้ต่อเมื่อผู้รับประโยชน์ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือยังไม่ได้รับประโยชน์ กรณีนี้ได้ก่อสร้างอาคารเสร็จแล้วเป็นการได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากคำสั่งทางปกครองนั้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงของบทกฎหมายนั้นย่อมไม่กระทบต่อการก่อสร้างอาคาร 10 ชั้นที่สร้างเสร็จแล้ว
         5.อาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะหรือต่อประชาชนอันจำเป็นหรือป้องกันเหตุดังกล่าว
         พรบ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 3 สัญญาทางปกครอง หมายความรวมถึง สัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐและมีลักษณะเป็น
         1.สัญญาสัมปทาน หมายถึงการที่รัฐมอบให้เอกชนทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งในลักษณะที่ผูกขาดซึ่งบุคคลอื่นไม่สามารถเข้ามาทำกิจการนั้นได้อีก
         2.สัญญาให้จัดทำการบริการสาธารณะ รัฐอาจให้เอกชนเป็นผู้จัดทำแทน เช่น กทม. มีหน้าที่ในการจัดเก็บขยะ ภายหลัง กทม. ได้ไปทำสัญญากับบริษัทเอกชนให้จัดเก็บขยะแทน กทม. สัญญานี้เป็นสัญญาทางปกครองที่ให้จัดทำการบริการสาธารณะ
         3.สัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค สิ่งสาธารณูปโภค คือ สิ่งที่ประชาชนสามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น ถนน แม่น้ำ ลำคลอง เขื่อน ฯลฯ
         4.สัญญาให้แสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เช่น สัญญาให้ขุดเจาะหาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย หรือสัมปทานให้ทำรังนกอีแอ่น หรือสัมปทานป่าไม้
         สัญญาอย่างอื่นที่ศาลปกครองถือว่าเป็นสัญญาทางปกครอง
         1.สัญญาที่รัฐให้เอกชนเข้าดำเนินการหรือเข้าร่วมการบริการสาธารณะโดยตรงถือว่าเป็นสัญญาทางปกครอง คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 274/2548
         2.สัญญาที่มีลักษณะพิเศษที่แสดงถึงเอกสิทธิ์ของรัฐ เช่น สัญญาที่ให้ฝ่ายรับบอกเลิกสัญญาได้ฝ่ายเดียวแม้เอกชนจะมิใช่ฝ่ายผิดสัญญาก็ตาม
         สัญญาของฝ่ายปกครองมี 2 แบบ

         1.สัญญาทางแพ่งที่มีฝ่ายปกครองเป็นคู่สัญญา ถ้าเป็นสัญญาทางแพ่งเมื่อเกิดข้อพิพาทกันก็จะดำเนินการตามกระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลยุติธรรมเป็นศาลที่มีอำนาจเหนือคดี หลักกฎหมายที่ใช้ในการตัดสินใช้กฎหมายเอกชน
         2.สัญญาทางปกครอง ถ้าเกิดข้อพิพาทศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีคือศาลปกครอง หลักกฎหมายที่ใช้ในการตัดสินคดีก็เป็นหลักกฎหมายปกครอง ซึ่งศาลมีอำนาจลงไปไต่สวนได้มากกว่าศาลยุติธรรม

         คำวินิจฉัยชี้ขาดที่ 1/2555 สัญญาจ้างปรับปรุงอาคารโรงแรมเทศบาลนาสาร ต่อมาเอกชนผิดสัญญาเทศบาลจึงฟ้องคดีต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช ศาลปกครองนครศรีธรรมราชไม่รับฟ้องคดี ศาลปกครองเห็นว่าสัญญาจ้างดังกล่าวมิได้มีสภาพเป็นสัญญาทางปกครอง ศาลปกครองสูงสุดก็มีการอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้อง ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รับฟ้องโดยเห็นว่า สัญญาจ้างปรับปรุงอาคารโรงแรมเทศบาลมีลักษณะเป็นการจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคอันเป็นเครื่องมือในการจัดทำการบริการสาธารณะของเทศบาล ต่อมามีการโต้แย้งเขตอำนาจของศาล ส่งให้ศาลยุติธรรมพิจารณาคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเห็นว่าสัญญาดังกล่าวไม่ใช่สัญญาทางปกครองแต่เป็นสัญญาทางแพ่ง เพราะว่าสัญญาจ้างมีลักษณะวัตถุประสงค์ให้เอกชนเข้าดำเนินการทางพาณิชย์ คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเห็นว่าการปรับปรุงอาคารโรงแรมเทศบาลไม่ได้เป็นการปรับปรุงเพื่อใช้ในการจัดทำบริการสาธารณะ เพราะแม้จะปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีมีการปรับปรุงอาคารพิพาทบางส่วนเป็นห้องสมุด ศูนย์คอมพิวเตอร์ และสถานออกกำลังกาย แต่การบริการดังกล่าวเป็นไปเพื่อสนับสนุนการเมืองกิจการพาณิชย์ของผู้ฟ้องคดี สัญญาจ้างปรับปรุงอาคารโรงแรมเทศบาลจึงเป็นสัญญาเพื่อเป็นประโยชน์ในการพาณิชยกรรมของผู้ฟ้องคดีเอง ไม่ใช้สัญญาที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการในทางปกครองในการจัดทำการบริการสาธารณะหรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคแต่อย่างใด สัญญาว่าจ้างปรับปรุงอาคารโรงแรมเทศบาลจึงเป็นสัญญาทางแพ่งอยู่ในอำนาจควบคุมตรวจสอบของศาลยุติธรรม
         - สัญญาที่รัฐให้ทุนการศึกษาแก่เอกชนหรือให้ข้าราชการลาศึกษาต่อเป็นสัญญาทางปกครอง และถือว่าเป็นการจัดทำบริการสาธารณะ
         - สัญญาซื้อขาย ถ้าวัตถุที่ซื้อขายเป็นเครื่องมือที่สำคัญและจำเป็นในการจัดทำการบริการสาธารณะ ถือว่าสัญญานั้นเป็นสัญญาทางปกครอง แต่ถ้าวัตถุที่ซื้อขายไม่ได้เป็นเครื่องมือที่สำคัญหรือจำเป็นต่อการบริการสาธารณะโดยตรง ถือว่าเป็นสัญญาทางแพ่ง คำวินิจฉัยชี้ขาดที่ 23/2554

เรียบเรียงโดยทีมงาน LawDD





สรุปกฎหมายปกครองครั้งที่ 13 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65 | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 2745 ครั้ง
ลงวันที่ 23/05/2013 11:02:19


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน