หัวข้อ : สรุปกฎหมายปกครอง ครั้งที่ 6 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ



 คำสั่งทางปกครองที่เจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งไปนั้นจะชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายขณะที่มีคำสั่งทางปกครอง
เงื่อนไขแห่งความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง
         1.รูปแบบหรือแบบวิธี
         2.เนื้อหา
          คำสั่งทางปกครองจะชอบด้วยกฎหมายรูปแบบหรือแบบวิธีและเนื้อหาต้องชอบด้วยกฎหมายด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ จะกำหนดเงื่อนไขของความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครองในแง่ของรูปแบบเป็นสำคัญ เช่น การออกคำสั่งโดยไม่มีการรับฟังก่อนการออกคำสั่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 30 พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ อันเป็นเงื่อนไขและรูปแบบทำให้คำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
          ความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครองในแง่ของรูปแบบ
         อำนาจของเจ้าหน้าที่ ดูว่าเป็นองค์กรที่ออกคำสั่งทางปกครองได้หรือไม่ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาตรา 12 คำสั่งทางปกครองต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ถ้าคำสั่งทางปกครองออกโดยเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีอำนาจในเรื่องนั้นแม้เนื้อหาในคำสั่งนั้นจะถูกต้องเป็นคำสั่งซึ่งสมควรออกมาบังคับใช้กับราษฎรผู้ตกอยู่ภายใต้บังคับของคำสั่ง เป็นคำสั่งที่ยุติธรรมถูกศีลธรรม คำสั่งทางปกครองนั้นก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
         ถ้ากฎหมายระบุให้บุคคลใดมีอำนาจออกคำสั่งทางปกครอง เช่น อำนาจของนายกรัฐมนตรี อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดตำแหน่งของบุคคลผู้มีอำนาจในการออกคำสั่งทางปกครอง หรืออาจกำหนดให้เป็นอำนาจขององค์กร เช่น สภามหาวิทยาลัย
         ตัวบุคคลที่ใช้อำนาจในตำแหน่งนั้น เช่น ก. ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีกฎหมายให้อำนาจในการออกคำสั่งการลงโทษทางวินัย ก.ใช้อำนาจในนามของตำแหน่ง แม้ ก.จะพ้นจากตำแหน่งแล้ว ข. มารับตำแหน่งแทน ต่อมาอธิบดีถูกฟ้องภายหลังว่าออกคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข.จะไปต่อสู้คดีไม่ได้เพราะกรณีนี้คำสั่งนั้นออกโดย ก. ข.ไม่ได้ออกคำสั่งเพราะว่าคำสั่งนั้นออกก่อนที่ ข. เข้ามารับตำแหน่ง ตำแหน่งบางตำแหน่งใช้อำนาจได้เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่น นายกเทศมนตรีออกคำสั่งได้เฉพาะในเขตเทศบาล
         บุคคลที่จะใช้อำนาจในตำแหน่งได้จะต้องได้รับการแต่งตั้งให้เข้าดำรงตำแหน่งนั้น เช่น ก. ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก.ก็จะทรงอำนาจและใช้อำนาจนั้นได้เมื่อเข้ารับตำแหน่ง เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ก. ก็หมดอำนาจจากตำแหน่งนั้นไม่สามารถที่จะอาศัยตำแหน่งนั้นทำคำสั่งทางปกครองได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นการใช้อำนาจของบุคคลก่อนที่จะได้ดำรงตำแหน่งนั้นหรือใช้หลังจากที่ตนพ้นจากตำแหน่งนั้นแล้วถือว่าไม่มีอำนาจ
การแต่งตั้งให้บุคคลนั้นเข้ารับตำแหน่งไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือตัวบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นขาดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ระหว่างที่บุคคลนั้นใช้อำนาจขณะดำรงตำแหน่งอยู่หากมีการออกคำสั่งทางปกครองคำสั่งเช่นว่านั้นไม่เสียไปหากกระทำตามอำนาจหน้าที่ของตนตามมาตรา 19 พ.รบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ
         กระบวนการและขั้นตอนในการออกคำสั่ง
         1.การออกคำสั่งนั้นเจ้าหน้าที่ต้องกำหนดคู่กรณี ความสัมพันธ์ในทางกฎหมายปกครองมี 2 ฝ่ายด้วยกันคือ รัฐกับเอกชน มาตรา 5 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ “คู่กรณี” หมายความว่า ผู้ยืนคำขอหรืผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือตกอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครองและผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองเนื่องจากสิทธิของผู้นั้นจะถูกกระทบกระเทือนจากคำสั่งทางปกครอง เช่น ข้าราชผู้หนึ่งกระทำผิดทางวินัยถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย คณะกรรมกาสอบสวนความผิดทางวินัยคือเจ้าหน้าที่ส่วนข้าราชการที่ถูกสอบคือคู่กรณี
         2.การตรวจสอบส่วนได้เสียของเจ้าหน้าที่ ถ้าเจ้าหน้าที่นั้นมีส่วนได้เสียกับคู่กรณีจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่นั้นต้องห้ามใช้อำนาจทางปกครอง หากมีคำสั่งออกไปคำสั่งนั้นก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุแห่งการที่ทำให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจไม่ได้มีอยู่ 2 กรณีตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาตรา 13 มาตรา 16
มาตรา 13 เจ้าหน้าที่ต่อไปนี้ใช้อำนาจทางปกครองไม่ได้
         - เป็นคู่กรณีเอง คือ ผู้ที่ออกคำสั่งให้ตัวเอง ลงนามในคำสั่งให้กับตัวเอง คำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
         - เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสกับคู่กรณี
         - เป็นญาติกัน ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ฯลฯ
มาตรา 16 มีเหตุอื่นใดนอกจากมาตรา 13 เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในทางปกครองมีสภาพร้ายแรงที่ทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง คือเป็นปฏิปักษ์กับคู่กรณีอย่างขัดเจนหรือเป็นมิตรใกล้ชิดสนิทกันกับคู่กรณี หรือมีผลประโยชน์หรือขัดแย้งร่วมกัน
คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 517/2551 การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีและคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเป็นคดีอาญา เป็นการฟ้องภายหลังที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสอนและทำการสอบสวนแล้ว ประกอบกับผู้บังคับบัญชาได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ต้องห้ามให้พิจารณาทางปกครอง
         3.การแสวงหาและการตรวจสอบพยานหลักฐาน มาตรา 28 มาตรา 29
การรับฟังคู่กรณี มาตรา 30 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ
มาตรา 30 วรรคแรก ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน คำสั่งที่กระทบสิทธิคู่กรณี เช่น คำสั่งเพิกถอนปริญญาบัตร ลงโทษทางวินัย เพิกถอนใบอนุญาตต่างๆ ก่อนออกคำสั่งจะต้องมีการรับฟังข้อเท็จจริงจากคู่กรณีเสียก่อน หากไม่มีการรับฟังข้อเท็จจริงจากคู่กรณีคำสั่งทางปกครองที่สั่งออกไปนั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย
         มาตรา 30 วรรคสอง ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในความต่อไปนี้เว้นแต่เจ้าหน้าที่จะเห็นสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หลัก คือ เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับฟังก็ได้เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
         1.เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วนปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
         2.เมื่อจะมีผลทำให้ระยะเวลาที่กฎหมายหรือกฎที่กำหนดไว้ในการทำคำสั่งทางปกครองต้องล่าช้าออกไป
         3.เมื่อเป็นข้อเท็จจริงที่คู่กรณีนั้นเองได้ให้ไว้ในคำขอ คำให้การ หรือคำแถลง
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.82/2550 เมื่อผู้ฟ้องคดีทำหนังสือชี้แจงยอมรับว่าได้นำเงินที่ค้างส่งสหกรณ์ออมทรัพย์กรมควบคุมโรคติดต่อจำกัดไปใช้หนี้ส่วนตัวจริง จึงถือว่าเป็นการยอมรับข้อเท็จจริง เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 30 วรรคสอง (3) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง จึงไม่จำต้องให้โอกาสคู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงหรือโต้แย้งแสดงหลักฐานของตนก่อนลงโทษทางวินัย

เรียบเรียงโดย ทีมงาน LawDD





สรุปกฎหมายปกครอง ครั้งที่ 6 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65 | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 2525 ครั้ง
ลงวันที่ 23/05/2013 14:51:54


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน