หัวข้อ : สรุปกฎหมายปกครอง ภาคค่ำ ครั้งที่ 12 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ



ระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 73 หลัก ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันและไม่สามารถยื่นขยายได้
         ในคดีปกครองจะใช้วิธีการพิจารณาโดยระบบไต่สวน คดีปกครองจึงใช้วิธีพิจารณาต่างจากทางแพ่ง เพราะคดีแพ่งจะใช้ระบบกล่าวหา ระบบไต่สวนตุลาการจะมีบทบาทสำคัญในการดำเนินกระบวนการพิจารณาและในการแสวงหาข้อเท็จจริง ในการพิพากษาพิจารณาคดีปกครองศาลอาจตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสม โดยจะรับฟังพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานหลักฐานอื่นนอกเหนือจากพยานของคู่กรณีได้ตามที่เห็นสมควร ศาลจะเป็นผู้ซักถามพยานเอง คู่กรณีจะถามพยานอีกฝ่ายหนึ่งได้ต้องได้รับอนุญาตจากศาลเสียก่อน ในคดีปกครองโดยหลักจะเป็นคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน ศาลปกครองจึงทำหน้าที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริง
         ขั้นตอนในการดำเนินคดีของศาลปกครอง ศาลปกครองมิใช่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ กระบวนการตรวจสอบของศาลจะเริ่มต้นโดยการยื่นคำฟ้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาล หรือยื่นคำฟ้องผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯมาตรา 46 เพื่อประโยชน์ในการนับอายุความให้ถือว่าวันที่ส่งคำฟ้องแก่เจ้าพนักงานไปรษณีย์เป็นวันที่ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง สิ่งที่ควรระวังในการยื่นฟ้องผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนที่เป็นของทางเอกชนจะต้องถือเอาวันที่ทางเอกชนนำคำฟ้องนั้นมาลงทะเบียนต่อไปรษณีย์ของรัฐ
         การฟ้องคดีหรือดำเนินกระบวนการพิจารณาในศาลปกครองสามารถกระทำได้ด้วยตัวเอง หรือมอบอำนาจให้ทนายความหรือบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติตามที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดก็ได้ การดำเนินคดีปกครองผู้ที่ฟ้องคดีปกครองต้องมีความสามารถตามกฎหมายในข้อ 26 ระเบียบที่ประชุมใหญ่ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ บุคคลไร้ความสามารถจะฟ้องคดีปกครองได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งป.พ.พ.ว่าด้วยความสามารถ ในกรณีของผู้เยาว์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ประสงค์จะฟ้องคดีปกครองด้วยตนเองถ้าศาลเห็นสมควรจะอนุญาตให้ผู้เยาว์ฟ้องศาลด้วยตนเองก็ได้
         คำฟ้องในคดีปกครองต้องทำเป็นหนังสือจะฟ้องด้วยวาจาไม่ได้และต้องมีรายละเอียดครบ 5 ประการด้วยกัน
         1.ชื่อและที่อยู่ของผู้ฟ้องคดี
         2.ชื่อหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ถูกฟ้อง
         3.ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์
         4.คำขอของผู้ฟ้องคดี คำขอนั้นต้องชัดเจนและขอในเรื่องที่ศาลกำหนดให้ได้ ซึ่งศาลปกครองมีอำนาจกำหนดคำบังคับตามที่กำหนดไว้ตามมาตรา 72 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
         5.ลายมือชื่อของผู้ฟ้องคดี
         การฟ้องคดีปกครองโดยหลักแล้วไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ยกเว้นคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) และ (4) คือ คดีพิพาทที่เกี่ยวกับละเมิด ความรับผิดอย่างอื่น หรือคดีพิพาทที่เกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ถ้ามีคำขอให้ศาลใช้เงินหรือทรัพย์สินต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล
         การฟ้องคดีปกครองขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ตามมาตรา 45/5 การฟ้องคดีว่าด้วยหลักต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล เว้นแต่ถ้าไม่มีทรัพย์สินเพียงพอ ไม่ได้รับค่ายกเว้นแล้วเกินความเดือนร้อนเกินสมควร ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับฟ้องก็อาจจะอนุญาตให้ดำเนินคดีโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ ถ้าคู่กรณีที่ขอศาลยกเว้นค่าธรรมเนียมแล้วไม่ได้หรือได้บางส่วนก็อาจขอให้ศาลพิจารณาคำขอนั้นใหม่ได้ หรืออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด
         ถ้าได้วางเงินค่าธรรมเนียมแล้วชนะคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯมาตรา 72 วรรค 6 ให้ศาลคืนค่าธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามส่วนของการชนะคดี
         เงื่อนไขในการฟ้องคดีปกครอง
หลัก

         1.ต้องเป็นผู้เสียหายในคดีปกครองตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ คือเป็นบุคคลที่ได้รับความเดือนร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือนร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำทางปกครอง
ผู้เสียหายในคดีปกครอง บุคคลดังกล่าวอาจเป็นผู้เดือนร้อนเสียหายซึ่งความเดือนร้อนเสียหายดังกล่าวอาจไม่ถึงขั้นถูกโต้แย้งสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายก็ได้
         2.ผู้ฟ้องคดีปกครองต้องแก้ไขความเดือนร้อนเสียหายตามวิธีการหรือขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วตามมาตรา 42 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ เช่น กฎหมายกำหนดว่าต้องมีการอุทธรณ์ก่อนนำคดีมาฟ้องก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนนั้นเสียก่อนจึงจะมีอำนาจนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง
         3.คำฟ้องต้องยื่นภายในระยะเวลาการฟ้องคดีตามมาตรา 49 ถึง 52 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง
         เงื่อนไขการรับฟ้องของศาลปกครอง
         1.เขตอำนาจศาล ต้องพิจารณาว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองหรือไม่ พิจารณาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 223 วรรคหนึ่ง ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง คือ คดีที่พิพาทระหว่างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน คดีปกครองต้องมีคู่กรณีอย่างน้อยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นหน่วยงานของรัฐหรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
         2.ลักษณะคดีพิพาทอันเนื่องมาจากใช้อำนาจทางปกครองตามกฎหมายหรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครอง ต้องเป็นกรณีที่มีการปฏิบัติตามหน้าที่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
         3.ต้องเป็นคดีที่กฎหมายได้บัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง เช่น มาตรา 9 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
โดยหลักศาลปกครองมีอำนาจตรวจสอบเฉพาะการกระทำของฝ่ายปกครองหรือฝ่ายบริหาร ไม่รวมการกระทำของฝ่ายนิติบัญญัติหรือตุลาการ
         หน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ แบ่งเป็น 4 ประเภท
         1.หน่วยงานราชการ
         2.รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.หรือตามพระราชกฤษฎีกา
         3.หน่วยงานอื่นของรัฐ
         4.หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง อาจเป็นหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนก็ได้
         คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 880/2549 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน แต่มหาวิทยาลัยดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจการที่เป็นการบริการสาธารณะด้านการศึกษา และกรณีดังกล่าวได้ใช้อำนาจทางปกครอง เมื่ออธิการบดีทำการถอดถอนอาจารย์ออก เป็นกรณีที่อธิการบดีใช้อำนาจตามกฎหมายตามมาตรา 97 พ.ร.บ.สถาบันศึกษาเอกชน มหาวิทยาลัยดังกล่าวจึงเป็นหน่วยงานทางปกครองที่จะถูกฟ้องต่อศาลปกครองได้

เรียบเรียงโดยทีมงาน LawDD





สรุปกฎหมายปกครอง ภาคค่ำ ครั้งที่ 12 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65 | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 2520 ครั้ง
ลงวันที่ 23/05/2013 11:06:23


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน